บอกเล่าให้ฟัง
“พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์” เป็นประโยคหนึ่งที่อยู่ในบทข้าแต่พระบิดา ซึ่งเราสวดกันเป็นประจำเกือบทุกวันที่เราสวดภาวนา ฟังดูแล้วเหมือนว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เราขอให้ทุกสิ่งเป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า และยินดีน้อมรับพระประสงค์ของพระองค์ด้วยความเชื่อด้วยความวางใจในพระองค์ว่า พระองค์จะจัดเตรียมทุกอย่างที่ดีไว้สำหรับผู้ที่มีความเชื่อ ความวางใจ และรักพระองค์ แต่เมื่อเหตุการณ์จริงเกิดขึ้นในชีวิตของเรา ในยามที่เราประสบความทุกข์ยากลำบาก ในยามที่เราเจ็บป่วย เวลาที่มีปัญหาต่างๆมันถาโถมเข้ามาในชีวิตของเรา มันก็ทำให้เราสวดภาวนาประโยคนี้ได้ยังไม่เต็มปากเต็มคำเหมือนกัน เพราะความเชื่อความวางใจในพระเจ้าของเราจะเริ่มหวั่นไหว เราจะเริ่มสงสัยไม่เข้าใจในพระประสงค์ของพระเจ้า และน้อมรับพระประสงค์ของพระองค์นั้นยากจริงหนอ แต่ถึงแม้จะยากสักเท่าใดก็อย่าหมดความวางใจในพระองค์
พ่อล้มในวัดระหว่างถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณ ทำให้เดินไปไหนแล้วโคลงเคลงไปหมด เหมือนเดินอยู่ในเรือที่ลอยอยู่กลางทะเล บางเวลาโลกใบนี้ก็หมุนเป็นลูกข่าง ผ่านมาประมาณ 6 เดือนแล้ว อาการต่างๆก็ดีขึ้นบ้างแต่ก็ยังไม่หายไป แถมยังมาแขนหักอีกข้างหนึ่ง สภาพเช่นนี้มันท้าทายความเชื่อความวางใจในพระเจ้าของพ่อเหลือเกิน “พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์” พ่อยอมรับว่ามันยากเหลือเกินในการน้อมรับพระประสงค์ของพระเจ้าในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ แต่เราต้องพยายามจนถึงที่สุดที่จะต่อสู้กับตนเอง ต่อสู้กับความคิดร้ายๆลบๆที่ผ่านเข้ามาในความคิดของเรา เราต้องพยายามเริ่มต้นใหม่ทุกวัน เราต้องรู้จักขอโทษทุกครั้งที่การกระทำของเราอาจส่งผลกระทบถึงผู้อื่น ทำให้เขาเสียใจ หมดกำลังใจ และที่สำคัญต้องสวดภาวนาวิงวอนต่อพระเจ้าให้ทวีความเชื่อกับเราทุกๆวัน ให้เราสามารถอยู่ได้ด้วยความหวัง ความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมในพระองค์ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ พระวาจาของพระเจ้าเป็นสิ่งที่จำเป็น ต้องนำมาอ่านคิดรำพึง พ่อมักจะรำพึงถึงเรื่องราวของ แม่พระรับแจ้งข่าวการประสูติของพระเยซูเจ้าจากทูตสวรรค์กาเบรียล แม่พระน้อมรับพระประสงค์ของพระเจ้าได้อย่างไรหนอ ในยามที่ปัญหาถาโถมเข้ามามากมาย “ไม่มีสิ่งใดที่พระเจ้าทรงกระทำไม่ได้” “ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาทะของท่านเถิด” ไม่ใช่น้อมรับธรรมดาแต่น้อมรับและติดตามพระประสงค์นั้นตลอดชีวิต ท่านอับราฮัมบิดาแห่งความเชื่อของเราก็เช่นกัน พระเจ้าทรงเรียกท่านให้ออกเดินทางไปยังดินแดนที่ท่านไม่รู้จัก พระสัญญาที่จะให้ท่านเป็นบิดาของชนชาติใหญ่ ทั้งๆที่ท่านชรามากแล้ว ภรรยาของท่านก็เป็นหมัน ท่านทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าได้อย่างไร เพราะถ้าคิดอย่างมนุษย์ยังมองไม่เห็นฝั่งฝันเลย แต่ในที่สุดพระประสงค์ก็สำเร็จเป็นจริงเพราะความเชื่อของท่าน พ่อเขียนบทความนี้เพื่อเตือนตนเองและเตือนใจทุกคนที่ประสบปัญหาต่างๆในชีวิต อย่าสิ้นหวัง อย่าหมดกำลังใจ จงเชื่อมั่นในพระเจ้าอยู่เสมอ สวดภาวนามากๆ ขอพระองค์ทวีความเชื่อให้กับเราทุกๆวัน “จงอย่ากังวลใจ จงอย่าได้กลัวเลย ผู้วางใจพระเจ้าไม่ขาดสิ่งใดๆ จงอย่ากังวลใจ จงอย่าได้กลัวเลย เพียงพระเจ้าเพียงพอ”.
จาก คุณพ่อเจ้าวัด
ปัสกาการผ่านพ้นสภาพชีวิตเก่าเข้าสู่ชีวิตใหม่
พระเยซูคริสตเจ้าทรงปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า โดยการยอมรับทนทรมาน และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน จนในที่สุดพระองค์ได้ก้าวผ่านหนทางแห่งไม้กางเขนนี้ เข้าสู่พระสิริรุ่งโรจน์ในการกลับคืนพระชนมชีพจากความตาย เรื่องราวในประวัติศาสตร์แห่งความรอด ชาวอิสราเอลเดินทางข้ามทะเลแดง พวกเขาพ้นจากการเป็นทาสก้าวสู่ความเป็นไท พวกเขายังต้องใช้เวลาอีกสี่สิบปีเพื่อจะได้เดินทางผ่านพ้นทะเลทรายอันแสนกันดารลำบากเข้าสู่ดินแดนแห่งพระสัญญา เรื่องราวที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์แห่งความรอด ทำให้เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความหมายของพระธรรมล้ำลึกปัสกา ปัสกาหมายถึงการผ่านพ้น เราต้องผ่านสภาพชีวิตเก่าเข้าสู่สภาพชีวิตใหม่ ต้องผ่านความตายไปสู่ชีวิต แน่นอนที่สุดการผ่านพ้นนี้มีหนทางเดียว ซึ่งเป็นหนทางเดียวกับพระเยซูคริสตเจ้า นั่นก็คือต้องผ่านความทุกข์ทรมานและความตายเข้าสู่ชีวิตใหม่ “ถ้าผู้ใดอยากติดตามเรา ก็จงเลิกนึกถึงตนเอง จงแบกไม้กางเขนของตนทุกวันและติดตามเรา ผู้ใดใคร่รักษาชีวิต ผู้นั้นจะต้องสูญเสียชีวิต แต่ถ้าผู้ใดเสียชีวิตเพราะเรา ผู้นั้นจะรักษาชีวิตได้” (ลก.9:23-24)
การเข้าร่วมส่วนในพระธรรมล้ำลึกปัสกา จะต้องเป็นการเข้าร่วมส่วนทั้งครบ จะร่วมบางส่วนหรือเลือกเฉพาะบางช่วงบางตอนไม่ได้ นั่นก็คือเราต้องมีส่วนร่วมในพระมหาทรมาน และการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสตเจ้า แล้วจึงสามารถมีส่วนร่วมในพระสิริรุ่งโรจน์แห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ เหตุการณ์การกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้า พระวรสารนักบุญยอห์นเล่าว่ามีคนไปพบเหตุการณ์นี้ตอนเช้าตรู่ขณะที่ยังมืดอยู่ แล้วได้ไปบอกศิษย์สองคนของพระองค์ ศิษย์ทั้งสองวิ่งไปที่พระคูหา พวกเขาได้เห็นและมีความเชื่อ แต่พระวรสารยังบันทึกไว้ด้วยว่า เขาทั้งสองยังไม่เข้าใจพระคัมภีร์ที่ว่า พระองค์ต้องทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย “เช้าตรู่วันต้นสัปดาห์ ขณะที่ยังมืดอยู่ มารีย์ชาวมักดาลาออกไปที่พระคูหา และเห็นหินเคลื่อนออกไปจากพระคูหาแล้ว นางจึงวิ่งไปหาซีมอนเปโตรกับศิษย์อีกคนหนึ่ง……………ทั้งสองวิ่งไปด้วยกัน……………..ถึงพระคูหา………..เขาเห็นและมีความเชื่อ เขาทั้งสองคนยังไม่เข้าใจพระคัมภีร์ที่ว่า พระองค์ต้องทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย” (ยน.20:1-9) พระวรสารได้แสดงให้เห็นนัยสำคัญของการมีส่วนร่วมในพระธรรมล้ำลึกปัสกา ผู้พบเหตุการณ์คนแรกในเวลาเช้าตรู่ ขณะที่ยังมืดอยู่ แน่นอนที่สุดในช่วงแรกๆของการเข้าส่วนในพระธรรมล้ำลึกปัสกา ชีวิตของเรายังคงอยู่ในความมืดมน ความสงสัย ความไม่แน่ใจ ความกลัว ฯลฯ เพราะการเข้าร่วมส่วนในพระธรรมล้ำลึกนี้ต้องผ่านความทุกข์ลำบาก ความตาย (ตายจากมนุษย์เก่า) เราไม่สามารถหยั่งรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร พระสัญญาของพระเจ้าจะเป็นจริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กล่าวถึงต้องเกิดในช่วงแรกๆเป็นเรื่องธรรมดา พระเยซูคริสตเจ้าเองและบรรดาศิษย์ก็ผ่านช่วงชีวิตอย่างนี้มาแล้วเหมือนกัน เราจึงต้องมีความหวังความเพียรทนที่จะก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ พระวรสารให้ความหวังกับเราว่า “เวลานั้นเป็นเวลาเช้าตรู่ ขณะที่ยังมืดอยู่” แสดงว่าอีกไม่นานดวงอาทิตย์จะขึ้นและส่องแสง นั่นคือแสงแห่งความหวังแสงแห่งชีวิตนั่นเอง ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้เรามีความหวังกำลังใจที่จะก้าวเดินในหนทางเดียวกับพระเยซูคริสตเจ้า เพื่อเราจะได้มีส่วนร่วมในพระสิริรุ่งโรจน์แห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์.
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- วันอาทิตย์ที่ 27 เม.ย. 2014 มีประชุมเยาวชน ที่ห้องประชุมของวัด ขอให้เยาวชนและผู้ที่ปรารถนาที่จะมาร่วมกลุ่มเยาวชนวัด เข้าประชุมหลังมิสซา
- วันอาทิตย์ที่ 4 พ.ค. 2014 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนมีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ที่ปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
- บวชพระสงฆ์ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ อนุญาตให้
- สังฆานุกรยอแซฟ ดิษพล รุ่งโรจน์วรวัฒนา
- สังฆานุกรยอแซฟ ยุทธนา วิทยานุลักษณ์
- สังฆานุกรสเตเฟน วีรยุทธ เกียรติสกุลชัย
บวชเป็นพระสงฆ์ในวันเสาร์ที่ 10 พ.ค. 2014 ผู้ใดทราบว่าสังฆานุกรมีข้อขัดขวางใดๆในการบวชเป็นพระสงฆ์ ต้องแจ้งให้พระอัครสังฆราชทราบ
- วันศุกร์ที่ 9 พ.ค. 2014 มีบรรยายพิเศษ หัวข้อ “สองบิดาพระสันตะปาปาผู้ศักดิ์สิทธิ์” ที่ ศาลาเซนต์ไมเกิ้ล บ้านผู้หว่าน สามพราน เวลา 9.30 – 12.00 น. ขอเชิญผู้สนใจร่วมรับฟังบรรยาย รายละเอียดติดตามได้ที่หน้าวัด
- วันเสาร์ที่ 10 พ.ค. 2014 มีงานฉลองนักบุญยอห์น ปอล ที่ 2 และ ยอห์นที่ 23 พระสันตะปาปา และมีพิธีบวชพระสงฆ์ ที่ โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ สามพราน เวลา 9.00 น. มีพิธีแห่พระธาตุ เวลา 10.15 น. เริ่มมิสซาบูชาขอบพระคุณ บวชพระสงฆ์ ผู้สนใจจะไปกับทางวัด ลงชื่อได้ที่หน้าวัด เพื่อทางวัดจะได้จัดรถให้
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 20-04-2014
Tags: วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต, เทศกาลมหาพรต