ฉบับที่ 977 วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2555 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

เชื่อว่าพวกเราหลายๆคนคงจะได้ทราบข่าวเกี่ยวกับภาพยนตร์ที่ดูหมิ่นศาสนาอิสลามแล้ว ว่ามันก่อให้เกิดผลอย่างไรบ้างมีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นในหลายๆประเทศทั่วโลก พ่อจึงถือโอกาสนำเรื่องนี้มาเป็นอุทาหรณ์เล่าให้พี่น้องอ่าน เพราะว่าเวลานี้ลูกหลานของเราอยู่กับสื่อออนไลน์จนเขาเรียกกันว่า “สังคมออนไลน์” สังคมนี้เป็นสังคมการสื่อสารที่รวดเร็วไร้พรมแดน สื่ออย่างนี้มีทั้งแง่บวกและแง่ลบ ในแง่บวกถ้าคนรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ อาทิ ในวงการแพทย์สามารถปรึกษาหารือและให้การรักษาบางอย่างผ่านทางสื่อเหล่านี้ ในทางศาสนาหลายคนก็ใช้ในการประกาศข่าวดี สนทนาธรรม เผยแผ่ความดีในลักษณะต่างๆ ในทางสังคมมีการตั้งชมรมรวมตัวกันทำในสิ่งที่สร้างสรรค์เป็นประโยชน์ต่อสังคม ในด้านการศึกษาเราสามารถได้รับความรู้ช่วยเหลือกันโดยผ่านทางสื่อเหล่านี้ ฯลฯ ในแง่ลบมีหลายคนๆที่ใช้สื่อเหล่านี้ทำร้ายสังคม มีสิ่งที่ผิดศีลธรรมมากมายถูกเผยแพร่ทางสื่อเหล่านี้ หลายคนให้ร้ายดูหมิ่นผู้อื่น ศาสนา สถาบัน โดยอาศัยสื่อเหล่านี้เช่นกัน ดังที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ฯลฯ

ที่พ่อนำเรื่องนี้มาเขียนเล่าให้พี่น้องอ่าน ไม่ใช่เพราะว่าพ่อไม่ชอบไม่เห็นด้วยหรือเป็นคนตกยุค ตรงกันข้ามพ่อปรารถนาให้พ่อแม่ผู้ใหญ่ผู้ปกครอง ตระหนักถึงความสำคัญของสื่อเหล่านี้และพยายามเตือนลูกหลานรวมทั้งตนเองที่อยู่ในสังคมออนไลน์ ให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ และรับผิดชอบ เพราะภาพหรือถ้อยคำที่ขึ้นไปอยู่บนสื่อเหล่านี้เมื่อไรมันจะกระจายไปอย่างรวดเร็ว และถูกตีความไปต่างๆนาๆแล้วแต่ทัศนคติและมุมมองของผู้คน ตัวอย่างที่ใกล้ตัวที่สุดครั้งหนึ่งพ่อไปสัมมนาและพักผ่อนกับนักขับร้อง พ่อเห็นเยาวชนกับเด็กๆหลายคนกำลังถ่ายรูปเพื่อเอาขึ้น facebook พ่อต้องรีบห้ามทันทีและบอกว่าก่อนจะเอาขึ้นไปขอให้พ่อดูก่อน เพราะคนนั่งล้อมวงคุยกันนั้นมันตีความได้หลายอย่าง อาทิ ตั้งวงเหล้า เล่นการพนัน ฯลฯ แล้วแต่มุมกล้องและมุมมองของคน สิ่งที่พ่อยกตัวอย่างมานี้มันเกิดจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แล้วสิ่งที่มีคนทำขึ้นโดยเจตนามันจะแยบยลสักเพียงใดพี่น้องสิ่งที่เกิดขึ้นกับศาสนาอิสลามใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นกับศาสนาอื่น และศาสนาของเรา ตราบใดที่บนโลกใบนี้ยังมีคนที่ไม่รู้จริงแต่ช่างเขียนช่างพูดวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นโดยเบาความ มันก็จะเกิดปัญหาเช่นนี้อยู่เรื่อยไปฮิตเลอร์จึงบอกว่า “คนที่โง่แต่ขยันต้องฆ่าทิ้งให้หมด” เพราะคนเหล่านี้จะสร้างความเสียหายมากกว่าสร้างเรื่องดี ที่พ่อกล่าวถึงประโยคนี้ไม่ใช่เพราะเห็นด้วยแต่มันมีความจริงซ่อนอยู่อย่างเห็นได้ชัด พ่อจึงกราบวอนพ่อแม่ผู้ปกครองให้ช่วยกันดูแลลูกหลาน รวมทั้งผู้ที่คลั่งไคล้ในลื่อออนไลน์เหล่านี้ให้ทำอะไรด้วยความรอบคอบ ไตร่ตรองให้ดีเสียก่อนว่าเรื่องที่กำลังทำนั้นมันจะส่งผลอะไรในวงกว้างแค่ไหน ไม่รู้จริงไม่แน่ใจอย่าเขียนอย่าตอบอย่าทำ สมัยก่อนเขาสอนว่าการนินทาเหมือนการเดินถอนขนไก่ไปตามทางมันจะปลิวไปที่ไหนไม่รู้ แต่ว่ามันก็อยู่ในละแวกนั้นนั่นแหละ แต่ว่าอิทธิพลของสื่อออนไลน์เหล่านี้มันกระจายไปทั่วโลก แล้วเราจะไปแก้ไขและเก็บกลับคืนมาได้อย่างไร การตอบคำถามอย่างไม่รู้จริง การตอบโต้ด้วยความสะใจหรือด้วยเจตนาที่ดีก็ตาม มีแต่จะสร้างความบาดหมางกันมากขึ้น ไม่ต้องกลัวหรอกครับพระปรีชาญาณจะพิสูจน์ตัวเองในเวลาที่เหมาะสม

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ความซื่อสัตย์

ความซื่อสัตย์เมื่อเราทบทวนเกี่ยวกับพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงทำกับมนุษย์ เราจะพบว่าพระเจ้าทรงซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญาที่พระองค์ทรงทำกับมนุษย์เสมอ ในประวัติศาสตร์แห่งความรอดพ้นที่เราได้เรียนรู้จากพระคัมภีร์ เราพบว่าพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงทำกับมนุษย์ขาดสะบั้นเสียหายไปอยู่บ่อยๆ ไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่ซื่อสัตย์แต่เป็นฝ่ายมนุษย์ที่ไม่ซื่อสัตย์ เอาใจออกห่างจากพระองค์ เมื่อไม่มีพระองค์เป็นผู้คอยปกป้องดูแล ความหายนะความเดือดร้อนก็จะเกิดขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้มนุษย์จะสำนึกได้และกลับมาขอโทษพระเจ้า ขอพึ่งพระเมตตาจากพระองค์ แล้วพระองค์ก็จะทรงรื้นฟื้นพันธสัญญาที่ทำไว้กับมนุษย์ขึ้นใหม่ ความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับประชากรของพระองค์ จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนอย่างนี้อยู่ตลอดเวลาและพระเจ้าจะเป็นผู้เริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ก่อน และหาทางช่วยเหลืออยู่เสมอ แสดงว่าพระองค์ทรงรักและซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญาไม่เคยเปลี่ยนแปลง

พระวาจาของพระเจ้ากล่าวถึงความสัมพันธ์ของชายและหญิง ที่ตัดสินใจมาอยู่ด้วยกันฉันท์สามีภรรยาในการแต่งงาน การแต่งงานตามคำสอนของพระศาสนจักรมีรูปแบบที่ชัดเจน ซึ่งเราเห็นได้จากการทำพิธีแต่งงานในวัด และถ้าเป็นคาทอลิกจะถือว่าพิธีการตามธรรมเนียมประเพณีอย่างนี้เท่านั้นเป็นการแต่งงาน อย่างอื่นไม่ถือว่าเป็นการแต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายของพระศาสนจักร พระศาสนจักรสอนว่าการแต่งงานเป็นการทำพันธสัญญาต่อกันระหว่างชายและหญิง และต้องเลียนแบบพันธสัญญาที่พระเจ้าทำกับมนุษย์ พระเจ้ารักมนุษย์อย่างไร พระคริสตเจ้ารักพระศาสนจักรอย่างไร ซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญาอย่างไร บ่าวสาวจะต้องรักและซื่อสัตย์ต่อกันอย่างนั้นจนกว่าชีวิตจะหาไม่ “พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นชายและหญิง ดังนั้นชายจะละบิดามารดา และชายหญิงจะเป็นเนื้อเดียวกัน……สิ่งที่พระเจ้ารวมกันไว้มนุษย์อย่าได้แยกเลย”(มก10:6-9) เราจึงเห็นอัตลักษณ์ของการแต่งงานแบบคาทอลิกอย่างชัดเจน “ความเป็นเอกภาพ และหย่าร้างไม่ได้”

“โมเสสอนุญาตให้ทำหนังสือหย่ากันได้”(มก.10:4) แสดงว่าในสมัยของโมเสสต้องมีการหย่าร้างในลักษณ์ที่กล่าวถึงแน่นอน ที่โมเสสต้องอนุญาตให้ทำเช่นนี้เพราะต้องการช่วยฝ่ายหญิงให้เป็นอิสระ เพราะในสมัยนั้นผู้หญิงถือว่าเป็นสมบัติของผู้ชาย ถ้ามีปัญหาในครอบครัวฝ่ายชายจะได้เปรียบเสมอ โมเสสจึงจำใจต้องเขียนกฎนี้ขึ้นเพื่อช่วยฝ่ายหญิงนั้นเอง พระเยซูคริสตเจ้าให้คำตอบกับปัญหานี้ว่า “เพราะใจดื้อหยาบกระด้างของพวกท่าน”(มก.10:5) คำตอบที่พระองค์ให้นี้สามารถประยุกต์กับปัญหาในความสัมพันธ์ทุกระดับ มนุษย์กับพระเจ้า มนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับสิ่งสร้าง ที่ความสัมพันธ์ในทุกๆระดับมันมีปัญหา และปัญหาทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน เพราะมนุษย์ไม่เชื่อฟัง ไม่เคารพกฎของพระเจ้า ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์เพื่อตอบสนองกิเลสตัณหาของตน มนุษย์ไม่เคารพยำเกรงพระเจ้า ย่ำยีศักดิ์ศรีของมนุษย์ด้วยกันเอง ทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อม สังคมจึงมีแต่การแตกแยก ความวุ่นวาย และสงคราม โลกของเราปั่นป่วนไปหมดภาวะโลกร้อน ภัยธรรมชาติทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน สิ่งต่างๆเหล่านี้จึงเตือนใจเราว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องกลับใจแบบถอนรากถอนโคน ปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตมาอยู่ในหนทางของพระเจ้า เพื่อสันติสุขจะได้กลับคืนมาสู่โลกของเราและมาสู่มนุษย์ทั้งมวล

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ศาลาเอนกประสงค์ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว สำหรับผู้ที่เคยแจ้งเจตจำนงที่จะช่วยเหลือ ถ้ายังมีเจตจำนงเหมือนเดิม และท่านอื่นๆที่ต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการสร้างสามารถมามอบให้กับพ่อ และบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัดตามความสามารถ
  2. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์นี้ หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลเข้าประชุมโดยพร้อมเพรียง
  3. เดือนตุลาคมเป็นเดือนแม่พระลูกประคำ ผู้ที่ปรารถนาที่จะเชิญพระรูปแม่พระ และคณะสวดประคำไปสวดที่บ้าน ลงชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ที่สังเกตที่สังเกตได้ง่ายได้ที่หน้าวัด
  4. วันพฤหัสบดีที่ 11 ต.ค. 2012 เปิดปีแห่งความเชื่อที่ สักการะสถานคุณพ่อ นิโคลาส บุญเกิด เวลา 10.00 น. จะมีการทำกิจศรัทธาร่วมกันจนถึงเวลา 16.00 น. เริ่มมิสซาบูชาขอบพระคุณ
  5. ขออาสาสมัครเด็กเล่นละครคริสต์มาส ลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด จะเริ่มซ้อมภายในเดือนตุลาคม
  6. ขอเชิญร่วมส่งภาพถ่ายเข้าประกวด ในหัวข้อ “กิจกรรม ความรัก ความศรัทธา” ชิงรางวัลหลายรางวัล เริ่มช่วงนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค. 2013 ส่งได้ที่คณะกรรมการสภาภิบาล

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สัปดาห์ที่ 07-10-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.