สารวัด ฉบับที่ 805 วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2552 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

พระคุณการุณย์ครบบริบูรณ์ คำๆนี้พวกเราคงเคยได้ยินบ่อยๆที่พระศาสนจักรประกาศให้คริสตชนสามารถรับพระคุณการุณย์ครบบริบูรณ์ได้ อาทิปีศักดิ์สิทธิ์และโอกาสพิเศษอื่นๆ แต่พ่อก็ไม่แน่ใจว่าคริสตชนจะเข้าใจความหมายและคุณค่าของพระคุณการุณย์มากน้อยแค่ไหน นอกจากโอกาสพิเศษแล้วการปฏิบัติกิจศรัทธาบางอย่างก็ยังเป็นโอกาสให้คริสตชนสามารถรับพระคุณการุณย์ได้ด้วย อาทิ การสวดสายประคำที่มีการรำพึงตามพระธรรมล้ำลึกแห่งชีวิตของพระเยซูคริสตเจ้าและแม่พระตามที่พระศาสนจักรกำหนดอย่างถูกต้องสี่ภาคได้แก่ พระธรรมล้ำลึกแห่งความปีติยินดี พระธรรมล้ำลึกแห่งมหาทรมาน พระธรรมล้ำลึกแห่งสิริรุ่งโรจน์ และพระธรรมล้ำลึกแห่งแสงสว่าง การเดินมรรคาศักดิ์สิทธิ์หรือการเดินรูป 14 ภาค ฯลฯ ถ้าคริสตชนคนใดปฏิบัติกิจศรัทธาเหล่านี้ และสวดบทภาวนาตามพระประสงค์ของสมเด็จพระสันตะปาปา รวมทั้งปฏิบัติตามเงื่อนไขที่พระศาสนจักรกำหนดก็สามารถรับพระคุณการุณย์ได้

รับพระคุณการุณย์ทำไม รับเพื่ออะไร และมีประโยชน์อะไร ผู้ที่ได้รับพระคุณการุณย์สามารถลดโทษบาปของตนเอง และสามารถอุทิศส่วนบุญกุศลนี้ให้แก่วิญญาณที่ยังต้องชำระให้บริสุทธิ์ เพื่อวิญญาณนั้นจะได้ไปสวรรค์เร็วขึ้น เวลาเราไปรับศีลอภัยบาปถ้าพระสงฆ์อภัยบาปหรือยกบาปให้ บาปเหล่านั้นได้รับการอภัยแต่โทษของบาปเราต้องชดเชยตามความยุติธรรม เพราะฉะนั้นกิจใช้โทษบาปที่พระสงฆ์ให้จึงเป็นเพียงสิ่งเตือนใจให้เราทำการชดเชยใช้โทษบาปเท่านั้น ไม่เพียงพอที่จะชดเชยบาปทั้งหมดตามความยุติธรรมได้ เราจึงต้องทำพลีกรรมชดเชยใช้โทษบาปเสมอในชีวิตของเรา ถ้าเราชดเชยใช้โทษบาปไม่หมดวิญญาณของเราจะต้องชดเชยใช้โทษบาปต่อไปหลังจากที่เราเสียชีวิตไปแล้ว จนกว่าจะบริสุทธิ์จึงไปสวรรค์ได้ พระคุณการุณย์จึงเป็นความช่วยเหลือของพระเป็นเจ้าผ่านทางพระศาสนจักรผู้แทนของพระเยซูคริสตเจ้าบนโลกนี้ที่จะช่วยลดโทษบาปของเรา

เงื่อนไขของการรับพระคุณการุณย์ครบบริบูรณ์มีดังนี้

  1. ทำตามเงื่อนไขที่พระศาสนจักรกำหนดในโอกาสนั้นๆ หรือกิจการนั้นๆ
  2. สวดตามพระประสงค์ของสมเด็จพระสันตะปาปา บทภาวนาที่ต้องสวดคือ บทข้าพเจ้าเชื่อถึงพระเป็นเจ้า ข้าแต่พระบิดา วันทามารีอาหรือบทสรรเสริญแม่พระบทใดบทหนึ่ง และแถมด้วยสิริพึงมี
  3. รับศีลอภัยบาปและรับศีลมหาสนิทดว้ยความศรัทธาในช่วงเวลาภายใน 7 วัน นับจากวันที่เราขอรับพระคุณการุณย์ นั่นหมายความว่าผู้ที่มีบาปหนักต้องไปรับศีลอภัยบาปก่อน ส่วนผู้ที่ไม่มีบาปหนักให้เป็นทุกข์ถึงบาปอย่างสมบูรณ์และจึงไปรับศีลมหาสนิทด้วยความศรัทธา

ตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2009 – วันที่ 19 มิถุนายน 2010 พระศาสนจักรประกาศให้เป็นปีแห่งพระสงฆ์ และให้พระสงฆ์และสัตบุรุษสามารถขอรับพระคุณการุณย์ครบบริบูรณ์ได้ สำหรับสัตบุรุษที่มาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณ และถวายคำภาวนาแด่พระเยซุคริสตเจ้ามหาสมณะนิรันดรเพื่อบรรดาพระสงฆ์ในพระศาสนจักร หรือทำกิจการดีใดๆเพื่อการนี้สามารถขอรับพระคุณการุณย์ครบบริบูรณ์ได้ โดยทำตามเงื่อนไขที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น พ่อหวังว่าพี่น้องจะใช้โอกาสพิเศษนี้ให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณและส่งเสริมความศรัทธาสวดภาวนาในครอบครัวตามกิจกรรมที่สภาอภิบาลจัดให้ด้วย

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ความเชื่อเป็นชีวิต

ความเชื่อคือความวางใจในพระเป็นเจ้าในสิ่งที่มองไม่เห็น ยังมาไม่ถึง และในสิ่งที่ยังไม่ถึงพร้อมบริบูรณ์ เราฝากทุกอย่างที่เราหวังและอนาคตไว้ในอ้อมพระหัตถ์ของพระเป็นเจ้า คริสตชนหลายๆคนใฝ่ฝันอยากเห็นอัศจรรย์ อาทิ แม่พระประจักษ์ พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จมาบนท้องฟ้า เพียงมีความคิดว่าถ้ามีอัศจรรย์เกิดขึ้นแล้ว ผู้คนจะได้กลับใจมีความเชื่อ และตนเองก็จะมีความเชื่อมั่นคงขึ้น อัศจรรย์เป็นบ่อเกิดของความเชื่อเที่ยงแท้จริงหรือ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือชาวอิสราเอล และบรรดาอัครสาวกของพระเยซูคริสตเจ้า ระหว่างที่พระองค์ปฏิบัติพันธกิจที่ได้รับมอบหมายจากพระบิดาท่ามกลางพวกเขา พวกเขาได้ฟังคำเทศน์สอนของพระองค์ ได้เห็นการอัศจรรย์ที่พระองค์กระทำมากมาย อาทิ ทำให้คนง่อยเดินได้ ทรงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย ขับไล่ปีศาจ และทวีขนมปังเลี้ยงพวกเขา ฯลฯ แต่มีกี่คนกลับใจ มีกี่คนนับถือองค์พระเยซูคริตเจ้ามีความเชื่อในพระองค์ แม้บรรดาอัครสาวกเองก็ถูกพระองค์ตำหนิหลายครั้งหลายคราว่าไม่มีความเชื่อหรือความเชื่อน้อย

พระวาจาของพระเจ้าจากพระวรสารนักบุญมาระโกบทที่ 4 ข้อ 35 – 41 ได้เล่าเรื่องอัครสาวกเดินเรือข้ามทะเลสาบ พระเยซูคริสตเจ้าทรงบรรทมหลับอยู่ที่ท้ายเรือ ขณะนั้นเกิดพายุแรงกล้าบรรดาอัครสาวกตกใจกลัวจึงไปปลุกพระเยซูคริสตเจ้า พระองค์ทรงบังคับลมพายุให้สงบ และทรงตำหนิบรรดาอัครสาวกว่า “ตกใจกลัวเช่นนี้ทำไมท่านยังไม่มีความเชื่ออีกหรือ” ( มก. 4 : 40 ) อีกครั้งหนึ่งพระเยซูคริสตเจ้าทรงเตือนบรรดาอัครสาวกให้ระวังเชื้อแป้งของฟารีสี พระองค์ต้องการจะเตือนพวกเขาให้ระวังการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติอย่างพวกฟารีสี แต่พวกเขากับคิดถึงเรื่องที่พวกเขาลืมเอาขนมปังมาเป็นเสบียง พระองค์ทรงตำหนิพวกเขาว่า “ท่านยังไม่รู้ไม่เข้าใจอีกหรือ ท่านยังมีใจแข็งกระด้างอยู่อีกหรือ มีตาแต่ไม่เห็น มีหูแต่ไม่ได้ยินหรือ ท่านจำไม่หรือว่า เมื่อเราทวีขนมปังห้าก้อนเลี้ยงคนห้าพันคน ท่านเก็บเศษที่เหลือได้กีกระบุง” ( มก. 8 : 17 – 19 ) คำตำหนิของพระเยซูคริสตเจ้าแสดงออกอย่างชัดเจนว่า ชาวอิสราเอลและบรรดาอัครสาวกได้เห็นการอัศจรรย์หลายครั้งแต่การอัศจรรย์นั้นไม่ทำให้พวกเขามีความเชื่อในพระองค์มากขึ้นแต่อย่างใด ซ้ำร้ายพวกฟารีสียังมาขอให้พระองค์ทำเครื่องหมายอัศจรรย์ พระองค์ตรัสว่า “คนยุคนี้แสวงหาเครื่องหมายอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่ออะไร เราบอกความจริงกับท่านว่า คนยุคนี้จะไม่ได้รับเครื่องหมายอย่างใดเลย” ( มก. 8: 11 – 13 ) ในที่อื่นพระองค์ตำหนิแรงกว่านี้ว่า “คนยุคนี้เป็นคนชั่ว” เพราะฉะนั้นอัศจรรย์ก็มีส่วนอยู่บ้างที่สามารถทำให้คนมีความเชื่อ แต่ไม่ใช่บ่อเกิดของความเชื่อที่มั่นคงยั่งยืน

ความเชื่อที่มั่นคงยั่งยืนเกิดจากประสบการณ์ ประสบการณ์มากจากการปฏิบัติตามสิ่งที่ตนเองเชื่อในชีวิตจริง เมื่อคนๆหนึ่งสวดภาวนา มาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณด้วยความเลื่อมใสศรัทธา และปฏิบัติตามพระวาจาของพระเจ้าที่เขาได้อ่านและได้ฟัง เขาจะเริ่มมีประสบการณ์กับพระเป็นเจ้าเข้าไปลิ้มรสความดีงามของพระองค์ด้วยตนเอง เขาจะมีความเชื่อและรักพระเป็นเจ้าอย่างมั่นคงยั่งยืนไม่ว่าจะประสบกับปัญหาหรือเหตุการณ์ใดๆในชีวิต ความเชื่อของเขาจะไม่หวั่นไหวเหมือนคนที่ฉลาดสร้างบ้านลงรากฐานลึกในหินแกร่ง ซึ่งต่างจากความเชื่อที่เกิดจากการเห็นอัศจรรย์ วันที่เขาขอแล้วได้รับตามความปรารถนา ถ้าวันใดความตื่นเต้นจากการเห็นอัศจรรย์จืดจาง เมื่อขอแล้วไม่ได้รับตามความปรารถนา ความเชื่อของเขาจะหวั่นไหวและมลายสูญสิ้นไปในที่สุด ความเชื่อจึงต้องเป็นชีวิตเป็นประสบการณ์ของคนๆหนึ่งที่ได้พยายามปฏิบัติตามในสิ่งที่ตนเองเชื่อเพราะเขาจะได้สัมผัสความดีงามของพระเป็นเจ้าด้วยตนเอง ความเชื่อที่ไม่มีกิจการจึงเป็นความเชื่อที่ตายไปแล้ว ความเชื่อแท้จึงเป็นชีวิตเพราะมีการปฏิบัติ มีกิจการในชีวิตจริงนั่นเอง

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2009 มีพิธีอภิเษกพระสังฆาราช ซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี ณ ศาลารวมใจฯ โรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา เวลา 10.00 น. ทางวัดจะจัดรถไปร่วมพิธีผู้ที่สนใจไปร่วมพิธีนี้ สามารถลงชื่อได้ที่คุณ ไพโรจน์ ผอ. สภาอภิบาล หรือติดต่อสอบถามได้ที่ขายศาสนภัณฑ์หน้าวัด
  2. ตั้งแต่วันที่ 19 มิ.ย. 2009 – 19 มิ.ย. 2010 พระศาสนจักรประกาศให้เป็นปีแห่งพระสงฆ์ โดยมีนักบุญ ยอห์น มารีย์ เวียนเนย์เป็นแบบอย่างพระสงฆ์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ คริสตชนมีสิทธิ์ขอรับพระคุณการุณย์ครบบริบูรณ์ได้ โดยปฏิบัติตามเงื่อนไขที่พระศาสนจักรกำหนด
  3. วันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. 2009 เป็นวันสมโภชนักบุญเปโตรและเปาโล จะมีมิสซาบูชาขอบพระคุณฉลององค์สมเด็จพระสันตะปาปา ที่วัดอัสสัมชัญ เวลา 17.00 น. ขอให้สัตบุรุษสวดให้องค์สมเด็จพระสันตะปาปาและขอให้ทุกวัดส่งตัวแทนสภาอภิบาลไปร่วมฉลอง และขอเชิญร่วมสมทบทุนเซนต์ปีเตอร์เพน เพื่อช่วยเหลือภารกิจส่วนพระองค์ของพระสันตะปาปาได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  4. หลังมิสซาวันอาทิตย์นี้มีประชุมเยาวชน เวลา 10.30 น.

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.