ฉบับที่ 14014 วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2014

บอกเล่าให้ฟัง

ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนเริ่มต้นขึ้นแล้ว วันแรกวุ่นวายน่าดูชมเลยทีเดียว รถรับนักเรียนมาช้าเพราะรถติดบ้าง หาบ้านไม่เจอบ้าง วันที่สองเริ่มดีขึ้น เด็กมีโอกาสสวดภาวนาร่วมกัน พ่อมีโอกาสอบรมเด็กๆก่อนแยกย้ายเข้าห้องเรียน คำถามแรกที่พ่อถามเด็กๆที่เข้ามาเรียนคำสอนก็คือ “พวกเธอมาเรียนคำสอนกันทำไม” ไม่น่าเชื่อมีเด็กสองสามคนตอบอย่างชัดเจนว่า “หนูอยากรู้จักพระเยซูคริสตเจ้า” บางคนตอบว่า “เพื่อจะได้รู้จักประวัติของพระเยซูคริสตเจ้า และแม่พระ” ถามว่าคำตอบนี้ตรงกับคำตอบที่มีอยู่ในใจพ่อหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่า เป็นคำตอบที่ไม่ตรงทีเดียวนัก แต่ถามว่า ผิดไหม คงต้องตอบว่าไม่ผิด เพราะคำตอบที่พ่อต้องการก็คือ “เพื่อเด็กๆจะได้รู้จักพระเจ้ามากขึ้น” ถึงแม้คำตอบจะไม่ตรงใจพ่อนัก แต่พ่อยังคงตั้งใจฟังคำตอบนั้น และเชื่อมโยงเข้าหาคำตอบที่พ่อต้องการ “เก่งมากลูก พระเยซูคริสตเจ้าเป็นพระเจ้าพระบุคคลที่สองในพระตรีเอกภาพ ที่ลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ ทำให้เรารู้จักพระเจ้าที่เรามองไม่เห็น”

การตั้งใจฟังคำถามและคำตอบของเด็กๆด้วยความเอาใจใส่ ไม่ตำหนิติเตียน ไม่บอกว่าผิด แต่พยายามเชื่อมโยงเข้าหาคำตอบที่ถูก เป็นแรงเสริมทางบวกชนิดหนึ่ง ทำให้เด็กๆมีพัฒนาการในการเรียนรู้ มีความกล้าหาญที่จะถามและตอบคำถาม พี่น้องเชื่อไหม เวลาที่พ่อถามคำถามที่สอง มีเด็กตอบคำถามมากขึ้น พ่อเชื่อมโยงการรู้จักพระเจ้าเข้าหาจุดประสงค์ของการสร้างมนุษย์ บอกกับเด็กว่า “พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์มาเพื่อให้รู้จักรักและปรนนิบัติรับใช้พระองค์” พ่อถามเด็กๆว่า “พระเจ้าเห็นแก่ตัวหรือเปล่า ที่สร้างมนุษย์มาให้รู้จักรักและปรนนิบัติรับใช้พระองค์” เด็กตอบว่า “ไม่ เพราะการรู้จักรักและปรนนิบัติรับใช้พระองค์ ทำให้เราเป็นคนดี” คำตอบไม่ตรงใจพ่อเป็นครั้งที่สอง เพราะพ่อต้องการจะตอบว่า “การรู้จักรักและปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า จะทำให้เราได้รับความรอดพ้น มีความสุขกับพระเจ้าในเมืองสวรรค์” ถึงแม้ไม่ตรงใจพ่อ แต่พ่อก็ชมเด็กว่า “เก่งมาก เพราะการรู้จักรักและปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า ทำให้เราเป็นคนดี และคนดีคนชอบธรรมทุกคนจะได้รับความรอดพ้นไปสวรรค์มีความสุขกับพระเจ้าที่พ่อเขียนเล่าเรื่องประสบการณ์ธรรมดาสามัญเช่นนี้ให้พี่น้องได้อ่าน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญในการอบรมสั่งสอนเด็กหรือลูกหลานของเรา พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ผู้ใหญ่ที่ดีต้องเป็นคนที่มีความอดทนสูงมากในการฟัง ต้องเคารพคำตอบของเด็ก และไม่ดูถูกจินตนาการของเด็กเมื่อเด็กเล่าอะไรให้เราฟัง เพราะจินตนาการเหล่านั้นล้วนมีคุณค่า ทำให้เด็กรู้จักคิด มีความสุขในการเรียนรู้ ก่อให้เกิดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับตัวเด็กเองในอนาคต แต่น่าเสียดาย ที่พ่อแม่ผู้ปกครองหลายๆท่านเป็นคนขี้รำคาญ ไม่สนใจเรื่องต่างๆเหล่านี้ บางคนดุเด็กเวลาเด็กมาถาม บางคนเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ “ไม่เอาลูก ถามเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ไร้สาระ ไม่รู้หรือว่าพ่อแม่กำลังเหนื่อย ไป ไป ไป” เด็กคนไหนเจอแบบนี้บ่อยๆ เขาคงจะเลิกถาม เลิกคุยกับพ่อแม่ เมื่อมีปัญหาอะไรก็จะไม่ปรึกษาพ่อแม่แต่ไปปรึกษาคนอื่น อาจจะเป็นเพื่อนหรือใครก็ไม่ทราบ แล้วเด็กจะได้คำตอบแบบไหน อย่างไร เป็นสิ่งที่น่าคิดทีเดียว ถ้าเรารักลูกจริง จงสนใจให้เวลากับคำถามคำตอบของลูก และอย่าเป็นพ่อแม่ผู้ใหญ่ที่ขี้รำคาญนักเลยนะครับ.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

หนทางสู่ชีวิตใหม่

มนุษย์ทุกคนรักชีวิต ต้องการทำให้ชีวิตของตนดี มั่นคง มีความสุขมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่แม้จะพยายามสักเท่าใด ก็ไม่มีใครสักคนที่สามารถหลีกหนีความเสื่อมสภาพของสังขารที่เกิดขึ้นหลังจากมนุษย์ตกในบาปได้พ้น ทุกๆวันมนุษย์ต้องล้มลุกคลุกคลาน ประสบกับความเปราะบางแห่งชีวิต ความทุกข์ยากลำบาก ความเจ็บป่วย ความชราภาพ และในที่สุดมนุษย์ทุกคนต้องตาย สิ่งที่มนุษย์ประสบอยู่นี้เป็นสิ่งที่ท้าทายความเชื่อในพระเจ้าอย่างรุนแรง และไม่ได้ท้าทายผู้ประสบผู้เดียวเท่านั้น แต่มันท้าทายความเชื่อของทุกคนที่อยู่รอบข้างด้วย พ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนๆ ฯลฯ มารธา มารีย์ และลาซารัส ก็ถูกท้าทายความเชื่อเช่นนี้ด้วยเหมือนกัน “ลาซารัสกำลังป่วยหนัก…จึงส่งคนไปทูลพระเยซูเจ้าว่า พระเจ้าข้าคนที่พระองค์ทรงรักกำลังป่วย” (ยน.11:2-3) พระองค์ทรงทราบเรื่องแต่ไม่เสด็จไปทันที พระองค์ตรัสว่า “โรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อความตาย แต่เพื่อพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า” (ยน.11:4) เบื้องหลังความทุกข์ยากลำบาก ความเจ็บป่วย ปัญหาต่างๆ ฯลฯ เราสามารถพบคุณค่าความดีงามที่ดีกว่า ซึ่งพระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้ เราเชื่อในพระเจ้าเช่นนี้หรือไม่

ในยามที่เราประสบความทุกข์ยากลำบาก ความเจ็บป่วย ความล้มเหลว สูญเสียคนที่เรารัก ขอแล้วไม่ได้ดังใจ ฯลฯ ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ ดูเหมือนว่าพระเจ้าทรงลืมเราไม่ฟังคำภาวนาของเรา พระองค์ไม่ทรงรักเราจริง และหลายๆครั้งเราจะรู้สึกว่าพระองค์ทรงมาช้าเกินไป ไม่ทันเวลาไม่ทันใจเรา ในสภาพเช่นนี้เรายังคงมีความเชื่อในพระเจ้าหรือไม่ ความเชื่อแท้พิสูจน์ได้ในยามที่ความทุกข์ยากลำบากมาเยือนชีวิต พระเจ้าจะทรงถามเราเหมือนกับถามมารธาว่า “ลูกเชื่อในเราหรือไม่” “เราเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต ใครเชื่อในเรา แม้ตายไปแล้วก็จะมีชีวิต และทุกคนที่มีชีวิตและเชื่อในเราจะไม่มีวันตายเลย ท่านเชื่อเช่นนี้หรือ” (ยน.11:25-26) ท่ามกลางความเปราะบางแห่งชีวิต ความทุกข์ยากลำบากและความตาย พระเยซูคริสตเจ้าจะต้องเป็นความหวังของเรา การสมโภชปัสกาจึงจะมีความหมายอย่างแท้จริงสำหรับเรา เพราะพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์แล้วทรงกลับคืนพระชนมชีพเอาชนะบาปและความตาย จึงทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์ ความหวังของเราเต็มเปี่ยม หลังจากผ่านความทุกข์ทรมานและความตายในชีวิตนี้แล้ว เราจะมีชีวิตนิรันดรถ้าเราเชื่อและปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ พระเยซูคริสตเจ้าทรงทำให้ลาซารัสกลับคืนชีพโดยเปล่งพระสุรเสียงดังว่า “ลาซารัสเอ๋ย จงออกมาเถิด ผู้ตายก็ออกมา มีผ้าพันมือพันเท้า และผ้าคลุมใบหน้าด้วย พระเยซูเจ้าตรัสว่า จงเอาผ้าออก และให้เขาไปเถิด” (ยน.11:44) แล้วลาซารัสก็มีชีวิต การปลุกลาซารัสขึ้นมาจากความตายเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า พระองค์สามารถให้ชีวิตและมีอำนาจเหนือบาปและความตาย เพราะความตายเป็นผลมาจากบาป เป็นการตอกย้ำให้เรามั่นคงในความเชื่อแน่ใจในความหวัง แม้ชีวิตจะเปราะบางสักเพียงไหน แม้เราจะได้รับความลำบากสักเท่าใด ถ้าเราอุทิศตนดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้า ยกไม้กางเขนของตนขึ้นแบก และติดตามพระองค์ไปจนถึงที่สุดบนหนทางของพระองค์เราจะมีชีวิตนิรันดร เพราะหนทางแห่งไม้กางเขนเป็นหนทางที่นำชีวิตและความรอดพ้น ซึ่งใครก็ตามที่ยอมสละชีวิตของตนติดตามองค์พระเยซูคริสตเจ้า ยอมสละตนตายต่อตนเอง คนนั้นจะได้ชีวิตกลับคืนมา.

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนเพื่อเตรียมรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในค่ายคำสอน ทำได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลเข้าประชุมโดยพร้อมเพรียง หลังมิสซาเวลา 10.30 น.
  3. ผู้ที่ปรารถนาจะช่วยทำใบลานก็ขอเชิญที่วัด หรือจะเอาไปทำที่บ้านแล้วนำมาส่งคืนก่อนวันแห่ก็ได้
  4. วันอาทิตย์ที่ 13 เม.ย. 2014 เป็นวันอาทิตย์ใบลาน มีแห่ใบลาน เวลา 8.30 น. หลังมิสซามีพิธีรดน้ำขอพรพระสงฆ์ในวัดและผู้ใหญ่ที่ศาลาเรือนไทยเนื่องในวันสงกรานต์
  5. สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ วันอังคารที่ 15 เม.ย. 2014 มีวจนพิธีกรรมศีลอภัยบาปเพื่อเตรียมสมโภชปัสกา วันพฤหัสฯศักดิ์สิทธิ์ วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ พิธีกรรมในวันเหล่านี้จะเริ่มเวลา 19.00 น.
  6. วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ มีเดินมรรคาศักดิ์สิทธิ์รอบวัด เวลา 15.00 น.
  7. วันอาทิตย์ที่ 20 เม.ย. 2014 เป็นวันอาทิตย์ปัสกา มิสซาเวลา 8.30 น.ในวันนี้จะมีพิธีรับศีลมหาสนิทครั้งแรกและการรื้อฟื้นคำสัญญาศีลล้างบาปของเด็กๆ หลังมิสซามีแจกไข่ปัสกาตาราง เวลาต่างๆของสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ดูได้ที่เสาหน้าวัด

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 6-04-2014

Tags: , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.