Posts Tagged ‘สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต’

ฉบับที่ 914 วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม 2554 สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

Friday, July 22nd, 2011

บอกเล่าให้ฟัง

ความจริงทำให้เราเป็นไทเป็นคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้า ที่เราสามารถนำมาประยุกต์ในชีวิตของเราได้ตลอดเวลา การเป็นคนที่มีชนักติดหลังหรือวัวสันหลังหวะอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถนำพาความสุขมาให้กับเราได้ซึ่งเราก็ทราบอยู่แล้ว มนุษย์ทุกคนเป็นคนอ่อนแอเราพลาดพลั้งได้เสมอ แต่อย่ายอมให้ความพลาดพลั้งนั้นมันครอบงำใจเรา ความอ่อนแอและความพลาดพลั้งของมนุษย์เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ และเราแต่ละคนก็จะต้องเข้าใจธรรมชาติประการนี้ของผู้อื่นๆด้วย เราจะสามารถเข้าใจผู้อื่นได้ง่ายขึ้นถ้าเราลองคิดถึงตัวเราเอง เวลาเราพลาดพลั้งทำผิดเรารู้สึกอย่างไรเมื่อมองไปที่ผู้อื่น เราคงอยากจะให้ทุกๆคนที่อยู่รอบตัวเราเป็นต้นคนที่เรารักมากที่สุด เขาเข้าใจถึงความอ่อนแอของเราและให้อภัยเรามิใช่หรือ พระวาจาของพระเจ้าเตือนใจเรา “เราต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติอย่างไรกับเรา เราจงปฏิบัติอย่างนั้นกับเขาเถิด”

(more…)

ฉบับที่ 913 วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม 2554 สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

Thursday, July 14th, 2011

บอกเล่าให้ฟัง

สารวัดฉบับนี้พ่อเขียนขึ้นล่วงหน้าในบรรยากาศของการนับคะแนนเสียงเลือกตั้ง เพราะพ่อต้องไปร่วมสัมมนาพระสงฆ์ทั่วประเทศ ในระหว่างที่เขียนก็คิดไปถึงเหตุการณ์ต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากรู้ผลเลือกตั้งแล้ว พรรคไหนชนะพรรคไหนแพ้พ่อคิดว่าไม่สำคัญ ถ้าแต่ละพรรคมีน้ำใจเป็นนักกีฬา “รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย” ถึงแม้ว่าการเลือกตั้งไม่ใช่การแข่งขันกีฬา แต่ก็ต้องมีน้ำใจนักกีฬาเช่นกัน พ่อคิดว่าการมีน้ำใจนักกีฬานั้นสามารถใช้ได้กับทุกๆสถานการณ์ในชีวิตของเรา เพราะเรื่องแพ้ชนะผิดหวังสมหวังเกิดขึ้นเสมอในชีวิตของมนุษย์ พ่อไม่ทราบว่าหลังเลือกตั้งแล้วอะไรจะขึ้น ก็ได้แต่ภาวนาขอให้ทุกๆฝ่ายมีน้ำใจเป็นนักกีฬา และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม

(more…)

ฉบับที่ 912 วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม 2554 สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

Saturday, July 9th, 2011

บอกเล่าให้ฟัง

“ฉลาดแล้วต้องเฉลียว” ในการดำเนินชีวิตของเรามีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราปฏิบัติสืบเนื่องกันมาจนคุ้นเคย จนกระทั่งเมื่อมีใครมาถามว่า “ทำไมต้องปฏิบัติเช่นนี้” หลายๆคนคงจะตอบไม่ได้ หรือบางคนอาจจะตอบว่าก็เขาปฏิบัติอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว คำตอบเช่นนี้แสดงว่าเราไม่ทราบเหตุผลนั่นเอง มีความฉลาดความรู้เท่านั้นจึงไม่เพียงพอ ต้องมีความเฉลียวด้วยเพราะเฉลียวคือความสงสัยซึ่งเป็นวิสัยของนักปรัชญา ทำให้มนุษย์เริ่มค้นหาปฐมเหตุที่มาที่ไปของสรรพสิ่ง เกิดเป็นหลักคิดและความเข้าใจในทุกสิ่งที่ปฏิบัติ เราลองทบทวนสิ่งที่เราปฏิบัติดูซิว่าเราเข้าใจหรือไม่ว่า “ทำไมเราต้องปฏิบัติเช่นนั้น” พ่อเชื่อว่าถ้าเราทำเช่นนี้คงมีคำถามมากมาย ที่ทำให้ต้องเราไปค้นหาตำราเปิดหนังสืออ่านและไปถามผู้รู้

(more…)

ฉบับที่ 911 วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2554 สัปดาห์ที่ 14 เทศกาลธรรมดา

Saturday, July 2nd, 2011

บอกเล่าให้ฟัง

“รู้จริงหรือเปล่า” เป็นคำถามที่สำคัญที่เราควรจะถามก่อนที่เราจะพูดหรือทำอะไรลงไป เหตุก็เพราะว่าเมื่อพูดหรือทำอะไรลงไปแล้วก็เป็นการยากที่จะย้อนกลับมาแก้ไข ที่เขาเรียกกันว่า “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” สิ่งที่เราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือเรื่องอะไรที่สำคัญๆ ที่จะส่งผลกระทบในวงกว้าง หลายๆคนคิดว่าทุกสิ่งที่เราทำเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น แต่พ่อคิดว่าความคิดเช่นนี้ไม่ชอบด้วยเหตุผล เพราะการกระทำแม้เล็กน้อยที่สุดส่งผลถึงผู้อื่นเสมอไม่มากก็น้อย อาทิ การพูดคำหยาบการแสดงอารมณ์รุนแรงกับลูกและกับสมาชิกในครอบครัว ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องภายในครอบครัวของเรา แต่เราลองสังเกตพฤติกรรมของคนในสังคมปัจจุบัน ว่าทำไมถึงหยาบคายใจร้อนถึงปานนี้เวลาขับรถ รถติดหรือมีอะไรไม่ถูกใจหน่อยก็แสดงอารมณ์เกรี้ยวกราด บางคนก็ชักปืนขึ้นมาขู่ บางคนถึงขนาดจงใจขับรถพุ่งชนผู้อื่น ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนมีรากฐานและเริ่มต้นที่ครอบครัวแทบทั้งสิ้น

(more…)

ฉบับที่ 910 วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2554 สมโภชพระวรกายและพระโลหิตพระคริสตเจ้า

Friday, June 24th, 2011

บอกเล่าให้ฟัง

เวลานี้เรื่องที่เป็น Talk of the town ของพระศาสนจักรในประเทศไทย คงไม่พ้นเรื่อง “วิถีชุมชนวัด(BEC)” และ “ชุมชนคริสตชนย่อย(SCC)” บอกได้เลยว่าถ้าอยู่ในวงการพระศาสนจักรแล้วไม่อ่านเรื่องนี้ท่านจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง ผู้รับผิดชอบเองก็พยายามจัดการอบรมให้ความรู้เรื่องนี้และสร้างผู้นำอย่างต่อเนื่อง ในเขต 2 ก็มีการประชุมจัดอบรมและจัดเข้าเงียบอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน เรื่องวิถีชุมชนวัดที่เป็นตัวอย่างเด่นชัดเริ่มที่เมืองลากอส สัตบุรุษมาวัดแล้วก็กลับบ้าน ไม่สนใจกันและกัน ไม่รู้จักเพื่อนบ้าน จนกระทั่งมีคนสังเกตเห็นถึงปัญหานี้ และเริ่มออกเยี่ยมบ้านของบรรดาคริสตชน จนมีคนอุทานว่า “สงสัยกำลังจะสิ้นพิภพแล้ว” เพราะมีเพื่อนคริสตชนมาเยี่ยมเขา และเริ่มมีการประชุมกันในชุมชนบ่อยๆเพราะทุกคนเห็นพร้องต้องกันว่า “การเป็นคริสตชนที่มาวัดวันอาทิตย์เท่านั้นไม่เพียงพอ” คริสตชนต้องมีส่วนร่วมในพระศาสนจักรและช่วยกันทำให้พระศาสนจักรมีชีวิตชีวา โดยอาศัยความเป็นหนึ่งเดียวกัน ช่วยเหลือกัน และรวมกันเป็นกลุ่มย่อยๆ การรวมกลุ่มของคริสตชนจะถือว่าเป็นชุมชนคริสตชนย่อย จะต้องมีเครื่องหมายสี่ประการนี้เด่นชัดนั่นก็คือ

(more…)

ฉบับที่ 909 วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน 2554 สมโภชพระตรีเอกภาพ

Saturday, June 18th, 2011

บอกเล่าให้ฟัง

วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ ……วันหนึ่งมียี่สิบสี่ชั่วโมง สัปดาห์หนึ่งมีเจ็ดวัน เดือนหนึ่งมีสามสิบวันหรือสามสิบเอ็ดวัน ปีหนึ่งมีสามร้อยหกสิบห้าหรือหกสิบหกวัน นักปรัชญาหลายๆค่ายคิดว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งสมมุติที่มนุษย์กำหนดขึ้นมาเองทั้งสิ้น ถึงแม้จะเป็นเพียงสิ่งที่มนุษย์สมมุติกำหนดขึ้นมาเอง แต่มันก็มีประโยชน์อยู่ไม่น้อยเหมือนกันในการคำนวณนับการดำเนินชีวิตที่เลยผ่าน เราผ่านเทศกาลปัสกาไปอีกหนึ่งรอบปีมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในชีวิตบ้างไหม ลูกหลานของเราอีกกี่คนยังไม่ได้มาทำปัสกา ถ้าลูกหลานของเราต้องการมารับศีลอภัยบาปและรับศีลมหาสนิทด้วยความศรัทธา ไม่ต้องรอให้ถึงกำหนดปัสกาปีหน้านะครับมาได้ตลอดเวลาทั้งวันธรรมดาและวันอาทิตย์ มันก็เป็นอย่างที่พ่อเขียนไว้ข้างต้นนั่นแหละ “ช่วงเวลาต่างๆมนุษย์สมมุติและกำหนดขึ้นมาเอง” เราจะรักพระเจ้า จะสำนึกผิดกลับใจ เราจะรักเพื่อนมนุษย์ รักพ่อแม่พี่น้อง ทำดีต่อกัน คงไม่ต้องรอช่วงเวลาที่กำหนดหรอกครับ เพียงแต่ดูกาลเทศะความเหมาะสมนิดหน่อยให้ดูดีก็พอแล้ว แต่ที่สำคัญกว่าก็คืออย่าผัดวันประกันพรุ่งไม่เช่นนั้นเราอาจจะไม่มีโอกาสได้ทำ

(more…)