ฉบับที่ 922 วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2554 สัปดาห์ที่ 25 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

บนโลกใบนี้มีหลายๆสิ่งที่มนุษย์ยังค้นไม่พบและยังไม่สามารถเข้าใจได้อย่างแตกฉาน เมื่อย้อนคิดถึงเรื่องราวในอดีตเราจะพบว่าสิ่งที่มนุษย์คิดว่าไม่มี แต่มันกลับมีขึ้นในปัจจุบัน ในอดีตเมื่อเราแหงนหน้ามองท้องฟ้าเห็นเมฆลอยไปมา เราก็จินตนาการไปต่างๆนาๆ ใครจะรู้ได้บนท้องฟ้าในอากาศที่เวิ้งว้างว่างเปล่าจะมีอะไรกันนักกันหนา แต่ในปัจจุบันในความเวิ้งว้างว่างเปล่ามันมีพลังและอะไรต่อมิอะไรอยู่มากมาย เกินกว่ามนุษย์จะคิดได้อย่างครบถ้วนและสิ่งที่มนุษย์คิดว่าไม่มีบัดนี้มันมาปรากฏอยู่บนจอเล็กๆในบ้านของเรา หรือแม้กระทั่งในโทรศัพท์มือที่เราพกติดตัวอดยู่ตลอดเวลา บนโลกใบนี้และในความเวิ้งว้างว่างเปล่าบนท้องฟ้าอากาศมีพลังอยู่มากมาย มีทั้งพลังแห่งความดี พลังในเชิงสร้างสรรค์ ที่ให้คุณประโยชน์แก่มนุษย์ทำให้มนุษย์มีความสุขสงบแข็งแรงเติบโตและพัฒนา และพลังแห่งความชั่วร้าย พลังในเชิงทำลายล้าง ที่ให้โทษทำให้มนุษย์ไม่มีความสุข อ่อนแอ และมีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน

เวลานี้พ่อกำลังอ่านหนังสืออยู่ชุดหนึ่ง เกี่ยวกับพลังแห่งการเยียวยารักษาซึ่งได้แก่ ความชื่นชมยินดี ความสวยงาม ความหวัง ความสงบสุข สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพลังที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ นักจิตวิทยา นักวิทยาศาสตร์ และวงการแพทย์ ต่างยอมรับว่าพลังเหล่านี้มีผลต่อสุขภาพและชีวิตของมนุษย์ จนกระทั้งบางท่านคำนวณว่า “ใครที่หัวเราะออกมาด้วยความสุขความจริงใจ คนนั้นจะทำให้ชีวิตยืนยาวต่อครั้งต่อกี่นาที” ตรงกันข้ามความเครียด ความคิดที่ไม่ดี ความโกรธ อาฆาตแค้นมีผลต่อสุขภาพ ชีวิต และต่อพฤติกรรมของมนุษย์เช่นเดียวกัน เพราะสิ่งเหล่านี้ก็มีพลัง แต่เป็นพลังแห่งความชั่วร้าย เป็นพลังแห่งการทำลายล้าง ทำให้พ่อคิดถึงภาพพจน์ของนรกที่เราพบบ่อยๆในพระคัมภีร์ “ที่นั่นจะมีความมืด มีเสียงคร่ำครวญ ร่ำไห ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธเคือง”พ่ออยากให้เราลองสังเกตใบหน้าแววตาของคนที่มีความแค้นเคืองหรือนางร้ายในละคร กับใบหน้าแววตาของคนที่มีความสงบสุขรู้จักให้อภัยหรือนางเอกในละครว่ามันต่างกันแค่ไหน และใบหน้าแบบไหนมันชวนมองมากกว่ากันพี่น้องเราอย่ายอมอยู่ในวังวนของความชั่วร้ายใดๆทั้งสิ้น เราต้องพยายามหนีให้ห่างจากมันหรือพยายามสร้างเกราะคุ้มกัน อย่าให้มันเข้ามาพัวพันกับชีวิตของเรา พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนวิธีการให้เราหลายอย่าง การสวดภาวนาสามารถช่วยเราได้เพราะเราจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า พระองค์จะทรงคุ้มครองเรา ความรักความเป็นหนึ่งเดียวกันก็เป็นอีกทางหนึ่งที่สามารถช่วยเรา เวลาที่พระองค์วอนขอพระบิดาเจ้าให้คุ้มครองพวกเราให้ปลอดภัย พระองค์วอนขอว่า “ให้เราทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน” แสดงว่าความเป็นหนึ่งเดียวกันเป็นดั่งเกราะกำบังภัยที่เข้มแข็ง การให้อภัยทำให้ใจเราสงบและมีพลังที่เข้มแข็งสิ่งเลวร้ายไม่อาจแผ้วพาน พ่อเชื่อว่าเราทุกคนทุกครอบครัวอยากมีความสุข ถ้าเป็นเช่นนั้นเราต้องพยายามขจัดพลังแห่งความชั่วร้ายออกไป และนำพลังแห่งความดีเข้ามาตามวิธีการที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอน และทีละเล็กทีละน้อยเราจะสามารถทำให้สังคมของเราน่าอยู่ และครอบครัวของเราจะมีความสุขอย่างแน่นอน

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ท่านอิจฉาริษยาเพราะฉันใจดีหรือ

จากอุปมาในพระวรสารนักบุญ มัทธิว บทที่ 20 ข้อ 1- 16 ที่เล่าว่าพ่อบ้านออกไปหาคนงานในเวลาที่ต่างกัน เช้าตรู่ สามโมงเช้า เที่ยงวัน บ่ายสามโมง และห้าโมงเย็น แต่ให้ค่าจ้างตามที่ตกลงกันไว้คนละ 1 เหรียญเท่ากัน ทำให้เราเรียนรู้เกี่ยวกับ ความรัก ความเมตตา และพระยุติธรรมของพระเจ้า ซึ่งดูเหมือนว่าพระองค์จะไม่ยุติธรรมเพราะคนมาทำงานในเวลาต่างกัน ปริมานงานที่ทำย่อมไม่เท่ากัน คนที่มาตอนช่วงเวลาท้ายๆทำงานน้อยน่าจะได้ค่าจ้างน้อย แต่เจ้าของสวนกลับให้ 1 เหรียญเท่ากับคนอื่น ที่เป็นเช่นนี้เพราะความคิดของพระเจ้าต่างกับความคิดของมนุษย์ มนุษย์คิดเชิงปริมาน มนุษย์ตัดสินจากสิ่งปรากฏภายนอก แต่พระเจ้าทรงทอดพระเนตรที่น้ำใจ ใครเล่าจะสามารถหยั่งถึงก้นบึ้งแห่งใจมนุษย์ได้อย่างพระเจ้า อีกประเด็นหนึ่งที่น่าคิดก็คือ “พระเจ้าไม่เคยเป็นหนี้ติดค้างอะไรมนุษย์เลย แม้มนุษย์จะทำความดีมากสักเท่าใด ก็ไม่สามารถตอบแทนความดีของพระองค์ที่มีต่อมนุษย์ได้” เป็นมนุษย์ต่างหากที่เป็นหนี้พระองค์จนไม่มีทางชดใช้

ถ้าเราสังเกตข้อตกลงในการจ้างงานตั้งแต่ต้น “ครั้งได้ตกลงค่าจ้างวันละหนึ่งเหรียญกับคนงาน”(มธ.20:2) เราจะพบว่าเจ้าของสวนไม่ได้ทำผิดสัญญา เขาให้ค่าจ้างตามที่ตกลงกันไว้และให้เท่ากันเพราะใจดี เราจึงต้องสำนึกอยู่เสมอว่าความดีที่เราทำทุกๆวันไม่มีค่าพอที่จะตอบแทนความดีของพระเจ้าต่อเรา ดั้งนั้นเราจึงไม่สามารถเรียกร้องรางวัลสิ่งตอบแทนใดๆจากพระองค์ เพราะเราเป็นหนี้ความดีของพระองค์จนชดใช้ไม่ได้ แต่ที่ความดีเล็กๆน้อยๆของเรามีค่าในสายพระเนตรของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงรักและเมตตาเราทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้การกระทำทุกอย่างจึงเป็นการตอบสนองความรักของพระองค์ที่มีต่อเราก่อนแล้ว เราจึงต้องไม่หวังอะไรตอบแทนจากพระองค์นอกจากวอนขอพระเมตตาจากพระองค์เท่านั้น

ความคิดคำนึงเช่นนี้จะทำให้เราปฏิบัติศาสนกิจทำคุณงามความดีด้วยความสงบสุข แม้ดูเหมือนว่าเราจะไม่ได้รับความเป็นธรรม อาทิ คนดีมีความลำบากแต่คนไม่ดีกลับดูเหมือนว่าสบาย ถ้าเรารู้สึกว่าการปฏิบัติศาสนกิจการทำความดีลำบากเป็นภาระ เราจะต้องพิจารณามโนธรรมของเราดีๆเพราะมันเป็นเครื่องหมายว่าสิ่งต่างๆที่เราทำไม่ได้มาจากความจริงใจ ความบริสุทธิ์ใจ น่าจะมีอะไรแอบแฝงอยู่เบื้องหลังการกระทำของเรา นักบุญหลายท่านมีประสบการณ์เกี่ยวกับความชื่นชมยินดีความสุขในสวรรค์ ต่างอธิบายว่า “เป็นสิ่งที่เกินพรรณนาตามภาษามนุษย์” เมื่อเทียบกับความทุกข์ลำเค็ญที่เราได้รับบนโลกใบนี้มันคุ้มสุดคุ้ม คำถามเรื่องพระยุติธรรมของพระเจ้ามีมาทุกยุคทุกสมัย นักเจริญชีวิตภายในบางท่านได้ให้คำอธิบายไว้อย่างน่าฟังว่า ผู้ที่ได้รับความสุขนิรันดรในสวรรค์เปรียบหมือนภาชนะที่พระเจ้าจะเติมความสุขจนเต็มเปี่ยมทุกใบ มีขนาดใหญ่เล็กต่างกันแต่เมื่อพระองค์เติมแล้วทุกคนจะอิ่มจะสุขเต็มที่ และไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว แต่นี่ก็เป็นเพียงการอธิบายของมนุษย์เท่านั้น คิดกันง่ายๆว่าเราจะเอาอะไรไปเปรียบเทียบกับเกียรติของแม่พระและของนักบุญทั้งหลายในสวรรค์ ดั้งนั้นเราอย่ามัวไปอิจฉาผู้ที่สามารถกลับใจในบั้นปลายของชีวิต ความสุขความสำเร็จชั่วครั้งชั่วคราวของคนชั่ว แต่จงมุ่งมั่นทำความดีเพื่อตอบสนองความรักความดีของพระเจ้า และสิ่งอื่นๆเราไม่ต้องกังวลพระองค์จะแถมให้เอง

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. เดือนตุลาคมเป็นเดือนแม่พระ ผู้ใดต้องการรับแม่พระเพื่อไปสวดสายประคำที่บ้าน ขอให้ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  2. ขอเชิญผู้ที่สนใจหรือผู้ที่มีจิตอาสา เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการดูแลผู้สูงอายุ ณ ศูนย์คามีเลียน ลาดกระบัง ในวันที่ 26 – 28 ก.ย. 2011 ไม่มีค่าใช้จ่าย ลงชื่อได้ที่หน้าวัด กับคุณพรรณีชมรมผู้สูงอายุ
  3. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนามาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เวลา 10.30 น.
  4. วันอาทิตย์ที่ 25 ก.ย. 2011 ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่ต้องการมาช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนามาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เวลา 10.30 น.
  5. วันเสาร์ที่ 1 ต.ค. 2011 มีสวดสายประคำโลกที่วัดแม่พระฟาติมา เริ่มลงทะเบียนเวลา 8.00 น. จะมีตั้งศีล สวดสายประคำ ปิดด้วยมิสซา ถวายช่อดอกไม้แด่แม่พระ ผู้ใดต้องการไปกับทางวัดลงชื่อได้ที่หน้าวัด
  6. กลุ่มเยาวชนจะมีกิจกรรมทำความรู้จัก และสำรวจเยาวชนที่มาวัดของเรา จะมีคนไปทักทายสอบถามที่อยู่เบอร์โทรศัพท์จากเด็กๆและเยาวชน เพราะฉะนั้นอย่าตกใจ

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.