ฉบับที่ 923 วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2554 สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

เดือนตุลาคมเป็นเดือนที่พระศาสนจักรระลึกถึงแม่พระแห่งสายประคำเป็นพิเศษ นั่นหมายความว่าเราคิดถึงการสวดสายประคำซึ่งเป็นกิจศรัทธาอย่างหนึ่งที่สำคัญของพระศาสนจักรด้วย ทุกๆปีพระศาสนจักรจะรณรงค์ให้คริสตชนทั่วโลกสวดสายประคำในหัวข้อ “ทั่วโลกพร้อมเพียงไม่สิ้นเสียงสายประคำ” และจะให้มีการสวดสายประคำพร้อมเพียงกันทั่วโลกประมาณต้นเดือนตุลาคม ในปีนี้พระศาสนจักรในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ รณรงค์ให้พวกเราสวดสายประคำตลอดเดือนตุลาคม โดยมีข้อตั้งใจร่วมกันสามข้ออีกสองข้อแล้วแต่พี่น้องจะสวดเพื่ออะไร 1.เพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯในโอกาสเฉลิมพระชนม์พรรษาครบ 84 พรรษา 2.เพื่อส่งเสริม “สิทธิ”ของทารกในครรภ์มารดาที่จะเกิดมา 3.เพื่อความสงบสุขของประเทศของเรา ส่วนจุดประสงค์อีกสองข้อก็แล้วแต่พี่น้อง ในอัครสังฆมณฑลของเราตั้งใจไว้ว่าในเดือนตุลาคมนี้จะสวดสายประคำให้ได้ 300,000 สาย จะสวดส่วนตัวหรือสวดเป็นกลุ่มก็ได้ ถ้าสวดเป็นกลุ่มก็นับจำนวนเท่าคนที่มาร่วมสวด เมื่อสวดแล้วทางคณะทำงานมีใบบันทึกจำนวนมาแจกให้ ขอให้พี่น้องนำไปแล้วบันทึกตามสิ่งที่เขาต้องการ และนำมาใส่ในกล่องที่วัด

ข้อตั้งใจที่สองเพื่อ “สิทธิ” ของทารกในครรภ์มารดาที่จะเกิดมา พี่น้องอาจจะไม่เข้าใจข้อนี้เราสวดภาวนาเพื่อให้การทำแท้งลดลง หรือสวดภาวนาให้บิดามารดาที่คิดจะไปทำแท้งเปลี่ยนใจ รวมทั้งสวดภาวนาให้ทุกคนเข้าใจถึงสิทธิของทารกที่จะเกิดมา เพราะในปัจจุบันปัญหาเรื่องนี้ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน มีการให้ความเข้าที่ผิดๆว่าทารกในครรภ์มารดายังไม่ถือเป็นบุคคลที่มีชีวิตแต่ความจริงเป็นบุคคลที่มีชีวิตแล้ว มีความพยายามที่จะออกกฎหมายการทำแท้งเสรี และสถิติของการทำแท้งเพิ่มขึ้นอยู่เสมอฯลฯ พระศาสนจักรตระหนักถึงปัญหานี้เป็นพิเศษจึงรณรงค์ให้เราสวดภาวนาเพื่อปัญหานี้จะได้รับการแก้ไข หรือเบาบางลงไปเขต 2 จัดให้มีการสวดสายประคำโลกวันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2011 ที่วัดแม่พระฟาติมาดินแดง เริ่มลงทะเบียนเวลา 8.00 น. และแต่ละวัดจะเป็นเจ้าภาพก่อสวดวัดละ 1 สาย วัดของเราจะเป็นเจ้าภาพก่อสวดสายที่ 5 วันนี้ถือว่าเป็นวันเริ่มต้นพ่อขอเชิญพี่น้องไปร่วมสวดสายประคำด้วยกัน และขอให้พี่น้องสวดสายประคำร่วมกันในครอบครัวบ่อยๆเป็นต้นในเดือนตุลาคม นอกจากทางอัครสังฆมณฑล และทางเขต 2 แล้ว ทางวัดก็จัดให้มีการออกไปสวดสายประคำตามบ้าน พ่อจะถือโอกาสนี้ทำความรู้จักกับพี่น้องมากขึ้น สภาภิบาลได้จัดให้มีกิจกรรมแบ่งเขตแบ่งโซนที่หน้าวัด พี่น้องหลายท่านคงจะรู้แล้วว่าเรามีเพื่อนบ้านที่เป็นคริสตังอยู่ใกล้บ้านของเรา พ่อจึงคิดว่าถ้าเราสามารถเชิญเพื่อนบ้านมาสวดร่วมกับเราได้ก็จะดีมากๆ เพราะเป็นการส่งเสริมความศรัทธาของกันและกัน หรือแม้แต่โทรศัพท์ไปถามทุกข์สุขทักทายกันบ้างก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย อย่างน้อยเราก็มีความสัมพันธ์กันทางความเชื่อ พี่น้องครับเราทราบอยู่แล้วว่ามนุษย์ต้องการแรงจูงใจในการทำกิจการต่างๆ พ่อจึงปรารถนาให้พี่น้องใช้โอกาสที่พระศาสนจักรจัดไว้ ปลุกเร้าความศรัทธาของเราให้ร้อนรนยิ่งๆขึ้นเสมอ

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ความจริงใจและการกลับใจ

ความจริงใจและการกลับใจทั้งสองเรื่องเป็นสิ่งที่ควบคู่กันเสมอ ถ้าขาดเรื่องใดเรื่องหนึ่งอีกเรื่องหนึ่งก็จะไม่เกิดหรือถ้าเกิดก็จะเป็นสิ่งที่ไม่สมบูรณ์ ในอุปมาเรื่องบุตรสองคนบิดาขอให้บุตรทั้งสองคนไปทำงานในสวนองุ่น คนแรกตอบว่า “ลูกไม่อยากไป แต่ต่อมาก็เปลี่ยนใจและไปทำงาน” บุตรคนที่สองตอบว่า “ครับพ่อ แต่แล้วก็ไม่ไป”(มธ.21:29-30) สองคนนี้ใครทำตามใจพ่อ พวกเขาตอบว่า “คนแรก”(มธ.21:30) คำตอบของบุตรสองคนต่างกันอย่างไร มันต่างกันที่ความจริงใจในการตอบ คนแรกเขารู้ลึกอย่างไรเขาก็บอกอย่างนั้น แต่หลังจากได้ไตร่ตรองแล้วเขาเปลี่ยนใจไปทำงาน คำตอบของคนที่สองไม่ได้มาจากความจริงใจที่ต้องตอบอย่างนั้นก็อาจจะเป็นเพราะกลัวคุณพ่อดุเอา หรือหวังอะไรจากคุณพ่อจึงตอบเอาใจไว้ก่อนแต่แล้วก็ไม่ไปทำงานตามที่พ่อขอร้อง ทั้งสองทำให้พ่อเสียใจด้วยกันทั้งคู่ แต่ความจริงใจของบุตรคนแรกทำให้เขาคิดไตร่ตรองด้วยเหตุด้วยผลจึงทำให้เขากลับใจตามที่พ่อขอร้อง บุตรคนที่สองไม่ได้ไตร่ตรองอะไรเพราะการเสแสร้งไม่สามารถทำให้คนหยุดพิจารณาไตร่ตรองชีวิต เขาจะอยู่ในโลกแห่งความผิดหลงหลอกตนเองคิดว่าตนเองดีอยู่แล้วต่อไป จนกว่าจะมีเหตุการณ์หรืออะไรสักอย่างที่มีผลกระทบแรงๆให้เขาสำนึกได้ จึงจะเกิดการกลับใจซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นยากกว่าคนประเภทแรก

อุปมาที่พระเยซูคริสตเจ้าเล่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงอยู่บ่อยๆ คนดีๆก็อย่าหลงตนเองว่าดีอยู่แล้ว ตรงกันข้ามเราต้องหมั่นทบทวนไตร่ตรองคิดถึงกิจการที่เรากระทำบ่อยๆว่ามันมาจากความจริงใจหรือไม่ พระเยซูคริสตเจ้ากล่าวอย่างชัดเจนว่า “คนเก็บภาษีและหญิงโสเภณีจะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าก่อนท่าน”(มธ.21:31) คนที่เราเห็นว่าเป็นคนบาปจะเข้าสวรรค์ก่อนเรา เพราะใครเล่าจะสามารถหยั่งถึงก้นบึ้งแห่งใจมนุษย์นอกจากพระเจ้า คนที่มาวัดภายนอกดูศรัทธาถือพระบัญญัติอย่างเคร่งครัด ใครจะกล้าว่ากล่าวตักเตือนถึงแม้อาจจะรู้เบื้องหน้าเบื้องหลังอยู่บ้าง ถ้าไม่มีใครรู้เลยยิ่งไปกันใหญ่เพราะเขาจะหลงอยู่ในโลกแห่งความดีจอมปลอมจนเงยหัวไม่ขึ้น เพราะใครๆรวมทั้งตัวเขาเองก็คิดว่าเขาดีอยู่แล้ว ส่วนคนที่หลงผิดหรือเราเห็นว่าเป็นคนบาปชัดแจ้ง จะมีคนกล้าไปตักเตือนเขาหรือแม้แต่การต้องโทษต่างๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขาจะเป็นเสมือนไม้เรียวที่ตีสอนให้เขากลับใจ ดังนั้นคนพวกนี้จึงมีโอกาสกลับใจได้มากกว่า

“ยอห์น…ชี้หนทางแห่งธรรม ท่านก็ไม่เชื่อยอห์น ส่วนคนเก็บภาษีและหญิงโสเภณีเชื่อ”( มธ.21:32) สาเหตุที่พวกพวกฟาริสี มหาสมณะ และธรรมาจารย์ไม่เชื่อคำตักเตือนของยอห์น เพราะพวกเขาคิดว่าพวกเขาดีอยู่แล้ว พวกเขาถือพระบัญญัติอย่างเคร่งครัดจึงไม่จำเป็นต้องกลับใจ เพราะฉะนั้นคนที่ดูภายนอกศรัทธาเป็นคนดีก็เป็นคนน่าเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย เราอย่าหลงอยู่ในวังวนของความดีจอมปลอม ต้องสุภาพมากๆพิจารณาตนเองและการกระทำของเราบ่อยๆ วอนขอพระเมตตาจากพระเจ้าเสมอ การกระทำเช่นนี้จะทำให้เรารู้จักตนเองมากขึ้นตามความเป็นจริง และสามารถกลับใจได้ทันท่วงที เพราะความสุภาพนี่แหละจะทำให้เราได้รับพระเมตตาและความรอดพ้น

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. เดือนตุลาคมเป็นเดือนแม่พระ ผู้ใดต้องการรับแม่พระเพื่อไปสวดสายประคำที่บ้าน ขอให้ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่ต้องการมาช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนามาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เวลา 10.30 น.
  3. วันเสาร์ที่ 1 ต.ค. 2011 มีสวดสายประคำโลกที่วัดแม่พระฟาติมา เริ่มลงทะเบียนเวลา 8.00 น. จะมีตั้งศีล สวดสายประคำ ปิดด้วยมิสซา ถวายช่อดอกไม้แด่แม่พระ ผู้ใดต้องการไปกับทางวัดลงชื่อได้ที่หน้าวัด
  4. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 2 ต.ค. 2011 หลังมิสซา เวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการทุกท่านเข้าประชุมกันโดยพร้อมเพียง
  5. วันอาทิตย์ที่ 2 ต.ค. 2011 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ใดต้องการนำลูกหลานมารับศีลล้างบาป ช่วยกรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลล่วงหน้ารับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
  6. วันพุธที่ 28 – วันพฤหัสที่ 29 ก.ย. 2011 เข้าเงียบพระสงฆ์ของดมิสซาในวันดังกล่าว และขอคำภาวนาด้วย

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.