ฉบับที่ 13024 วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2013 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

เราเพิ่งผ่านการสมโภชพระกายและพระโลหิตของพระเยซูคริสตเจ้ามา ในการสมโภชนี้มีการแห่ศีลมหาสนิทไปรอบวัด และอวยพรตามจุดต่างๆที่มีการจัดที่เตรียมไว้ งานนี้ต้องถือว่าเป็นงานที่ใหญ่งานหนึ่งของวัดในรอบปีทีเดียว เพราะต้องการความร่วมมือจากผู้คนจำนวนมาก มีการจัดทำดอกไม้โปรย เด็กๆต้องมาซ้อมรำโปรยดอกไม้กันแรมเดือน เหนื่อยทั้งเด็กๆ ผู้สอน และพ่อแม่ผู้ปกครอง สภาภิบาลต้องจัดระเบียบในการจอดรถ ขบวนแถว และการโปรยดอกไม้ของสัตบุรุษ มีคนจัดเตรียมเครื่องเสียง บางคนต้องยกพลับพลาเคลื่อนที่ ฯลฯ ทุกๆเรื่องที่ทำมานี้ต้องการความร่วมมือร่วมใจและเสียสละจากพวกเราทั้งสิ้น งานทุกอย่างผ่านได้ไปด้วยดีและสง่างามพอสมควร พ่อขอขอบคุณทุกๆท่านที่เสียสละมาช่วยงานและให้ความร่วมมือ ขอพระเจ้าตอบแทนน้ำใจดีของทุกๆท่านด้วย

นอกจากงานตามโอกาสต่างๆแล้วยังมีงานต่างๆที่ต้องการความร่วมมือร่วมใจ เพื่อทำให้ชุมชนวัดของเรามีชีวิตชีวา อาทิ พลมารีย์ กลุ่มชมรมผู้สูงอายุ กลุ่มเยาวชน คณะกรรมการสภาภิบาล กลุ่มนักขับร้อง กลุ่มผู้อ่านบทอ่าน กลุ่มผู้ช่วยมิสซา กลุ่มผู้ที่สนใจอ่านพระคัมภีร์ร่วมกันหลังมิสซา และกลุ่มเด็กๆที่สนใจกระแสเรียกและสวดภาวนาร่วมกัน ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนต้องการการสนับสนุน และความร่วมมือเสียสละจากพี่น้องทั้งสิ้น พ่อเคยได้ยินมาว่าครอบครัวบางครอบครัวที่นับถือศาสนาต่างกัน ผู้ที่ไม่ใช่คาทอลิกเวลาที่เขาเห็นฝ่ายคาทอลิกหยุดงาน มาช่วยงานที่วัดทำโน้นทำนี่ซื้อโน้นซื้อนี่มาให้ที่วัด เขาถามว่าต้องทำขนาดนี้เชียวหรือ ฝ่ายคาทอลิกตอบว่า “พระเจ้าให้กับเรามาเยอะแล้ว ปีหนึ่งเรามาทำงานให้พระองค์ไม่กี่ครั้งเอง ถือว่าเป็นการตอบแทนพระคุณและขอบคุณพระองค์” พ่อชื่นชมในคำตอบนี้ และไม่สงสัยว่าทำไมฝ่ายที่ไม่ใช่คาทอลิกจึงถามเช่นนี้ เพราะเขาไม่เข้าใจนั่นเอง แต่ถ้าเป็นฝ่ายคาทอลิกถามคำถามเดียวกันและคิดเช่นนี้ ก็น่าแปลกใจอยู่ไม่ใช่น้อยว่าทำไมผู้ที่มีความเชื่อไม่รู้ว่าพระเจ้ามีพระคุณต่อเรามากเพียงใดบางคนยึดผลประโยชน์เป็นตัวตั้งคิด จึงคิดเล็กคิดน้อยทำไมต้องทำโน้นทำนี่ หรือเมื่อทำอะไรไปแล้วก็คิดอีกว่าพระเจ้าจะต้องประทานโน้นประทานนี่ให้ แต่เขาลืมคิดไปว่าเพียงเรามีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ เราเป็นหนี้บุญคุณพระเจ้าจนไม่อาจชดเชยได้แล้ว เพราะพระองค์เป็นผู้สร้างเรา ให้ชีวิต และประทานทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเป็นที่เรามีให้ ดังนั้นกิจการเล็กๆน้อยๆที่เราทำเมื่อเทียบกับสิ่งที่พระองค์ประทานให้กับเราก่อนแล้วนั้น จึงไม่อาจเรียกร้องสิ่งใดตอบแทนและไม่มีค่าคู่ควรที่จะตอบแทนความดีงามที่พระองค์กระทำต่อเราได้ แต่ที่กิจการเล็กๆน้อยๆมีค่าในสายพระเนตรของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงรักเราจึงให้คุณค่ากับน้ำเย็นเพียงแก้วเดียว ที่เรายื่นให้พี่น้องที่ต่ำต้อยเหมือนปฏิบัติต่อพระองค์เอง เป็นการเพิ่มคุณค่าของกิจการเล็กๆน้อยๆให้มีคุณค่ามหาศาลในสายพระเนตรของพระองค์ เมื่อเราพิจารณาเรื่องที่กล่าวมานี้สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือความอกตัญญู คนบางคนทำบุญทำคุณให้เท่าไรก็ทำไม่ขึ้น เพราะเขาไม่เคยคิดถึงผู้อื่นคิดวนเวียนอยู่กับตนเองและผลประโยชน์ เขาจึงไม่เคยรู้คุณพระเจ้าและไม่เคยรู้คุณใครทั้งนั้น จากประสบการณ์สี่ปีที่นี่พ่อคิดว่าไม่น่าจะมีคนแบบนี้ในหมู่พวกเรา และขออย่าให้มีเลยเพราะพ่อยังไม่เคยเห็นคนแบบนี้เจริญเลยแม้แต่คนเดียว

จากคุณพ่อเจ้าวัด

มาตรการของพระเจ้าต่างจากมาตรการของมนุษย์

พระวาจาของพระเจ้าได้แสดงให้เราทราบว่า มาตรการของพระเจ้าต่างกับมาตรการของมนุษย์โดยสิ้นเชิง มาตรการของพระเจ้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความเมตตา ความเข้าใจ และการให้อภัย ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง จากเรื่องราวหญิงคนบาปเข้ามาชโลมพระบาทของพระเยซูคริสตเจ้า ทำให้เราเข้าใจว่าพระเจ้าไม่ได้มาเป็นผู้พิพากษาแต่ทรงพร้อมที่จะยกโทษ ให้อภัยความผิดของคนบาป ตรงกันข้ามมาตรการของมนุษย์จับจ้องสาละวนกับการกระทำของผู้อื่น ไม่มองดูการกระทำของตนเอง ไร้เมตตาชอบเอาผิดตัดสินลงโทษผู้อื่น และเลือกที่รักมักที่ชัง หลายๆคนกักขังตนเองอยู่ในความโกรธอาฆาตแค้น อคติต่างๆ โดยยอมให้มันบดบังความคิดอ่านที่ดีงาม และความดีงามของผู้อื่น

“ชาวฟาริสีคนหนึ่งทูลเชิญพระเยซูเจ้าไปเสวยพระกายาหารกับเขา พระองค์เสด็จไป…..ประทับนั่งที่โต๊ะ”(ลก.7:36) ผู้ที่อ่านพระวรสารหรือฟังพระวาจาของพระเจ้าบ่อยๆ คงทราบดีว่าชาวฟาริสีกับพระเยซูคริสตเจ้าเป็นเหมือนไม้เบื่อไม้เมากัน แต่พระองค์รับคำเชิญไปร่วมทานอาหารกับเขา แสดงว่าพระองค์ไม่ยอมให้การเป็นอริ ความคิดขัดแย้งของชาวฟาริสีที่มีต่อพระองค์ บดบังตาบดบังใจของพระองค์ พระองค์ยินดีประทับอยู่กับคนทุกชั้นวรรณะทุกประเภท เพื่อจะได้เป็นหนึ่งเดียวกับมนุษย์ทุกคน ช่วยเหลือ และให้โอกาส “บุตรแห่งมนุษย์มา กินและดื่ม ท่านก็ว่า ดูซินักกินนักดื่ม เป็นเพื่อนกับคนเก็บภาษีและคนบาป”(ลก.7:34) ตรงกันข้ามกับหลายๆคนที่ยอมให้อคติ ความเกลียดชัง ความโกรธ และค่านิยมผิดๆบดบังตาบดบังใจ ทำให้เราเลือกปฏิบัติเฉพาะกลุ่ม เฉพาะพวก ทำให้คนอื่นๆที่เราไม่ถูกใจ ไม่ใช่รสนิยมเดียวกันกับเราถูกกีดกันออกไปด้วยความรังเกียจ “ถ้าผู้นี้เป็นประกาศก เขาคงจะรู้ว่าหญิงที่กำลังแตะต้องเขาอยู่นี้เป็นใคร และเป็นคนประเภทไหน นางเป็นหญิงคนบาป”(ลก.7:39) หญิงคนนี้เป็นโสเภณีที่ลือชื่อในย่านนั้น ชาวยิวไม่มีทางยอมให้นางถูกต้องตัวเป็นอันขาดเพราะจะทำให้เขามีมลทิน

“บาปมากมายของนางได้รับการอภัยแล้ว เพราะนางมีความรักมาก ผู้ที่ได้รับการอภัยน้อยย่อมรักน้อยด้วย”(ลก.7:47) ความรักมากของนางแสดงออกจากเป็นทุกข์เสียใจอย่างจริงจังในความผิด การเป็นทุกข์เสียใจอย่างนี้มาจากการยอมรับความจริงแห่งตนด้วยความสุภาพ และนี่เองเป็นสาเหตุที่ทำให้นางเข้าใจความรักความเมตตาของพระเจ้าอย่างลึกซึ้ง นางจึงรักตอบพระองค์มาก ส่วนผู้ที่ไม่รู้สึกรู้สมในบาปความผิดต่างๆที่ตนทำ เขาจะไม่มีทางเห็นคุณค่าของพระเมตตาของพระเจ้าในการให้อภัย เขาจะรักตอบพระองค์น้อยด้วย สิ่งที่พระเยซูคริสตเจ้าตรัสทำให้เราทราบว่า “พระเจ้าทรงทอดพระเนตรถึงก้นบึ้งแห่งใจมนุษย์” ทำให้กิจการเล็กๆน้อยๆที่มาจากน้ำใสใจจริงของเรามีค่าในสายพระเนตรของพระองค์ สิ่งที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นมาตรการของพระเจ้า ซึ่งแตกต่างจากมาตรการของเรามนุษย์อย่างสิ้นเชิง สิ่งที่พระเจ้าปฏิบัติต่อมนุษย์ซึ่งตามปกติมนุษย์จะไม่ปฏิบัติต่อกันนั้น เรียกร้องให้เราปฏิบัติต่อเพื่อนพี่น้องเช่นเดียวกับพระองค์ “โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น” จึงทำให้เราต้องพยายามปรับเปลี่ยนทัศนะคติในการมองคนบาป และความผิดพลาดของผู้อื่นในทางที่ดี ด้วยความรัก ความเมตตา ความเข้าใจ และพร้อมที่จะให้อภัยเสมอ

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. เดือนมิถุนายนเป็นเดือนที่พระศาสนจักร คิดถึงพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าเป็นพิเศษ ขอรณรงค์ให้พี่น้องแสดงความศรัทธาต่อพระหฤทัยเป็นต้นในเดือนนี้ และทุกวันศุกร์ต้นเดือนด้วย
  2. การสร้างศาลาอเนกประสงค์ คืบหน้าไปเรื่อยๆ กำแพงจวนจะเสร็จแล้ว กำลังทำหินล้าง ตบแต่งภายใน และจะลงมือสร้างโรงครัวต่อไป ผู้ใดต้องการช่วยบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือที่พ่อก็ได้
  3. ทุนการศึกษา ผู้ปกครองท่านใดคิดว่าครอบครัวของท่านมีความจำเป็น ปรารถนาที่จะให้ทางเขต 2 และวัดของเราสนับสนุนทุนการศึกษาให้ลูกหลานของท่าน ขอให้ยื่นคำร้อง ใบยื่นคำร้องรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ หมดเขตสิ้นเดือนมิถุนายน
  4. วันอาทิตย์ที่ 30 มิ.ย. 2013 ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่ปรารถนาจะช่วยมิสซา และผู้ที่จะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกันและซ้อมช่วยมิสซา
  5. สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะเป็นคาทอลิก จะต้องมาเรียนคำสอนก่อน ผู้ใหญ่ที่ปรารถนาจะเรียนคำสอน หรือทบทวนคำสอน วัดของเรามีสอนคำสอนทุกวันอาทิตย์หลังมิสซาเวลา 10.30 น.

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 16-06-2013

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.