ฉบับที่ 910 วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2554 สมโภชพระวรกายและพระโลหิตพระคริสตเจ้า

บอกเล่าให้ฟัง

เวลานี้เรื่องที่เป็น Talk of the town ของพระศาสนจักรในประเทศไทย คงไม่พ้นเรื่อง “วิถีชุมชนวัด(BEC)” และ “ชุมชนคริสตชนย่อย(SCC)” บอกได้เลยว่าถ้าอยู่ในวงการพระศาสนจักรแล้วไม่อ่านเรื่องนี้ท่านจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง ผู้รับผิดชอบเองก็พยายามจัดการอบรมให้ความรู้เรื่องนี้และสร้างผู้นำอย่างต่อเนื่อง ในเขต 2 ก็มีการประชุมจัดอบรมและจัดเข้าเงียบอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน เรื่องวิถีชุมชนวัดที่เป็นตัวอย่างเด่นชัดเริ่มที่เมืองลากอส สัตบุรุษมาวัดแล้วก็กลับบ้าน ไม่สนใจกันและกัน ไม่รู้จักเพื่อนบ้าน จนกระทั่งมีคนสังเกตเห็นถึงปัญหานี้ และเริ่มออกเยี่ยมบ้านของบรรดาคริสตชน จนมีคนอุทานว่า “สงสัยกำลังจะสิ้นพิภพแล้ว” เพราะมีเพื่อนคริสตชนมาเยี่ยมเขา และเริ่มมีการประชุมกันในชุมชนบ่อยๆเพราะทุกคนเห็นพร้องต้องกันว่า “การเป็นคริสตชนที่มาวัดวันอาทิตย์เท่านั้นไม่เพียงพอ” คริสตชนต้องมีส่วนร่วมในพระศาสนจักรและช่วยกันทำให้พระศาสนจักรมีชีวิตชีวา โดยอาศัยความเป็นหนึ่งเดียวกัน ช่วยเหลือกัน และรวมกันเป็นกลุ่มย่อยๆ การรวมกลุ่มของคริสตชนจะถือว่าเป็นชุมชนคริสตชนย่อย จะต้องมีเครื่องหมายสี่ประการนี้เด่นชัดนั่นก็คือ

  1. สมาชิกของชุมชนคริสตชนย่อยต้องอยู่ในละแวกบ้านเดียวกัน หรือเป็นเพื่อนบ้านกัน ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเป็นการรวมตัวกันของคนบ้านใกล้เรือนเคียงซอยเดียวกันหมู่บ้านเดียวกัน จะสามารถร่วมมือช่วยเหลือกันในเรื่องต่างๆ พวกเขาจะสามารถเข้าใจกันและกันง่าย ร่วมทุกข์ร่วมสุขรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของชุมชน เพราะพวกเขาอยู่ในบริบททางสังคมเดียวกัน รวมทั้งปัญหาหลายเรื่องก็เป็นปัญหาเดียวกันในชุมชน
  2. การอ่านพระคัมภีร์ร่วมกันและแบ่งประสบการณ์ความเชื่อ จะต้องเป็นพื้นฐานของการพบปะกันของชุมชนคริสตชนย่อย เพราะโดยการแบ่งปันพระวาจาของพระเจ้า ทำให้พระเยซูคริสเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขา กลายเป็นรากฐานของชุมชนอย่างแท้จริง พวกเขาจะกลายเป็นศิษย์ เป็นดั่งสมาชิกในครอบครัวของพระองค์ มีชีวิตสนิทสัมพันธ์กับพระองค์ และผู้อื่นมากขึ้น เพราะผู้ที่ฟังพระวาจาของพระองค์และปฏิบัติตามก็จะกลายเป็นญาติพี่น้องของพระองค์ และเป็นญาติพี่น้องกันโดยทางพระเยซูคริสตเจ้า
  3. สิ่งต่างๆที่ชุมชนคริสตชนย่อยร่วมกันทำต้องมาจากความเชื่อ เป็นการปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งความรัก อาทิ ช่วยเหลือกันและกัน พยายามสร้างสันติภาพ ความสงบสุขในชุมชน ช่วยเหลือผู้ยากไร้รอโอกาส ฯลฯ นั่นหมายความว่าต้องทำตามจิตตารมณ์พระวรสารนั่นเอง
  4. ชุมชนคริสตชนย่อย ต้องมีความสัมพันธ์กับพระศาสนจักรสากล หมายความว่ากลุ่มที่รวมตัวกันนี้ต้องขึ้นอยู่กับวัดที่ชุมชนนั้นสังกัด เป็นที่รับรู้ของคุณพ่อเจ้าวัด พระสังฆราชท้องถิ่น และผู้นำชุมชนที่ตั้งขึ้นจะต้องมาปรึกษาหารือกับคุณพ่อเจ้าวัด เพื่อจะได้ร่วมมือกันทำให้ชุมชนต่างๆในบริเวณวัดมีชีวิตชีวา และเป็นพระศาสนจักรแห่งการมีส่วนร่วม

นี่เป็นแนวทางใหม่ของงานอภิบาล และการประกาศข่าวดีของพระศาสนจักรในยุคปัจจุบันเป็นต้นในภาคพื้นทวีปเอเชียเวลานี้

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ศีลมหาสนิทชีวิตของเราคริสตชน

“มนุษย์มิได้ดำรงชีวิตด้วยอาหารเท่านั้น แต่ดำรงชีวิตด้วยพระวาจาทุกคำที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า”(มธ.1:4) “ใครที่กินปังนี้จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป”(ยน.6:51) ในมิสซาบูชาขอบพระคุณพระเป็นเจ้าทรงเลี้ยงเราด้วยอาหารดีเลิศสองชนิดคือ พระวาจาของพระเจ้าและศีลมหาสนิท พระวาจาของพระเจ้ายืนยันกับเราว่ามนุษย์ไม่ได้ดำรงชีวิตอยู่ด้วย อากาศ อาหาร และน้ำเท่านั้น เราลองพิจารณาครอบครัวที่มีเพียบพร้อมทุกอย่างแต่สมาชิกในครอบครัวกลับไม่มีความสุข คงไม่ใช่เพราะครอบครัวนี้ขาดปัจจัยในการดำรงชีวิตฝ่ายกายหรอก แต่สมาชิกในครอบครัวอาจจะกำลังหิวกระหายการมีเวลาอยู่ร่วมกัน ความรัก ความอบอุ่น ความเอื้ออาทร ที่ควรจะให้แก่กันและกันในครอบครัวก็เป็นได้ มีมนุษย์จำนวนมหาศาลที่ต้องทนทุกข์ทรมาน กับความหิวกระหายมิตรภาพความสัมพันธ์แห่งความรัก ความเมตตา ความยุติธรรม ความเข้าใจ ฯลฯ มนุษย์กำลังแสวงหาคุณค่าอื่นๆที่นอกเหนือจากปัจจัยสี่ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญและจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตฝ่ายกาย

พระเยซูคริสตเจ้าทรงทราบความต้องการที่แท้จริง และความอ่อนแอของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง พระองค์จึงทรงตั้งศีลมหาสนิทซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งความรัก ความเป็นเอกภาพ และการประทับอยู่ของพระองค์ท่ามกลางเรา โดยอาศัยศีลมหาสนิทนี้เราเข้าใจความรักของพระองค์ ที่ยอมสละทุกสิ่งเพื่อความรอดพ้นของมนุษยชาติ ทรงมอบชีวิตถวายองค์เป็นบูชาเพื่อไถ่โทษมนุษยชาติโดยสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ด้วยความปรารถนาที่จะเป็นหนึ่งเดียวและประทับอยู่ท่ามกลางเรา พระองค์ทรงมอบพระกายและพระโลหิตของพระองค์ เป็นอาหารเลี้ยงจิตวิญญาณของเรา ใครก็ตามที่รับพระกายและพระโลหิตของพระองค์ด้วยความเชื่อศรัทธา ก็เท่ากับว่าเขารับพระเยซูคริสตเจ้าทั้งครบมาประทับอยู่ในเขา และเขาจะกลายเป็นกาย เป็นใจ เป็นชีวิตเดียวกับพระองค์ (Communion with Christ) ด้วยเหตุนี้โดยทางศีลมหาสนิทพระองค์ชิดสนิทกับเราตามความหมายของชื่อ “ศีลมหาสนิท” (Holy Communion) และประทับอยู่ท่ามกลางเราตราบจนสิ้นพิภพ

พระเยซูคริสตเจ้าไม่ได้ทรงทำกิจการแห่งความรักอันยิ่งใหญ่นี้แต่เพียงพระองค์เองเท่านั้น แต่ยังสั่งให้บรรดาอัครสาวก และผู้ที่เชื่อในพระองค์กระทำการนี้สืบเนื่องต่อไปอีกด้วย “จงทำการนี้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเราเถิด” คำสั่งนี้มิใช่สั่งให้พระสงฆ์ถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณเท่านั้น แต่เป็นคำสั่งให้ผู้ที่ในพระองค์ทุกคนปฏิบัติตามสิ่งที่พระองค์กระทำต่อเราก่อนแล้ว นั่นก็คืออุทิศตนรักและรับใช้ผู้อื่น ดังนั้นทุกครั้งที่เราเข้าไปรับศีลมหาสนิทเราไม่ได้เข้าไปรับเพียงขอให้พระองค์มาประทับอยู่กับเราเท่านั้น แต่เราเข้าไปรับจิตตารมณ์ของศีลมหาสนิท “การรักและรับใช้” และสัญญากับพระองค์ว่าจะนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน มิสซาบูชาขอบพระคุณจึงไม่ได้จบที่วัด แต่เป็นการถวายตนเองเป็นบูชาที่มีชีวิตแด่พระเป็นเจ้า ที่เริ่มต้นขึ้นทุกครั้งที่เราออกจากวัดแล้วอุทิศตนรักและรับใช้ผู้อื่น ขอให้วันสมโภชศีลมหาสนิทเตือนใจเราให้คิดถึงความรักขององค์พระผู้เป็นเจ้า และปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งความรักที่พระองค์มอบให้กับเรา นั่นก็คือ “ให้เรารักและรับใช้ผู้อื่นเหมือนอย่างที่พระองค์ทรงรักและรับใช้เรามาก่อนแล้ว”

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่สนใจจะมาช่วยมิสซา และอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน และซักซ้อมการช่วยมิสซา
  2. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 10 ก.ค. 2011 หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกท่านเข้าประชุมโดยพร้อมเพียงกันด้วย
  3. วันอาทิตย์ที่ 3 ก.ค. 2011 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนหลังมิสซามีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ใดปรารถนานำลูกหลานมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลล่วงหน้ารับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
  4. วันอาทิตย์นี้เป็นวันสมโภชศีลมหาสนิท หลังมิสซาจะมีแห่ศีลมหาสนิท ขบวนแห่เริ่มด้วยกางเขน เทียน ผู้ช่วยมิสซา เด็กโปรยดอกไม้ พลับพลาศีลมหาสนิท และสัตบุรุษ ขอให้สัตบุรุษบางส่วนเดินนำหน้าแล้วเข้าแถวสองข้างทางโปรยดอกไม้เพื่อต้อนรับพระเยซูคริสตเจ้า เราจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเป็นชุดๆเพื่อโปรยดอกไม้ต้อนรับพระเยซูคริสเจ้า และจะมีสภาภิบาลช่วยจัดระเบียบให้

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.