สารวัด ฉบับที่ 809 วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2552 อาทิตย์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

ชีวิตคริสตชนเปรียบเหมือนวงล้อห้าแฉกที่ต้องพยายามหมุนให้ครบรอบนั่นก็คือ การสวดภาวนา การอ่านและศึกษาพระคัมภีร์ ชีวิตกลุ่ม การรับใช้พระศาสนจักร ศีลศักดิ์สิทธิ์ พ่อคิดว่าวงล้อห้าแฉกนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นขาดไม่ได้ในการดำเนินชีวิตคริสตชน เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องสร้างความคุ้นเคย คลุกคลี วนเวียนอยู่กับสิ่งเหล่านี้จนทำให้ทุกสิ่งที่กล่าวถึงนี้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา

การสวดภาวนา เป็นการยกจิตใจขึ้นหาพระเป็นเจ้าสนทนากับพระองค์ และเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับพระองค์อย่างใกล้ชิดสนิทกันอยู่เสมอ ถ้าเราพิจารณาความจริงในชีวิตเราจะพบว่า ครอบครัวใดมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ครอบครัวนั้น พ่อแม่และลูก จะมีการสนทนาพูดคุยกันอยู่เสมอ ต่อให้อยู่ไกลแสนไกล ระยะทางก็ไม่เป็นอุปสรรคตราบใดที่ยังมีคลื่นโทรศัพท์พวกเขาก็จะโทรศัพท์คุยกัน ความสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อนก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่ถ้ายามใดความความสัมพันธ์ที่ดีจืดจางการสนทนาจะน้อยลง พูดเท่าที่จำเป็น หรืออาจไม่พูดกันเลยก็มี เสียงโทรศัพท์ก็จะกลายเป็นสิ่งที่น่ารำคาญ เวลาคนไม่ถูกกันเราจึงเรียกอาการเช่นนั้นว่า “เขาไม่พูดกัน”

การอ่านและศึกษาพระคัมภีร์ เป็นการฟังเสียงพระเป็นเจ้าว่าพระองค์ต้องการตรัสอะไรกับเรา เพราะพระเป็นเจ้าทรงพูด หรือตรัสกับเราทางพระคัมภีร์ คำพูดทุกคำ ทุกบท ทุกตอน มาจากการดลใจของพระองค์ผ่านทางผู้เขียนเพื่อแจ้งพระประสงค์ของพระองค์ให้มนุษย์ทราบ การสื่อสารจะสมบูรณ์และเกิดความเข้าใจก็ต่อเมื่อต้องมีทั้งการพูดและการฟัง มนุษย์สามารถได้ยินเสียงของพระเป็นเจ้าและรับรู้พระประสงค์ของพระองค์ทางการอ่านและฟังพระวาจาของพระเจ้า ฟังแล้วไม่ใช่ฟังเฉยๆ เท่ากับการหลอกตนเอง แต่ฟังแล้วต้องนำไปปฏิบัติด้วย นักบุญเปาโลสอนไว้เช่นนั้น

ชีวิตกลุ่ม มนุษย์เป็นสัตว์สังคมอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม การมีชีวิตโดดเดี่ยวไม่มีเพื่อนจึงเป็นสิ่งที่ผิดธรรมชาติมนุษย์และเป็นอันตราย กลุ่มที่ดีเป็นที่ๆ ปลอดภัยเพราะเราสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ ดังนั้นพระศาสนจักรจึงฝากคริสตชนใหม่ไว้กับกลุ่มคริสตชน คริสตชนสมัยเริ่มแรกก็อยู่กันเป็นกลุ่ม สวดภาวนา ร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณด้วยกัน และเอาข้าวของมารวมกันเป็นของกลางเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันและร่วมกันช่วยเหลือคนยากไร้อื่นๆด้วย

การรับใช้พระศาสนจักร พระบัญญัติพระศาสนจักรสอนให้เราบำรุงพระศาสนจักรตามความสามารถ พระศาสนาจะอยู่เพื่อจรรโลงสังคมปลูกฝังคุณธรรมให้เราได้อย่างไร ถ้าไม่มีคนสนับสนุนช่วยเหลือ คนจะได้ยินข่าวดีได้อย่างไรถ้าไม่มีคนประกาศข่าวดี ดังนั้นคนและศาสนาต้องอยู่ด้วยกัน เพราะฉะนั้นการรับใช้พระศาสนจักรจึงเป็นหน้าที่ประการหนึ่งของเราคริสตชนตามความสามารถ

ศีลศักดิ์สิทธิ์ทั้งเจ็ดประการเป็นเครื่องหมายภายนอกที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงตั้งขึ้นเพื่อประทานหรรษทานให้กับเรา เป็นความช่วยเหลือของพระเป็นเจ้าเพื่อทำให้มนุษย์ผู้อ่อนแอสามารถเดินทางบรรลุเป้าหมายมีความสุขนิรันดรกับพระองค์ ศีลศักดิ์สิทธิ์ทั้งเจ็ดประการเปรียบเหมือนปั้นน้ำมันแห่งชีวิต ที่เราคริสตชนจะต้องแวะเติมน้ำมันแห่งพระหรรษทานนี้ ตั้งแต่เกิดจนถึงวันที่จะตายลาจากโลกนี้ไป

วงล้อห้าแฉกนี้จึงสำคัญสำหรับชีวิตคริสตชน ที่เราต้องพยายามหมุนให้ครบรอบทำให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ดั่งวงล้อแห่งธรรมเมื่อหมุนไปที่ใดก็จะก่อให้เกิดความดีงามความเจริญรุ่งเรืองแห่งชีวิตที่นั่น

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ผู้เลี้ยงแกะต้องเอาใจใส่ดูแลฝูงแกะของตน

พระเยซูคริสตเจ้า “ทรงแลเห็นประชาชนมากมายก็ทรงสงสารเพราะเขาเหล่านั้นเป็นดังฝูงแกะไม่มีคนเลี้ยง” ( มก.6:34) บทบาทหน้าที่การเป็นผู้เลี้ยงแกะไม่ใช่บทบาทหน้าที่เฉพาะของพระสังฆาราชและพระสงฆ์เท่านั้น แต่เป็นบทบาทหน้าที่ของเราแต่ละคนด้วย เพราะเราแต่ละคนมีบทบาทหน้าที่เป็นผู้เลี้ยงแกะ และแกะในฝูงในเวลาเดียวกัน ในฐานะผู้เลี้ยงแกะ เราต้องดูแลเอาใจใส่ฝูงแกะ และในฐานะแกะในฝูงเราต้องเชื่อฟังและติดตามผู้เลี้ยงแกะของตน ภาพพจน์ของผู้เลี้ยงแกะที่ดูแลเอาใจใส่ฝูงแกะของตน นำความคิดของเราไปสู่เรื่องการปกครองดูแลเอาใจใส่บรรดาสัตบุรุษ ที่เป็นแกะน้อยใหญ่ในฝูง ที่ต้องอาศัยการร่วมมือร่วมใจของทุกๆคน เพื่อความสงบสุขร่มเย็นของฝูงแกะ

พระสงฆ์ เป็นผู้เลี้ยงแกะของสัตบุรุษ พระสงฆ์จึงมีหน้าที่ต้องปกครองดูแลสัตบุรุษและพยายามทำให้ชุมชนแห่งความเชื่อเข้มแข็ง เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อีกทั้งยังต้องเลี้ยงดูสัตบุรุษด้วยพระวาจา และศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในแง่นี้สัตบุรุษทุกๆคนต้องให้ความร่วมมือกับพระสงฆ์ ช่วยเหลือทำให้งานอภิบาลต่างๆ ของพระสงฆ์เป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อยังประโยชน์ให้สัตบุรุษเติบโตขึ้นในความเชื่อความศรัทธา อาทิ การเป็นสภาอภิบาล นักขับร้อง ผู้ช่วยมิสซา คนอ่านบทอ่าน ฯลฯ ในส่วนนี้พวกเราก็พยายามทำกันอยู่แล้ว แต่ต้องพยายามปรับปรุง ทำให้ดีขึ้นอยู่เสมอ

พ่อแม่ เป็นผู้เลี้ยงแกะของลูกๆ ในปัจจุบันหลายๆครอบครัว ลูกๆเป็นดังฝูงแกะไม่มีผู้เลี้ยง ถ้าจะถามพ่อแม่ว่าเวลานี้ลูกๆเป็นอย่างไร อยู่ที่ไหนพ่อแม่บางท่านอาจจะตอบไม่ได้ หรือถ้าลองถามลูกๆบางคนว่า เวลานี้พ่อแม่อยู่ที่ไหนทำอะไร ทำงานเหนื่อยยากแค่ไหน ลูกๆก็อาจไม่ทราบ ปัญหานี้เป็นปัญหาของการไม่มีเวลาให้แก่กันและกัน การที่พ่อแม่และลูกๆไม่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขและมีเวลาให้กันและกันนั้น ทำให้ความสัมพันธ์ที่ดีงามในครอบครัวจืดจาง สามีภรรยา พ่อแม่และลูกๆไม่มีทางที่จะมีความเข้าใจที่ดีและถูกต้องต่อกันได้ สมาชิกในครอบครัวจะทราบถึงทุกข์สุขความเหนื่อยยากของกันและกันได้อย่างไร ถ้าเราไม่มีเวลาไต่ถามทุกข์สุขของกันและกันเลย เมื่อเป็นเช่นนี้ครอบครัวของเราจะอ่อนแอ ลูกๆจะไม่มีวันเข้าใจความเหนื่อยยากของพ่อแม่ และขาดที่พึ่งพาเป็นดังฝูงแกะที่ขาดผู้เลี้ยง

ชุมชนแห่งความเชื่อ เป็นดังฝูงแกะฝูงใหญ่ที่ต้องการผู้เลี้ยง หรือมองอีกแง่มุมหนึ่งสมาชิกในชุมชนแห่งความเชื่อ ก็เป็นดังผู้เลี้ยงแกะที่ต้องดูแลเอาใจใส่กันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคริสตชนใหม่ และผู้มาเยือน เราทำให้พวกเขารู้สึกว่าได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ได้รับมิตรภาพไมตรีจิต หรือมีการต้อนรับพอเป็นพิธี เยาวชนคนรุ่นใหม่ พวกเราทำให้พวกเขารู้สึกว่าเป็นสมาชิกคนหนึ่ง ที่มีบทบาทหน้าสำคัญในชุมชน ยอมรับความคิดเห็นของพวกเขาด้วยใจกว้างหรือไม่ บทบาทหน้าที่เหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่เราควรพิจารณาไตร่ตรอง เพื่อจะได้รู้ และสามารถทำตามบทบาทหน้าที่ของเราอย่างสมบูรณ์ ในฐานะผู้เลี้ยง และแกะที่ดีในฝูง

ประกาศกเยเรมีย์ท่านได้ให้ภาพพจน์ของความหายนะ ของฝูงแกะที่มีผู้เลี้ยงที่เลว ไม่ดูแลเอาใจใส่ฝูงแกะของตน และการลงโทษที่ผู้เลี้ยงที่เลวสมควรจะได้รับ (ยรม.23:1-6) จึงเป็นสิ่งที่เตือนใจเราให้พยายามทำตามบทบาทหน้าของเราอย่างดีที่สุด เลียนแบบอย่างองค์พระเยซูคริสตเจ้า ผู้เลี้ยงแกะที่ดี “เราเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี…ยอมสละชีวิตเพื่อแกะของเรา…..เรารู้จักแกะของเราและแกะของเราก็รู้จักเรา”(ยน.10:11-14)

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค. 2009 เวลา 10.00 น. ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ จะมีพิธีขึ้นรับตำแหน่งประมุขอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ของพระอัครสังฆาราชใหม่ พระสงฆ์ทุกองค์ต้องไปแสดงความนบนอบ ทางวัดขอเลื่อนมิสซาไปเป็นเวลา 17.00 น.
  2. วันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค. 2009 เวลา ขอเชิญสภาภิบาลของวัดประชุมที่ห้องประชุมของวัด หลังมิสซาเช้า.
  3. สามเณร ยอแซฟ สุพัฒน์ สัตบุรุษ วัดธรรมาสน์นักบุญเปโตร บางเชือกหนัง ได้รับอนุญาตให้รับศีลบวชเป็นสังฆานุกร วันเสาร์ที่ 15 ส.ค. 2009 ผู้ใดทราบถึงความไม่เหมาะสมและข้อขัดขวางประการใดต้องแจ้งให้ พระสังฆาราช หรือ คุณพ่อเจ้าวัดทราบ
  4. กลุ่มคู่สมรสเพื่อพระคริสต์จะจัดสัมมนา The Christion life program ที่วัดของเราทุกวันอาทิตย์ เริ่มต้องแต่วันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค. – 13 ก.ย. 2009 เวลา 13:00 น – 15:30 น พี่น้องท่านใดสนใจการอบรม program ภาษาอังกฤษนี้ ขอเชิญเข้าร่วมได้

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.