สารวัด ฉบับที่ 825 วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2552 อาทิตย์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

ความวิตกกังวลความเครียดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เราเสียสุขภาพ กาย จิตใจ และจิตวิญญาณ เวลาที่ความวิตกกังวลความเครียด เกิดขึ้นกับคนใดคนหนึ่ง ก็จะส่งผลถึงการรับประทานอาหาร ระบบการย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย และระบบการนอนหลับพักผ่อน เมื่อระบบเหล่านี้แปรปรวนโรคภัยไข้เจ็บจะเกิดขึ้น สภาพจิตใจก็จะผิดปกติไปอารมณ์เสียหงุดหงิดง่ายเพราะฉะนั้นคนที่มีความวิตกกังวลความเครียดสูงๆ ต้องพยายามบังคับตนเองมากๆ เพราะสภาพจิตใจแบบนี้อาจจะทำลายความสัมพันธ์ที่ดีที่เรามีต่อผู้อื่นได้ ความวิตกกังวลความเครียดยังแสดงว่าเราขาดความวางใจในพระเป็นเจ้า เราขาดความเชื่อมั่นในพลังแห่งการประทับอยู่ของพระองค์ ว่าพระองค์สามารถค้ำจุนชีวิตของเรา สามารถช่วยเราให้ผ่านพ้นอุปสรรค์ต่างๆไปได้ และพระองค์จะประทานสิ่งที่ดีกว่าให้แก่เราเสมอ

พระเยซูคริสตเจ้าทรงกล่าวถึงความวิตกกังวลความเครียดไว้หลายครั้งในรูปแบบที่ต่างๆกัน “อย่ากลัวเลยเป็นเราเอง” “อย่าวิตกกังวลถึงวันพรุ่งนี้เพราะวันนี้ก็มีความทุกข์มากพอแล้ว เส้นผมบนศีรษะของพวกท่านพระเป็นเจ้าทรงนับไว้หมดแล้ว” “อย่าวิตกกังวลเลยเพราะในสวรรค์มีที่อยู่มากมายถ้าไม่มีเราก็บอกพวกท่านไปแล้ว” “อย่ากลัวเลยสงสัยทำไมเล่า” คำตรัสเหล่านี้พระเยซูคริสตเจ้าทรงต้องการตอกย้ำว่าพวกเราต้องวางใจในพระเป็นเจ้าทุกกรณีแห่งชีวิตทั้งเรื่องฝ่ายกายและวิญญาณ เพราะพระเป็นเจ้าทรงพระทัยดี ทรงรักเรา ทรงประทับอยู่ท่ามกลางเรา ทรงค้ำจุนชีวิตของเรา และพระองค์จะไม่ปล่อยให้เราเผชิญกับปัญหาอุปสรรค์ต่างๆ ตามลำพังแต่จะอยู่เคียงข้างเราเสมอเป็นความหวังเป็นพลังที่สำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวเดินในหนทางของพระองค์จนถึงจุดหมาย

จงอย่ากังวลใจ จงอย่าได้กลัวเลย ผู้วางใจพระเจ้าไม่ขาดสิ่งใดๆ จงอย่ากังวลใจ จงอย่าได้กลัวเลย เพียงพระเจ้าเพียงพอ บทเพลงสั้นๆนี้เป็นบทเพลงที่พ่อร้องเตือนใจตนเองเสมอยามรู้สึกกังวลและเครียด เป็นต้นในช่วงเวลานี้ที่งานเทศกาลต่างๆใกล้เข้ามา อาจเป็นเพราะความไม่คุ้นเคยกับการทำงานแบบนี้บางครั้งบางคราวก็เกิดความกังวลความเครียดได้เหมือนกัน พ่อกล้าเล่าเรื่องเหล่านี้ให้พี่น้องฟังอย่างตรงไปตรงมาเพราะต้องแบ่งปันกับพี่น้องถึงประสบการณ์ที่ได้ประสบ เผื่อว่าอาจมีบางคนตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับพ่อจะได้เตือนใจตนเองถึงความวางใจในพระเป็นเจ้าและสวดภาวนา พ่อไม่อายที่จะเล่าถึงประสบการณ์ในการขาดความไว้วางใจของพ่อให้พี่น้องฟัง เพราะพ่อรู้ตัวดีว่าพ่อเป็นคนธรรมดาสามัญภาวะเช่นนี้จึงเกิดขึ้นได้ตามวิสัยมนุษย์ ถ้าหากแม้ว่าพ่ออาจจะแสดงกิริยาใดๆที่ไม่ต้องใจและไม่พึ่งประสงค์กับพี่น้องท่านใดไปแล้วพ่อขออภัยทุกท่านด้วย พ่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพี่น้องจะเข้าใจและให้อภัยในความอ่อนแอตามประสามนุษย์ของพ่อ และหวังด้วยว่าพี่น้องจะร่วมมือร่วมใจทำให้กิจการของวัดดำเนินไปจนบรรลุเป้าหมาย ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่แสดงน้ำใจดีกับพระสงฆ์และทางวัดเสมอมา

จากคุณพ่อเจ้าวัด

การถวายตัวเป็นบูชาที่มีชีวิตแด่พระเป็นเจ้า

ตั้งแต่โบราณกาลมนุษย์พยายามอธิบายความหมายสิ่งที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรมในรูปแบบของสัญลักษณ์ต่างๆ อาทิถ้าเรารักใครสักคนเวลาถึงเทศกาลสำคัญๆเราก็จะจัดหาสิ่งแทนใจแทนความห่วงหาอาทรมาให้คนๆนั้น ซึ่งอาจจะเป็นของขวัญ ดอกไม้ หรืออาจจะเป็นการ์ดอวยพรเพียงใบเดียว คุณค่าของสิ่งต่างๆเหล่านี้คงไม่อยู่ที่มูลค่าแต่อยู่ที่ใจของผู้ให้ ถ้าผู้รับสัมผัสได้ถึงความรักและน้ำใสใจจริงของผู้ให้แม้สิ่งนั้นจะไม่ได้มีมูลค่าสูงส่งอะไรแต่ก็มีคุณค่ามากเหลือพรรณนาทางจิตใจ มนุษย์ไม่ได้ทำเช่นนี้กับมนุษย์ด้วยกันเท่านั้นแต่ยังทำกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเองนับถือด้วย การถวายบูชาและพิธีกรรมต่างๆที่มนุษย์ประกอบขึ้นแด่พระเจ้าจึงเป็นสัญลักษณ์แสดงว่า มนุษย์ยังเคารพรักและถวายเกียรติแด่พระเจ้าของตนอยู่ ถ้าเราพิจารณาเรื่องเหล่านี้ตามความเชื่อของเรา เราจะทราบว่าเครื่องบูชา คำสรรเสริญและการถวายเกียรติใดๆไม่มีความจำเป็นสำหรับพระเป็นเจ้าเพราะทุกสิ่งเป็นของพระองค์ มาจากพระองค์ ในพระองค์ทุกสิ่งก็บริบูรณ์อยู่แล้ว แต่กระนั้นก็ดีพระองค์ก็ยังพอพระทัยรับเครื่องบูชา คำสรรเสริญและการถวายเกียรติจากมนุษย์ เพื่อให้มนุษย์ได้มีโอกาสขอบพระคุณ และแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ สิ่งต่างๆเหล่านี้มิได้เพิ่มพูนพระเกียรติแต่กลับเป็นหนทางให้มนุษย์สร้างบุญสร้างกุศลเพื่อความรอดพ้นของตน ด้วยเหตุนี้การถวายบูชาและของถวายจะมีคุณค่าในสายพระเนตรของพระเป็นเจ้าก็ต่อเมื่อมาจากความรักและน้ำใสใจจริงเท่านั้น

พระเยซูคริสตเจ้าทรงชมเชยทานเล็กๆน้อยๆของหญิงม่ายเพราะเป็นทานที่ทุ่มสุดตัวและมาจากน้ำใสใจจริง “หญิงม่ายยากจนคนนี้ทำทานมากกว่าทุกคน…… หญิงคนนี้ขัดสนอยู่แล้ว ยังนำเงินทั้งหมด นำทุกอย่างที่มีอยู่สำหรับเลี้ยงชีวิตมาทำทาน” ( มก. 12:43-44 ) สำหรับพระเป็นเจ้าแล้วการให้อะไรจะยิ่งใหญ่เท่ากับการให้ชีวิตทั้งหมดแด่พระองค์ การให้ชีวิตแด่พระองค์คือการถวายตัวเป็นบูชาที่มีชีวิตแด่พระองค์ การถวายตัวเป็นบูชาที่มีชีวิตแด่พระเป็นเจ้าคงไม่ใช่การกระทำแบบพวกธรรมจารย์และพวกฟารีสี ที่ทำตัวให้ดูดีอวดชาวบ้านเพื่อต้องการคำสรรเสริญเยินยอ แต่เป็นการใช้ชีวิตทุกๆวันอย่างมีคุณค่าเพื่อถวายเกียรติแด่พระเป็นเจ้าโดยรักและรับใช้เพื่อนพี่น้องของเรา กิจการที่เรากระทำจะเล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่เท่าใดไม่สำคัญแต่ที่สำคัญต้องมาจากความรักและน้ำใสใจจริง ความหน้าไหว้หลังหลอกไม่มีทางหลอกพระเป็นเจ้าได้สำเร็จเพราะองค์ทรงหยั่งรู้ถึงก้นบึ้งแห่งจิตใจของเรา ตรงกันข้ามความรักและความจริงใจของเราซึ่งอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆหรือเรื่องที่แม้วันนี้คนอื่นอาจจะยังไม่เห็นสัมผัสไม่ได้แต่ก็มีคุณค่ามหาศาลในสายพระเนตรของพระเป็นเจ้าแล้ว ขอพระวาจาของพระเจ้าเตือนใจเราให้ประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ดีงามและชำระจิตใจของเราให้บริสุทธิ์เพื่อจะได้เหมาะสมที่จะถวายตัวเป็นบูชาที่สมพระทัยและมีชีวิตแค่พระเป็นเจ้า

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ในช่วงวันคริสตมาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะบริจาควัตถุปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด และผอ.สภาอภิบาล
  2. ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าที่จะเริ่มในวันที่ 29 พ.ย. 2009 ทางวัดจะเชิญพระกุมารไปอวยพรตามบ้าน บ้านใดต้องการให้ทางวัดนำพระกุมารไปอวยพรที่บ้าน ลงชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อย่างชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  3. วันพุธที่ 11 – พฤหัสที่ 12 พ.ย.นี้เป็นวันเข้าเงียบประจำเดือนของพระสงฆ์ ขอคำภาวนาและงดมิสซาในวันดังกล่าว
  4. ประชุมสภาอภิบาล ในวันอาทิตย์ที่ 15 พ.ย. 2009 หลังมิสซา เวลา 10.30 น.

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.