ฉบับที่ 14032 วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2014

บอกเล่าให้ฟัง

พ่อกำลังคิดถึงบทภาวนาต่างๆที่พระศาสนจักรแต่งไว้อย่างไพเราะ ซึ่งอุดมไปด้วยคำสอนและข้อความเชื่อ เวลาเราเรียนคำสอนแรกๆ เราอาจจะรู้สึกรำคาญ รู้สึกลำบากเพราะต้องท่องจำให้ได้ประมาณ 20 กว่าบท สิ่งที่เป็นเหมือนยาขมหม้อใหญ่ในอดีตแต่กลับกลายเป็นขุมทรัพย์อันประเสริฐ ที่อยู่ในความทรงจำมิรู้เลือนในวันอันแสนเข็ญ

ประสบการณ์เกี่ยวกับบทภาวนาของพระศาสนจักรที่เราสวดซ้ำไปซ้ำมาจนขึ้นใจ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว เป็นประสบการณ์ที่พ่อพบบ่อยๆ เวลาอยู่ที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ทุกครั้งที่พ่อไปเยี่ยมผู้ป่วยจวนจะสิ้นใจพ่อจะพูดเตือนความเชื่อผู้ป่วยและญาติ แต่การเตือนความเชื่อของพ่อไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร สู้การก่อสวดบทภาวนาที่คุ้นเคยไม่ได้ เมื่อพ่อเดชะพระนาม ก่อข้าแต่พระบิดา วันทามารีอา สิริพึงมี เยซู มารีอา ยอแซฟ ฯลฯ ทุกคนจะสวดภาวนาแม้แต่ผู้ป่วยบางรายก็ยังทำปากขมุบขมิบตามด้วย ที่พ่อเล่าประสบการณ์เหล่านี้ให้พี่น้องฟังไม่มีเจตนาต่อต้านการเปลี่ยนแปลงบทภาวนาใหม่แต่อย่างใด ตรงกันข้ามพ่อต้องการให้พี่น้องทุกๆท่านให้ความสำคัญกับบทภาวนาของพระศาสนจักร ใครสวดบทภาวนาใหม่ได้ก็สวดไป ถ้าสวดบทภาวนาใหม่ไม่ได้ก็สวดบทภาวนาเก่าไป บทเก่าหรือบทใหม่ไม่สำคัญที่สำคัญคือต้องสวดภาวนาอยู่เสมอพี่น้องหลายๆคนอาจจะพยายามสรรหาจัดเตรียมหลายสิ่งหลายอย่างไว้ให้ลูกหลานเป็นมรดก สิ่งที่พี่น้องทำนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและเป็นความรอบคอบอย่างหนึ่งในการดำเนินชีวิต แต่อีกสิ่งหนึ่งที่พี่น้องไม่ควรลืมและลืมไม่ได้ก็คือมรดกทางความเชื่อ ทรัพย์สมบัติฝ่ายโลกล้วนเป็นของอนิจจัง เรายังไม่ทราบเลยว่าสิ่งที่เราเตรียมไว้จะให้คุณหรือให้โทษแก่ลูกหลาน แต่มรดกทางความเชื่อให้คุณแน่นอนและให้คุณตั้งแต่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว พี่น้องลองสังเกตดูครอบครัวที่ศรัทธา ซึ่งบรรพบุรุษได้มอบมรดกทางความเชื่อความศรัทธาไว้ให้ เวลาเผชิญปัญหาพบทางตันเขาจะไม่คิดสั้นฆ่าตัวตาย ชีวิตของเขาจะมีทางออกอยู่เสมอเพราะเขาจะหันหน้าเข้าพึ่งพระเจ้า การตัดสินใจกระทำในเรื่องต่างๆก็อยู่บนพื้นฐานของความเชื่อ นี่เป็นชีวิตฝ่ายโลก ส่วนชีวิตฝ่ายธรรมนั้นพระเยซูคริสตเจ้าทรงสัญญาว่า “ใครที่สะสมทรัพย์สมบัติไว้ในเมืองสวรรค์จะได้รับชีวิตนิรันดร” ดังนั้นเราจึงต้องดำเนินชีวิตท่ามกลางสิ่งอนิจจัง โดยมีจิตใจจดจ่อกับทรัพย์สมบัติอันถาวรในสวรรค์.จาก พ่อคนเดิม

ความเชื่อน้อย ความกลัว ความสงสัย

ความเชื่อน้อย ความกลัว ความสงสัย วลีทั้งสามที่ปรากฏในพระคัมภีร์ทำให้เราเข้าใจได้ว่า “ความเชื่อเปรียบดั่งเมล็ดพันธุ์ที่พระเจ้าทรงหว่านไว้ในจิตใจของมนุษย์ สามารถเติบโตได้ ตายได้ และเป็นสิ่งที่ต้องบำรุงรักษาพัฒนาให้เติบโตเข้มแข็งสืบไป” นักบุญมัทธิวพยายามให้ทัศนะเกี่ยวกับความเชื่อว่า ความเชื่อจำเป็นต้องได้รับการหล่อเลี้ยงและพัฒนาให้เติบโตเข้มแข็งอยู่เสมอ เพื่อเราจะได้สามารถเผชิญกับมรสุมแห่งชีวิตในวันอันเลวร้าย ประชาชนที่ได้กินขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวจนอิ่มพวกเขาก็มีความเชื่อระดับหนึ่ง พวกเขาเชื่อว่าพระเยซูคริสตเจ้าเป็นพระแมสซียาห์ เป็นจอมทัพที่จะมากอบกู้เอกราชให้แก่ชนชาติอิสราเอล อัครสาวกหลายท่านก็เชื่อเช่นนั้น เพราะฉะนั้นเมื่อคลื่นลมพายุโถมใส่เรือ แล้วพระเยซูคริสตเจ้าเสด็จมาพวกท่านจึงตกใจกลัวคิดว่าพระองค์เป็นผี เหตุก็เพราะว่าพวกท่านมีความเชื่อในองค์พระเยซูคริสตเจ้าอย่างผิวเผินนั่นเอง “เมื่อบรรดาศิษย์เห็นพระองค์ทรงดำเนินบนทะเล….ต่างตกใจมากกล่าวว่า “ผีมา” และส่งเสียง…ด้วยความกลัว” (มธ.14:26)

นักบุญเปโตรซึ่งดูเหมือนว่าเป็นผู้มีความเชื่อลึกซึ้งกว่าอัครสาวกท่านอื่นๆ เพราะท่านยืนยันว่าพระเยซูคริสตเจ้าเป็นพระบุตรของพระเจ้า ถึงขนาดขอเดินบนน้ำไปหาพระเยซูคริสตเจ้าแต่ด้วยความกลัวและความสงสัย ท่านจมลงและขอความช่วยเหลือจากพระองค์ “เปโตรเดินบนน้ำไปหาพระเยซูเจ้า แต่เมื่อเห็นว่าลมแรงเขาก็กลัวและเริ่มจมลง แล้วร้องว่า พระเจ้าข้า ช่วยข้าพเจ้าด้วย” (มธ.14:29-30) พระเยซูเจ้าทรงยื่นพระหัตถ์จับเขา ตรัสว่า “ท่านช่างมีความเชื่อน้อยจริง สงสัยทำไมเล่า” (มธ.14:31) เรื่องเหล่านี้ทำให้เราคิดถึงชีวิตของพระศาสนจักรและชีวิตของเรา ซึ่งเผชิญกับมรสุมชีวิตบ่อยๆ หลายๆครั้งเรารู้สึกไม่ต่างอะไรจากอัครสาวก จิตใจของเราสับสนปั่นป่วนมืดมน เราถูกความกลัวความสงสัยครอบงำโดยสิ้นเชิง เราลืมพระเจ้าผู้ทรงประทับอยู่ท่ามกลางเรา เราสงสัยในอานุภาพความช่วยเหลือของพระองค์ พระวาจาของพระเจ้าเตือนใจเราให้ตั้งสติเงี่ยหูสดับฟังพระสุรเสียงอันอ่อนโยนของพระองค์ “อย่ากลัวเลยเราอยู่นี่เป็นเราเอง”

“ความเชื่อน้อย” ทำให้เราคิดถึงการพัฒนาความเชื่อ ไม่มีความเชื่อที่สมบูรณ์เบ็ดเสร็จ ต้องมีการเริ่มต้น มีการพัฒนาเติบโต มีการเสื่อมถอยลง จนกระทั่งบางครั้งอาจเสียไปได้ พระวาจาของพระเจ้าเตือนใจเรา ให้เราพัฒนา หล่อเลี้ยง และสวดภาวนาวอนขอพระเจ้าให้ทรงเพิ่มพูนความเชื่อของเราอยู่เสมอ แม้ในวันอันสงบชีวิตที่เป็นสุข เพื่อเราจะได้มีพลังเผชิญกับคืนวันอันโหดร้าย เพราะการพัฒนาความเชื่อเป็นการพัฒนาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ค่อยเป็นค่อยไปสะสมเพิ่มพูน เหมือนกับความสัมพันธ์ของคนสองคนที่ค่อยๆพัฒนาจนลึกซึ้ง พระเจ้าทรงเข้าใจความอ่อนแอของเราทุกคน บางครั้งเราสับสน สงสัย ความเชื่อน้อย แต่พระองค์ทรงปรารถนาให้เราสุภาพยอมรับตนเองพึ่งพาพระองค์ พยายามก้าวหน้าต่อไปด้วยอาศัยความเชื่ออันน้อยนิดนี่แหละ และร้องเรียกหาพระองค์เสมอ “พระเจ้าข้า ช่วยด้วย” การพัฒนาความเชื่อด้วยความสุภาพ ยอมรับความอ่อนแอของตนจะทำให้ความเชื่อของเราเติบโตเข้มแข็งเช่นเดียวกับอัครสาวก เพราะพระหัตถ์ของพระเจ้าจะคอยประคองชีวิตของเราเหมือนอย่างที่พระองค์ทรงประคับประคองชีวิตของอัครสาวกและพระศาสนจักรมาแล้ว

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยมิสซาและผู้ที่ต้องการ อ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน และซ้อมช่วยมิสซา
  2. วันอาทิตย์ที่ 17 ส.ค. 2014 ขอให้ผู้อ่านบทอ่านและผู้ที่ปรารถนาจะอ่านบทอ่าน ร่วมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. ประกาศแต่งงาน ระหว่าง นาย ปุรชิต จิตตะปะสาทะ บุตรของ นาย ประกอบพงศ์ และนาง ชูเพ็ญ จิตตะปะสาทะ กับ เทเรซา วีร์ชิมา ดีสุดจิตร บุตรีของ นาย วรวิทย์ และมารีอา อนุชธิติ ดีสุดจิตร ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงานต้องแจ้งให้เจ้าอาวาสทราบ

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 10-08-2014

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.