สารวัด ฉบับที่ 865 วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2553 สมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์

บอกเล่าให้ฟัง

เสรีภาพหมายถึงพระพรที่พระเป็นเจ้าประทานให้แก่มนุษย์ทุกคน ทำให้มนุษย์มีเกียรติ์มีศักดิ์ศรีเหนือสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ เป็นอำนาจที่พระองค์ประทานให้แก่มนุษย์ที่จะกระทำ หรือไม่กระทำสิ่งนี้ หรือสิ่งนั้น มนุษย์สามารถเลือกที่จะดำเนินกิจกรรมอย่างอิสระด้วยความรับผิดชอบของตนเอง เสรีภาพยังหมายถึงศักยภาพในการเลือกระหว่างความดีและความชั่ว การเลือกความชั่วเป็นการใช้เสรีภาพในทางที่ผิด ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นทาสของบาป ( ccc.363) ดังนั้นเสรีภาพจึงเป็นสิ่งที่ควบคู่กับความรับผิดชอบเสมอ

พระเป็นเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตามภาพลักษณ์ของพระองค์ ให้มีเสรีภาพหรืออิสรภาพในการเลือกปฏิบัติ และพระองค์ทรงเคารพเสรีภาพนั้น ด้วยเหตุนี้สิ่งที่มนุษย์กระทำขึ้นจึงอยู่ในความรับผิดชอบของมนุษย์เสมอไม่ว่าดีหรือชั่ว ถ้าเราสังเกตเรื่องการสร้างโลก และมนุษย์ในหนังสือปฐมกาลเราจะพบว่าพระเป็นเจ้าทรงชี้แจงความดีความชั่วให้มนุษย์รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่วอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ แต่ด้วยมนุษย์ตัดสินใจผิดพลาด เลือกปฏิบัติความชั่วซึ่งพระองค์ทรงห้ามมนุษย์จึงต้องตกเป็นทาสของบาป และรับทุกขเวทนา

ประสบการณ์การตัดสินใจผิดใช้เสรีภาพอย่างไม่ถูกต้อง เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกในชีวิตของเรา แต่เราไม่เคยจดจำ และนำมาเป็นบทเรียน เมื่อพิจารณาชีวิตของมนุษย์บางครั้งก็อดสังเวชใจไม่ได้ เราพูดกันบ่อยๆว่า “คิดก่อนพูด คิดก่อนทำ” “คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้” ถึงกระนั้นรู้ทั้งรู้ว่าทำเช่นนี้แล้วจะส่งผลอย่างไร ผู้คนเขาจะมองเราอย่างไร เสื่อมศรัทธาในตัวเราแค่ไหน ทำไปแล้วไม่มีผลดีอะไรมีแต่ทางเสื่อม แต่ก็ยังทำอีกอย่างนี้ไม่เรียกว่าแกว่งเท้าไปหาเสี้ยนแล้วจะเรียกว่าอย่างไร คนเราถ้าชั่งใจรู้จักคิดสักนิดหนึ่งถึงผลดีผลร้ายที่จะเกิดขึ้น คิดถึงศักดิ์ศรีสูงส่งของตนเอง เราจะละไม่กระทำการอะไรไปอีกหลายๆอย่างทีเดียว แต่ก็นั่นแหละมนุษย์ที่ชอบสร้างประวัติศาสตร์ซ้ำรอยครั้งแล้วครั้งเล่า อนิจจังน่าสังเวชนัก

อดีตเราไม่อาจย้อนไปแก้ไขแต่ปัจจุบันเราสามารถทำให้ดีขึ้นได้ เรื่องราวหลายเรื่องในชีวิตคน มันเป็นเหมือนตราบาปทำแล้วลบเลือนได้ยากไม่ว่าเราจะทำการใดหรือหาวิธีการใดๆ มาหักล้างเบี่ยงเบน ซึ่งเราก็ทราบดีอยู่แล้ว ดังนั้นใครที่คิดจะทำอะไรถามใจตนเองก่อนดีไหมครับ ว่าทำแล้วได้อะไรขึ้นมา ทำเพื่ออะไร หลายๆเรื่องมันไม่น่าทำหรอกนะจะบอกให้ แค่คิดก็แย่แล้ว เสรีภาพเป็นเรื่องที่ดีเป็นศักดิ์ศรีของมนุษย์ แต่ถ้าเราใช้ไม่ถูกก็นำความเสื่อมเสียมาให้กับเราได้เหมือนกัน อย่าสร้างตราบาปแต่จงสร้างความทรงจำดีๆให้จารึกไว้ในใจของคน

จากคุณพ่อเจ้าวัด

แบบอย่างคุณธรรมล้ำเลิศทุกประการ

จากบทเพลงสรรเสริญของพระนางมารีย์ เราได้เห็นความงดงามยิ่งใหญ่ของแม่พระ “ผู้มีบุญกว่าหญิงใดๆ” ในบทวันทามารีอา ถ้าเราไม่คิดลึกซึ้งถึงขนาดว่าตอนนี้แปลตรงตามต้นฉบับหรือไม่ แต่เราคิดแบบซื่อๆง่ายๆที่สุด หญิงคนหนึ่งได้รับเลือกให้เป็นแม่ของพระเป็นเจ้า จะต้องเป็นผู้มีบุญมากกว่าหญิงคนใดในโลกนี้ ต้องเป็นผู้ที่เพรียกพร้อมไปด้วยคุณธรรมความดีอยู่แล้วอย่างไม่ต้องสงสัย คำกล่าวนี้ก็ไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด แต่แม่พระมิได้คิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะความดีของพระนาง พระนางคิดถึงพระเมตตาอันยิ่งใหญ่ของพระเป็นเจ้าที่ทรงยกย่องให้เกียรติ์ทาสีผู้ต่ำต้อย “เพราะพระองค์ทอดพระเนตรผู้รับใช้ต่ำต้อยของพระองค์ ตั้งแต่นี้ไป ชนทุกสมัยจะกล่าวว่าข้าพเจ้าเป็นสุข” (ลก.1:49) พระนางถวายเกียรติสรรเสริญความรักความยิ่งใหญ่ของพระเป็นเจ้าตลอดเวลา และประกาศให้มนุษยชาติตระหนักรับทราบว่า ความรอดพ้นซึ่งเป็นเหตุการณ์ยิ่งใหญ่สำหรับมนุษยชาตินั้นเกิดขึ้น เพราะพระเมตตารักของพระเป็นเจ้าที่มีต่อมนุษยชาติ ไม่ใช่เพราะความดีงามของมนุษย์แต่อย่างใด

ความงดงามยิ่งใหญ่ของแม่พระที่เราได้ชื่นชมคือความสุภาพถ่อมตนของพระนาง ความสุภาพทำให้คนๆหนึ่งเป็นคนน่ารักน่ายกย่องต่อหน้าพระเป็นเจ้าและมนุษย์ ในบทเพลงสรรเสริญของพระนางมารีย์นี้ได้แสดงพระประสงค์ของพระเป็นเจ้าอย่างชัดเจนว่าพระองค์ทรงพอพระทัยคนใจสุภาพ “ทรงขับไล่ผู้มีใจมักใหญ่ใฝ่สูงให้กระจายไป ทรงคว่ำผู้ทรงอำนาจจากบัลลังก์ และทรงยกย่องผู้ต่ำต้อย(คนใจสุภาพ)ให้สูงขึ้น” (ลก.1:51-52) แบบอย่างของแม่พระทำให้เราต้องตระหนักอยู่เสมอว่า ต่อหน้าพระเป็นเจ้าเรามนุษย์เป็นเพียงความเปล่า เราไม่มีความดีอะไรที่สมควรนำมาอวดอ้าง ไม่คู่ควร ไม่มีคุณค่าอะไร ที่พระองค์ปฏิบัติต่อมนุษย์อย่างที่ประจักษ์ชัดแก่ตาเรานั้นไม่ใช่เพราะความดีของเรา แต่เพราะเหตุผลประการเดียวเท่านั้นคือพระองค์ทรงรักเราทั้งหลาย

ความสุภาพนำมาซึ่งความรอดพ้น ความจองหองนำไปสู่ความพินาศ “เพราะทุกคนที่ยกตนขึ้นจะถูกกดให้ต่ำลง แต่ทุกคนที่ถ่อมตนลงจะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น” (ลก.14:11) นอกจากความสุภาพซึ่งเป็นคุณธรรมล้ำเลิศที่ปรากฏชัดในแบบอย่างชีวิตของแม่พระแล้ว แม่พระยังเป็นผู้ที่น้อมรับพระประสงค์ของพระเป็นเจ้าทุกกรณีโดยการปฏิบัติตามพระวาจาของพระเจ้า และเป็นแบบอย่างคุณธรรมทุกประการ พระศาสนจักรสอนเรื่องความศรัทธาภักดีต่อแม่พระว่า “ความศรัทธาภักดีที่ถูกต้องต่อแม่พระคือดำเนินชีวิตปฏิบัติคุณธรรมตามแบบอย่างของพระนาง” ขอให้วันสมโภชแม่พระรับเกียรติ์ยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ และบทเพลงสรรเสริญของพระนางมารีย์ที่เราได้ฟังเตือนใจเราให้ดำเนินชีวิตเลียนแบบคุณธรรมในชีวิตของแม่พระเสมอ ถ้ารักแม่พระจริงต้องดำเนินชีวิตให้เหมือนแม่พระมากขึ้นทุกวัน

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ขอเชิญผู้อ่านบทอ่านและผู้ที่สนจะช่วยอ่านบทอ่าน พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ศาลาเรือนไทยข้างบ้านพักพระสงฆ์ วันอาทิตย์ที่ 22 ส.ค. 2010 หลังมิสซา เวลา 10.30 น.
  2. วันเสาร์ที่ 28 ส.ค. 2010 เขต 2 จัดสัมมนาเรื่องงานด้านสังคมตามแนวทางของพระศาสนจักร ที่วัดแม่พระฟาติมา ดินแดง เริ่มลงทะเบียนเวลา 8.30 น. ขอเชิญผู้ที่สนใจเรื่องงานสังคมและสภาภิบาลร่วมสัมมนาในวันเวลาดังกล่าว
  3. วันเสาร์ที่ 28 ส.ค. 2010 ชมรมผู้สูงอายุเขต 2 จัดเข้าเงียบผู้สูงอายุเขต 2 “เรื่องการสวดภาวนา” ที่ศูนย์คามิเลียนลาดกระบัง เริ่มเวลา 9.00 น. รถออกจากที่วัดของเราเวลา 7.00 น.
  4. วันอาทิตย์นี้สมโภชแม่พระรับเกียรติ์ยกขึ้นสวรรค์ หลังมิสซามีสวดบทถวายประเทศไทยแด่แม่พระ และมีถวายช่อดอกไม้แด่แม่พระ

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.