บอกเล่าให้ฟัง
ความตายเป็นสัจธรรมที่แน่นอน และไม่แน่นอนในเวลาเดียวกัน ความแน่นอนของความตายก็คือ มนุษย์ทุกคนเกิดมาแล้วต้องตาย แต่จะตายที่ไหน อย่างไร เมื่อไร ไม่มีใครทราบ และนี่ก็คือความไม่แน่นอนของความตาย เมื่อเป็นเช่นนี้พระเยซูคริสตเจ้าจึงทรงสอนให้เราดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบ เพราะเราไม่รู้วันและเวลา “พวกท่านจงเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ เพราะบุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาในวันเวลาที่ท่านไม่คาดคิด” พ่อมาอยู่ที่วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าได้ 5 เดือนกว่าแล้วรู้สึกว่าวันเวลามันผ่านไปเร็วเหลือเกิน ความรู้สึกของการโยกย้ายยังกรุ่นๆอยู่ในความคิด แต่พอคิดอีกทีหนึ่งก็ต้องเตรียมฉลองคริสตมาส และฉลองวัดแล้ว นั่นหมายถึงการสิ้นสุดของปี 2009 และเริ่มต้นปี 2010 เมื่อตอนเป็นเด็ก หลายคนคงรู้สึกสนุกกับวันเวลาที่ผ่านพ้น แต่พอเป็นผู้ใหญ่แล้วก็หมดสนุกกับการผ่านไปของวันเวลาเพราะนั่นหมายถึงเราเริ่มแก่ไปทุกขณะจิต เรี่ยวแรงเริ่มถดถอยเรากำลังเดินเข้าไปใกล้ความตายมากขึ้นทุกวัน
ที่นำเอาเรื่องความตายมาบอกเล่าให้ฟังในที่นี้ไม่ได้มีความประสงค์ที่จะขู่ให้พี่น้องกลัว เพื่อจะได้การกลับใจรีบมารับศีลอภัยบาป เพราะพ่อไม่เชื่ออยู่แล้วว่าการขู่จะทำให้เกิดการกลับใจ หรือความศรัทธาอย่างแท้จริง แต่ที่นำมาสู่กันฟังในที่นี้เพราะเดือนพฤศจิกายนพระศาสนจักรให้เราคิดถึงผู้ล่วงลับเป็นพิเศษในการสวดภาวนาและปฏิบัติกิจศรัทธาต่างๆ ในเวลาเดียวกันก็ให้เราคิดถึงตัวเราเองชีวิตของเราด้วยว่าเราใช้ชีวิตอย่างไรมีคุณค่ามากน้อยแค่ไหน ขอให้โอกาสนี้เป็นโอกาสที่เราจะรำพึงถึงชีวิตเพื่อเราจะสามารถเตรียมตัว เตรียมจิตวิญญาณของเราให้พร้อมอยู่เสมอเพื่อเผชิญกับความตายซึ่งเป็นสัจธรรมที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงพ้น การยอมรับและเตรียมพร้อมเสมอจะทำให้การมาถึงของวันนั้นเป็นวันชื่นชมยินดีสำหรับเราทุกคน “ถ้านายกลับมาแล้วพบว่าคนใช้คนนั้นพร้อมเสมอที่จะเปิดประตูต้อนรับ และได้ทำหน้าของตนอย่างซื่อสัตย์ก็เป็นบุญของคนใช้คนนั้น”
จากคุณพ่อเจ้าวัด
สหพันธ์นักบุญ
ในบทยืนยันความเชื่อพระศาสนจักรยืนยันความเชื่อเรื่องสหพันธ์นักบุญว่า พระศาสนจักรเป็นสหพันธ์นักบุญ แสดงว่าพระศาสนจักรประกาศยืนยันว่า สมาชิกของพระศาสนจักรไม่ได้มีเฉพาะที่ยังมีชีวิตอยู่บนแผ่นดินนี้เท่านั้น แต่ยังมีสมาชิกของพระศาสนจักรที่ล่วงลับไปแล้วอีกสองกลุ่มนั่นก็คือ บรรดานักบุญบนสวรรค์ และวิญญาณที่ยังต้องชำระให้บริสุทธิ์ก่อนจะเข้าสู่สวรรค์ พระศาสนจักรถือว่าสามชิกของพระศาสนจักรทั้งสามกลุ่มนี้เป็นหนึ่งเดียวกัน และมีความสัมพันธ์กันในสายสัมพันธ์แห่งความรัก สามารถสื่อสัมพันธ์ช่วยเหลือเกื้อกูลกันโดยอาศัยคำภาวนา และกิจการกุศลต่างๆเพื่อวอนขอพระเมตตาจากพระเป็นเจ้า
พระศาสนจักรที่ยังมีชีวิตอยู่บนแผ่นดินนี้เราเรียกว่า พระศาสนจักรที่กำลังเดินทางไปยังที่หมายนั่นก็คือพระเป็นเจ้ามีความสุขนิรันดรกับพระองค์บนสวรรค์ ในการเดินทางชีวิตนี้จะต้องฟันฝ่าปัญหาอุปสรรค์การผจญต่างๆมากมาย และยังไม่ทราบด้วยว่าจะไปถึงที่หมายได้หรือไม่ พระศาสนจักรกลุ่มนี้คือพวกเราซึ่งน่าจะเป็นพระศาสนจักรที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด เราจึงต้องสวดภาวนาเป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน อีกทั้งขอความช่วยเหลือจากบรรดานักบุญ และวิญญาณที่ยังต้องชำระให้บริสุทธิ์ให้เสนอวิงวอนขอพระเมตตาจากพระเป็นเจ้า เพื่อเราจะได้สามารถฟันฝ่าอุปสรรค์และการผจญต่างๆจนบรรลุเป้าหมายมีความสุขกับพระเป็นเจ้าบนสวรรค์
วิญญาณที่ยังต้องชำระให้บริสุทธิ์ก่อนเข้าสู่สวรรค์ พระศาสนจักรกลุ่มนี้คือสามชิกของพระศาสนจักรที่ล่วงลับไปแล้ว แต่ยังไม่บริสุทธิ์เพียงพอที่จะไปสวรรค์ เพราะพวกท่านยังใช้โทษบาปไม่หมด สำหรับพวกท่านเวลาแห่งการทำความดี และทำกิจใช้โทษบาปจบลงแล้ว ดังนั้นพวกท่านจึงยังต้องชำระให้บริสุทธิ์ และกำลังรอคอยคำภาวนารวมทั้งกิจการกุศลจากพวกเรา ที่จะทำอุทิศแด่พวกท่านเพื่อวิงวอนขอพระเมตตาจากพระเป็นเจ้าเพื่อช่วยให้พวกท่านสามารถไปสวรรค์โดยเร็ววัน
บรรดานักบุญทั้งหลายเป็นผู้ที่เคยฟันฝ่าอุปสรรค์บนแผ่นดินนี้เหมือนกับพวกเรา แต่เวลานี้ท่านได้ชัยชนะถึงเป้าหมายคือมีความสุขกับพระเป็นเจ้าบนสวรรค์แล้ว พวกท่านยังคงมีความสัมพันธ์กับพระศาสนจักรทั้งมวลอยู่ในฐานะผู้ใกล้ชิดกับพระเป็นเจ้าเป็นผู้เสนอวิงวอนแทนพวกเรา และพวกเราสมโภชชัยชนะของพวกท่านในวันที่ 1 พฤศจิกายนของทุกปี การสมโภชนักบุญทั้งหลายไม่ใช่การสมโภชเฉพาะนักบุญที่พระศาสนจักรประกาศแต่งตั้งเท่านั้น แต่เราสมโภชสมาชิกของพระศาสนจักรที่ได้รับความรอดพ้นแล้วทุกท่านซึ่งในจำนวนนักบุญมากมายเหล่านี้อาจจะเป็นพ่อแม่ญาติพี่น้องชายหญิงและคนที่เรารู้จักด้วยก็ได้ “คนเหล่านี้คือผู้ที่มาจากการเบียดเบียนครั้งใหญ่ เขาซักเสื้อของเขาจนขาวในพระโลหิตของลูกแกะพระเจ้า” ( วว.7:14 )
ขอให้ชัยชนะของบรรดานักบุญเป็นกำลังใจให้กับเรา ในการการเดินทางมุ่งหน้าสู่สวรรค์ด้วยความเพียรอดทนในหนทางแห่งบุญลาภ 8 ประการ ( มธ. 5:1-11) ซึ่งบรรดานักบุญได้เดินทางล่วงหน้าและได้รับชัยชนะมาก่อนแล้ว เพื่อว่าวันหนึ่งเราจะได้อยู่กับพวกท่านบนสวรรค์ที่แห่งนั้นแหละคือเป้าหมายชีวิตที่แท้จริงของเรา ที่พระเป็นเจ้าทรงเรียกและปรารถนาให้เราทุกคนไปถึงตั้งแต่สร้างเรามาแล้ว
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- เดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนที่พระศาสนจักรคิดถึงผู้ล่วงลับเป็นพิเศษ ขอรณรงค์ให้พี่น้องสวดภาวนาในครอบครัวอุทิศแก่ผู้ล่วงลับเพื่อร่วมกิจกรรมที่สภาอภิบาลจัดไว้อย่างต่อเนื่อง และวันที่ 1-8 พ.ย.พี่น้องท่านใดไปเยี่ยมสุสาน วัด หรือวัดน้อย และสักการสถานด้วยความศรัทธาสามารถรับพระคุณการุญครบบริบูรณ์ได้โดยสวดตามประสงค์ขององค์สมเด็จพระสันตะปาปา และแก้บาปรับศีลมหาสนิทด้วยความศรัทธา
- วันที่ 2 พ.ย. เป็นวันคิดถึงผู้ล่วงลับเป็นพิเศษ พ่อจะทำมิสซาบูชาขอบพระคุณขับร้อง Requiem อุทิศแก่ผู้ล่วงลับเวลา 19.00 น. ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณ
- ขอให้เด็กๆที่เรียนไม่เกินชั้น ม. 3 มาลงชื่อที่หน้าวัดเพื่อรับของขวัญคืนวันคริสตมาส และจะเริ่มซ้อมละครศักดิ์สิทธิ์วันเสาร์ที่ 7 พ.ย. 2009
- คาทอลิกร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ขอรับบริจาควัตถุปัจจัยข้าวสารอาหารแห้ง ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมเขต อยุธยา อ่างทองรายละเอียดติดตามได้ที่บอร์ดหน้าวัด
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต