สารวัด ฉบับที่ 861 วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม 2553 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

ฟุตบอลโลกที่รอคอยมาสี่ปีได้จบลงแล้ว ทีมไหนได้ถ้วยไปครองก็ทราบกันสักที เวลานั่งดูการแข่งขันแต่ละคู่ พ่ออดที่จะทึ่งใจไม่ได้ว่าทำไมมนุษย์จึงเก่งกล้าสามารถขนาดนี้ เมื่อเห็นเช่นนี้แล้วพ่ออดที่จะสรรเสริญพระเป็นเจ้าไม่ได้ สำหรับความรักของพระองค์ นักบุญเปาโลสอนว่าเราสามารถรู้จักพระผู้สร้าง โดยอาศัยผลงานของพระองค์ ผลงานของพระองค์ก็คือสรรพสิ่งทั้งหลายที่มีอยู่บนโลกใบนี้ รวมทั้งความดีงาม และความสามารถอันน่าทึ่งของมนุษย์ เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นและมีอยู่ล้วนมาจากพระองค์ทั้งสิ้น ดังนั้นนักบุญเปาโลจึงกล่าวว่า “มนุษย์ไม่สามารถบอกได้ว่าไม่รู้จักพระเป็นเจ้า หรือปฏิเสธการมีอยู่และการเป็นอยู่ของพระองค์ เพราะผลงานของพระองค์ประจักษ์แก่ตามนุษย์ทุกคน”

สิ่งที่นักบุญเปาโลกล่าวไว้นั้น เป็นบทรำพึงถึงพระเป็นเจ้าที่ง่ายที่สุด ทุกครั้งที่มีเรื่องราวใดๆเกิดขึ้นรอบๆตัวเราในชีวิตของเรา เราลองคิดหลายๆแง่หลายๆมุมหลายๆด้าน เราจะพบความรักความเมตตา และความยิ่งใหญ่ของพระเป็นเจ้าจากมุมมองเหล่านั้น สิ่งเหล่านี้แหละเป็นสิ่งที่ช่วยทวีความเชื่อของเรา เพราะเราได้สัมผัสความดีงามของพระองค์ ผ่านทางสิ่งสร้างต่างๆซึ่งเป็นผลงานของพระองค์ ทุกๆวันเราผ่านเรื่องราว ผ่านงาน ผ่านคนมากมาย ทุกสิ่งล้วนเป็นอัศจรรย์ที่พระเป็นเจ้าทรงสรรค์สร้างเพื่อเรามนุษย์ เพราะทรงรักเราทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดี หรือเรื่องร้ายล้วนมีแง่มุมเป็นข้อคิดบทเรียนสอนใจเรา ทำให้เราเติบโตขึ้นทางความเชื่อทั้งนั้น

อย่าให้วันเวลาและเรื่องราวเหตุการณ์ในชีวิตของเราผ่านพ้นไปเปล่าๆ เราต้องพยายามตักตวงความดีงามจากสิ่งต่างๆเหล่านี้ เพื่อพัฒนาความเชื่อความศรัทธา แม้ว่าบางครั้งเราต้องเจ็บต้องขมขื่น แต่มันก็คุ้มค่าเพราะเรามีความเชื่อความศรัทธามากขึ้น ถ้าเรามองสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในหนทางชีวิตด้วยสายตาแห่งความเชื่อ เราจะพบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า เพื่อยังประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งแก่มนุษย์ทั้งสิ้น เพียงแต่วันนี้เราอาจยังไม่ทราบถึงพระประสงค์ของพระองค์อย่างชัดเจนเท่านั้น เราจึงต้องพยายามแสวงหาพระประสงค์ของพระองค์ในเหตุการณ์ต่างๆอยู่เสมอ เพื่อเราจะได้รู้จัก รัก และปรนนิบัติรับใช้พระองค์สุดความสามารถ นักบุญเปาโลเป็นผู้หนึ่งที่ผ่านประสบการณ์ความทุกข์ยากลำบากมากมาย แต่ท่านกลับคิดว่า “พระเป็นเจ้าทรงจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างดีไว้สำหรับผู้ที่รักพระองค์” นี่เป็นประสบการณ์ทางความเชื่อที่ล้ำค่า ที่พ่ออยากให้พี่น้องมีและได้สัมผัสจริงๆครับ

จากคุณพ่อเจ้าวัด

การเปิดใจต้อนรับพระเยซูคริสตเจ้า

ท่าทีของมารธาและมารีย์ในการต้อนรับพระเยซูคริสตเจ้า เป็นสิ่งที่ดีและสำคัญ แต่เราต้องทำให้ถูกต้อง และเหมาะสมตามกาลเทศะเพราะทุกอย่างมีคุณค่าลำดับความสำคัญ ถ้าเราจัดลำดับคุณค่าก่อนหลังไม่ถูกต้อง สิ่งที่มีคุณค่าก็อาจจะลดคุณค่าลงได้ มารธาเป็นตัวแทนของบุคคลที่มีความกระตือรือร้น ในการจัดเตรียมสิ่งภายนอกให้เรียบร้อย มารีย์เป็นตัวแทนของผู้ที่จัดเตรียมภายในจิตใจ ในการต้อนรับพระเยซูคริสตเจ้า ทั้งสองเรื่องมีความสำคัญ เพราะสิ่งที่ปรากฏภายนอกก็แสดงถึงสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจของคนๆนั้น เพียงแต่เราต้องจัดลำดับคุณค่าก่อนหลังให้เหมาะสม ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือการเตรียมฉลองวัด การรับพระกุมารไปอวยพรตามบ้าน การเตรียมตัวเวลาที่พระสงฆ์เชิญศีลมหาสนิทไปส่งให้ผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุตามบ้าน แน่นอนที่สุดสถานที่ วัด บ้านของเราเป็นสิ่งต้องจัดเตรียมให้เรียบร้อยสมเกียรติ์ของผู้มาเยือน และจะต้องไม่ลืมการเตรียมด้านจิตใจด้วย การเตรียมภายนอกมีความสำคัญ แต่จะต้องไม่ไปสลวนกับเรื่องนี้มากเกินไป หลายๆครั้งศีลมหาสนิท พระกุมาร พระสงฆ์ไปถึงบ้านแล้วเจ้าของบ้าน และคนในครอบครัวยังวิ่งวุ่นกันอยู่จัดโน้นเตรียมนี่แทนที่จะมาร่วมใจกันสวดภาวนา จริงอยู่พระเยซูคริสตเจ้าทรงทอดพระเนตรเห็นน้ำใจดีของเราเหมือนกับเห็นน้ำใจดีของมารธา แต่พระองค์ก็คงต้องตรัสกับเราเหมือนตรัสกับมารธาว่า “มารธา มารธา เธอเป็นห่วงและวุ่นวายหลายสิ่งนัก สิ่งจำเป็นมีเพียงสิ่งเดียว มารีย์ได้เลือกเอาส่วนที่ดีที่สุด”(ลก.10:41-42) เพราะฉะนั้นการเตรียมภายนอกเราก็ต้องเตรียมล่วงหน้าสุดความสามารถ แต่สิ่งสำคัญกว่า คือ การเตรียมจิตใจในการต้อนรับพระองค์อย่างสมเกียรติ์

พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จมาเยือนวัดของเราบ้านของเรา เหมือนกับการเสด็จไปบ้านของอับราฮัม และบ้านของมารธาและมารีย์อยู่เสมอในรูปแบบต่างๆ คนแปลกหน้าที่มาวัดของเราอาจจะเป็นคริสตังหรือไม่ใช่คริสตัง คนที่ต้องการความช่วยเหลือจากเรา แขกที่มาบ้านเรา การเอาใจใส่ต้อนรับด้วยไมตรีจิต การทักทายและถามทุกข์สุขฉันท์มิตรจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะนี่คือการต้อนรับองค์พระเยซูคริสตเจ้าเอง “เมื่อเราเป็นแขกแปลกหน้า ท่านก็ได้ต้อนรับ…..ท่านทำสิ่งใดต่อพี่น้องผู้ต้ำต้อยที่สุดของเราคนหนึ่ง ท่านทำสิ่งนั้นต่อเรา”(มธ.25:35-40) การมีอัธยาศัยไมตรี การมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี จึงเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของเราคริสตัง และผู้ประกาศข่าวดีทั้งหลาย

ทุกสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นทำให้เราต้องตระหนักอยู่เสมอว่า เราจะต้องสามารถพบพระเยซูคริสตเจ้าในเพื่อนพี่น้องที่ต่ำต้อย เพื่อจะได้สามรถต้อนรับพระองค์ทุกรูปแบบในทุกสถานการณ์ และไม่ใช่การต้อนรับเท่านั้น แต่เป็นการเปิดใจ และเชิญพระองค์เสด็จมาประทับกับเราด้วย เพราะฉะนั้นการเป็นคนดีมีน้ำใจพร้อมที่จะต้อนรับผู้คนที่มาเยือน การมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณ การเตรียมตัวเตรียมจิตใจเพื่อรับศีลมหาสนิทอย่างเลื่อมใสศรัทธา จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่เราต้องเอาใจใส่ เพื่อต้อนรับองค์พระเยซูคริสตเจ้าอย่างดี เชิญพระองค์มาประทับกับเรา และเพื่อเราจะได้เหมาะสมที่จะเป็นที่ประทับของพระองค์ ถ้าเราทำเช่นนี้ได้เราก็จะเป็นเหมือนมารธา และมารีย์ ที่ได้ต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างสมพระเกียรติ์ และวัด บ้าน รวมทั้งจิตใจของเราก็จะเป็นที่ประทับของพระองค์อย่างเหมาะสม

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. เขต 2 จัดอบรมการทำwebsiteของวัด ที่วัดมารีย์สวรรค์ วันเสาร์ที่ 24 และ 31 เดือนกรกฎาคม 2010 เริ่ม 8.30 – 16.00 น ผู้ใดสนใจติดต่อได้ที่สภาภิบาล
  2. เขต 2 ได้มอบหมายให้วัดของเราไปเยี่ยมและช่วยเหลือศูนย์มาร์ติน ที่วัดแม่พระมหาการุณย์ ปากเกร็ด ในวันอาทิตย์ที่ 25 ก.ค. 2010 ผู้ใดต้องการสนับสนุนด้านวัตถุปัจจัยเงินหรือข้าวสารอาหารแห้ง บริจาคได้ที่กล่องกลางวัดหรือที่บ้านพักพระสงฆ์
  3. วันอาทิตย์นี้หลังมิสซา เวลา 10.30 น. ขอเชิญผู้ที่เคยอ่านบทอ่านและปรารถนาที่จะอ่านบทอ่านในพิธีกรรม พบกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อรับการแบ่งปันประสบการณ์จากผู้ที่ไปรับการอบรมมาแล้ว
  4. ประกาศแต่งงาน ระหว่าง นาย ปรเมศน์ เด่นดวง บุตรของ พล.อ.ต. มนัส และนาง ประคอง เด่นดวง กับ นางสาว เอลิซาเบ็ธ หฤทัย พิริยะศรีแก้ว บุตรของ นาย อันตน วิเชียร และ นาง มารีอา ศุภวรรณี พิริยะศรีแก้ว วันเสาร์ที่ 24 ก.ค. 2010 เวลา 14.00 น. ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดใดในการแต่งงานต้องแจ้งให้พ่อเจ้าวัดทราบ

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.