ฉบับที่ 13029 วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2013 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

ไม่ทราบว่าพวกเราเคยมีประสบการณ์อย่างนี้บ้างไหม เราใช้คำบางคำโดยไม่รู้ที่มาที่ไปแต่เรารู้ความหมายและสามารถใช้ในการสื่อสาร วันหนึ่งขณะที่พ่อทำงานอยู่คนที่เขาทำงานด้วยเขาถามว่า “เป็นอย่างไรบ้าง” และพ่อตอบว่า “O.K” เขาถามพ่อกลับมาว่าพ่อครับ “O.K” ย่อมาจากคำว่าอะไร พ่อตอบไม่ถูกเลยครับเพราะพ่อไม่ทราบจริงๆ แต่เราก็ใช้บ่อยๆจนกลายเป็นความเคยชิน และรู้ความหมายดีว่าเราต้องการหมายถึงอะไร ยิ่งกว่านั้นถ้าให้อธิบายก็อธิบายไม่ถูกแต่รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้เราจะต้องตอบแบบด้วยคำนี้ จากคำถามคาใจและด้วยความอยากรู้พ่อจึงไปถามมิสเตอร์ “Google” เขาตอบว่า O.K ย่อมาจาก “Oll Korrect” แต่คำที่ถูกต้องคือคำว่า “All Correct” ซึ่งแปลว่า ถูกต้อง แน่นอน ใช้ได้ เอาตามนั้น อนุมัติ แต่เนื่องการออกเสียงออ “All” ไม่น่าที่จะใช้สระ A จึงมีคนเขียนว่า “Oll” และอักษร C กับ K ออกเสียงเหมือนกัน พ่อค้าอเมริกันคนหนึ่งไม่ค่อยมีความรู้ แต่ตำแหน่งหน้าที่การงานดี เขาตรวจใบสั่งของเสร็จแล้วเขียนว่า “Oll Korrect” พอนานๆเข้าจึงย่อว่า O.K จากนี้ก็มีการใช้กันแพร่หลายจนถึงทุกวันนี้

จากคำว่า “O.K” พ่อถามตนเองว่าทำไมเราไม่เคยคิดถึงที่มาของมันจนมีคนมาถาม ก็เพราะความเคยชินนั่นเองเราใช้จนเราไม่ต้องการคำแปล เพราะเรารู้ว่าสถานการณ์อย่างนั้นอย่างนี้เราสามารถใช้คำนี้ ความเคยชินนั้นสามารถพิจารณาได้สองด้าน ด้านดีและไม่ดี ด้านที่ดีเราเห็นถึงความชำนาญการทำบ่อยๆซ้ำๆทำให้เกิดความคล่องแคล่วว่องไว และความชำนาญสามารถลดความผิดพลาดลงได้ จนนักจิตวิทยาบางท่านเคยสังเกตกระทำของมนุษย์หลายๆอย่าง อาทิ การขับรถเกียร์ธรรมดาคนที่ขับจนชำนาญแล้วจะไม่ต้องมองที่เกียร์ และสามารถเข้าเกียร์ได้ถูกต้องเหมาะสมกับจังหวะความแรงของเครื่องยนต์ แถมยังไม่ต้องคิดอีกต่างหาก นักจิตวิทยาพวกนี้เขาเรียกการกระทำในลักษณ์นี้ว่า “สัมผัสที่ 6” พวกเขายังทดลองอีกหลายๆอย่างและเชื่อด้วยว่า ถ้าใครสามารถดึงเอาพลังจากสัมผัสที่ 6 มาใช้ได้ จะเป็นประโยชน์มากเขาจะสามารถทำอะไรได้หลายอย่างเกินความคาดหมาย สิ่งเหล่านี้พ่อคิดว่าเกิดจากความเคยชินความชำนาญด้านที่ไม่ดีความเคยชินเป็นสิ่งที่ลดคุณค่าของการกระทำลง อาทิ ก่อนนอนต้องสวดภาวนาพอไปถึงเตียงต้องทำสำคัญมหากางเขน พระสงฆ์ท่านหนึ่งกำลังเทศน์ในการเทศน์ท่านกล่าวว่า “ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย” สัตบุรุษทั้งวัดก็เลยสวดบทข้าแต่พระบิดาจนจบบท ตอนมิสซาจบแล้วต้องสวดข้าแต่พระชนนีพระเจ้า พระหฤทัยอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า……ถ้าไม่ได้สวดอาจจะจบไม่ได้ พ่อเคยไปถวายบูชามิสซาที่ประเทศลาวพ่อใช้บทมิสซาภาษาลาวทำจนจบ ทั้งๆที่อ่านไม่ออกแต่ถ้าไม่ได้เปิดหนังสือเล่มนั้นจำไม่ได้เลยทำไม่ได้ ฯลฯ สิ่งที่น่าคิดก็คือเรามีความสำนึกตั้งใจทำหรือเปล่า หรือมาจากความเคยชิน ถ้ามาจากความเคยชินจะมีค่าน้อยมากเพราะไม่ได้มาจากน้ำใสใจจริงของเรา เพราะฉะนั้นจากสิ่งที่พ่อเล่าให้ฟังทั้งหมดน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราไตร่ตรองการกระทำของเรา อย่าให้การกระทำของเรามาจากความเคยชิน โดยขาดเจตนาความตั้งใจเพราะการกระทำที่ขาดเจตนาความตั้งใจเป็นการกระทำที่มีค่าน้อย หรืออาจจะไม่มีคุณค่าอะไรเลย ค่าของการกระทำมันขึ้นอยู่กับใจของเราไม่ใช่การกระทำในตัวมันเอง หรือค่าของสิ่งของนั้นๆที่เรานำมามอบหรือถวายให้

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

การหล่อเลี้ยงด้านจิตวิญญาณ

มนุษย์ประกอบไปด้วยร่างกายและจิตวิญญาณ การหล่อเลี้ยงเอาใจใส่ดูแลจึงจำเป็นต้องทำให้ครบทุกมิติ เพื่อมนุษย์คนหนึ่งจะได้เติบโตขึ้นเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ ฝ่ายกายมนุษย์ต้องการอาหารที่ดี น้ำที่สะอาด อากาศที่บริสุทธิ์ การออกกำลังกายที่พอเหมาะและเหมาะสม เพื่อมนุษย์จะได้มีร่างกายที่แข็งแรงมีภูมิต้านทาน สามารถเผชิญกับสภาวะแวดล้อมและโรคภัยไข้เจ็บได้ ในปัจจุบันวิทยาการของมนุษย์พัฒนาการก้าวไปไกล จนกระทั่งพบว่าการหล่อเลี้ยงดูแลเท่าที่กล่าวมาแล้วนั้นยังไม่พอ ถ้าจะเลี้ยงดูให้คนๆหนึ่งเติบโตขึ้นเป็นคนที่สมบูรณ์แบบจริงๆ มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ต้องเอาใจใส่ภาวะทางอารมณ์ทำให้เด็กมีอารมณ์ดีรื่นเริงไม่เครียด ด้านสังคมต้องพยายามทำให้เด็กสามารถอยู่กับคนอื่น สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นได้ ขนาดทางด้านฝ่ายกายซึ่งเราทราบดีว่าสังขารของเรานั้นไม่เที่ยงทุกสิ่งเป็นอนิจจัง เราต้องเกิด แก่ เจ็บ และต้องตายสักวันหนึ่ง ไม่ว่าเราจะดูแลเอาใจใส่ดีขนาดไหน เรายังทุ่มทุนดูแลเอาใจใส่ดีขนาดนี้

และฝ่ายจิตวิญญาณที่มีสภาวะเป็นนิรันดรเล่าเราจะต้องเอาใจใส่ดูแลดีขนาดไหน ดังนั้นพระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสกับมารธาว่า “มารธา มารธา เธอเป็นห่วงและวุ่นวายหลายสิ่งนัก สิ่งที่จำเป็นมีเพียงสิ่งเดียว มารีย์ได้เลือกเอาส่วนที่ดีที่สุด”(ลก.10:41-42) ที่พระองค์ตรัสเช่นนี้กับมารธามิได้หมายความว่า สิ่งที่มารธาทำการจัดเตรียมบ้านเรือน การจัดเตรียมอาหารในการต้อนรับพระองค์เป็นสิ่งที่ไม่ดีและไม่จำเป็น ตรงกันข้ามเป็นสิ่งที่ดีและต้องกระทำด้วย แต่ที่พระองค์ตรัสเช่นนี้เพราะทรงปรารถนาจะเตือนเราว่า “เรื่องภายนอกฝ่ายกายแม้จะบกพร่องจนไม่สามารถแก้ไข แต่มันก็เป็นเพียงความบกพร่องที่สิ้นสุดเพียงแค่ชีวิตบนโลกใบนี้ แต่ถ้าเป็นความบกพร่องฝ่ายจิตวิญญาณที่เราแก้ไขไม่ทันท่วงที นั่นหมายความว่าเราต้องเสียชีวิตนิรันดรเป็นเช่นนั้นตลอดไป” พระเยซูคริสตเจ้าจึงสอนว่าเราต้องยอมสูญเสียทุกสิ่งแม้แต่อวัยวะ เพื่อรักษาจิตวิญญาณให้มีความสุขนิรันดรไว้ให้ได้ อีกประเด็นหนึ่งที่เป็นข้อเตือนเราก็คือ การจัดลำดับคุณค่าก่อนหลัง เราต้องเลือกที่จะทำในสิ่งที่จะส่งผลให้สิ่งอื่นเจริญขึ้นในทางที่ดีก่อน ถ้าเราเลือกปฏิบัติตามพระวาจาของพระเจ้า ก็จะส่งผลทำให้เราเป็นคนดีมีคุณธรรมดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ ซื่อตรงกับตนเอง ซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียรอดทน หน้าที่การงานฝ่ายโลกสุขภาพฝ่ายกายก็จะพัฒนาเจริญขึ้นเป็นผลที่ตามมา

มารีย์ได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุด สิ่งที่ท่านเลือกคือการฟังพระวาจาของพระเจ้าและปฏิบัติตาม แน่นอนที่สุดเมื่อพระเยซูคริสตเจ้าเสด็จมา ทั้งมารธาและมารีย์ต้องช่วยกันทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อต้อนรับพระองค์ พระองค์จึงไม่ตำหนิมารีย์ว่าไม่ช่วยทำงาน และไม่ได้ตำหนิมารธาด้วยเพียงแต่เตือนว่าไม่ต้องห่วงวุ่นวายอะไรแล้ว เพราะทุกสิ่งสำหรับพระองค์ในเวลานั้นเพียบพร้อมดีหมดแล้ว ภาพพจน์ของมารธาและมารีย์จึงเป็นสิ่งที่เตือนใจเรา ให้เราจัดลำดับคุณค่าก่อนหลังในชีวิตอย่างถูกต้อง เพื่อเราจะได้สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีดุลยภาพด้วยความไว้วางใจในพระเจ้า “อย่ากังวลและกล่าวว่าเราจะกินอะไร หรือจะดื่มอะไร และเราจะนุ่งห่มอะไร…… จงแสวงหาพระอาณาจักรของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มทุกสิ่งเหล่านี้ให้”(มธ.6:31-33)

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. การสร้างศาลาอเนกประสงค์ คืบหน้าไปเรื่อยๆ กำแพง การทำหินล้าง ตบแต่งภายในจวนจะเสร็จแล้ว และจะลงมือสร้างโรงครัวต่อไป ผู้ใดต้องการช่วยค่าก่อสร้าง บริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือที่พ่อก็ได้
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะอ่านบทอ่าน และผู้ที่จะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. วันอาทิตย์ที่ 28 ก.ค. 2013 เชิญเยาวชนร่วมกิจกรรมกีฬาเขต 2 ณ วัดมารีย์สวรรค์ รถออกหลังมิสซา และขอเชิญผู้ที่สนใจจะร่วมกลุ่มเยาวชนติดต่อได้หลังมิสซาเช่นกัน
  4. วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2013 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาร่วมสวดภาวนา และมิสซา เวลา 10.30 น. ก่อนมิสซาจะมีการสวดภาวนาร่วมกันและรับศีลอภัยบาป
  5. วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2013 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ที่ต้องการนำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพระสงฆ์

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 21-07-2013

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.