ฉบับที่ 13026 วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2013 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

งานมือหรืองานที่ต้องลงแรงออกกำลังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต ในปัจจุบันเรื่องนี้ถูกมองข้ามความสำคัญไป เพราะเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ที่สามารถทำหลายสิ่งหลายอย่างแทนเราอย่างรวดเร็วได้อย่างใจ มองในด้านหนึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้เราสะดวกสบายขึ้น และลดขั้นตอนของการทำงานลงประหยัดเวลา แต่มองอีกด้านหนึ่งเราจะเห็นว่าการที่มนุษย์ไม่ต้องลงแรงทำงาน ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆขึ้นมากมายอีกทั้งยังทำให้ผลงานของมนุษย์ลดคุณค่าลง ความภาคภูมิใจซึ่งเป็นสิ่งที่จรรโลงใจมนุษย์ทำให้มนุษย์มีแรงบันดาล ที่จะพยายามฝึกฝนเพื่อสร้างสรรค์ผลงานให้ดีขึ้น และสร้างผลงานใหม่ๆก็จะค่อยๆลดน้อยถอยลงจนหมดไปในที่สุด ชาวยุโรปคนหนึ่งกล่าวชื่นชมประโยชน์ของเครื่องจักรกลให้ชาวจีนคนหนึ่งฟังว่า “สิ่งประดิษฐ์นี้ทำให้คนเราไม่ต้องออกแรงทำงาน” แต่ชาวนจีนตอบว่า “งานที่ต้องลงแรงนั้นเป็นสิ่งดี การที่คนเราไม่ต้องออกแรงเลยนั้นจะเป็นความหายนะอย่างยิ่ง” (จากหนังสือปฏิทินปัญญา ลีโอตอลสตอย) พ่อไม่ทราบว่าจะมีคนสังเกตหรือเปล่า แต่พ่อตั้งข้อสังเกตว่าเด็กในสมัยปัจจุบันเป็นเด็กที่ไม่มีน้ำอดน้ำทนขาดความแกร่งแห่งชีวิต เอาแต่ใจตนเองจะเอาอะไรทำอะไร ต้องได้อย่างใจรวดเร็ว ขัดใจไม่ได้ ทำไม่จึงเป็นเช่นนี้

เมื่อเล่าถึงเรื่องนี้พ่อคิดถึงการอบรมที่บ้านเณรเล็ก กลาง และใหญ่ การทำงานมือ ถือเสมือนส่วนหนึ่งในกระบวนการอบรมเณรเพื่อเตรียมตัวเป็นพระสงฆ์ เพราะมีวันที่ทำงานมากกว่าวันที่ให้เณรเล่นกีฬา เราต้องทำงานช่วยเหลือกันและกันทุกอย่าง บางคนเป็นช่างประปา ช่างไม้ ช่างไฟฟ้า ช่างตัดผม บางคนทำสวน ดูแลต้นไม้ ทำความสะอาดบ้าน ตัดหญ้า ลอกบ่อ ท่อน้ำเสีย เข้าไปแบกมะพร้าวในสวน และจับปลา ฯลฯ ในเวลานั้นพวกเราไม่เคยเข้าใจประโยชน์ของงานมือต่างๆเหล่านี้ เราจะมีคำถามอยู่บ่อยๆว่าทำไมไม่จ้างคนมาทำ บางครั้งก็มีคนงานอยู่แล้วด้วยทำไมต้องให้เราไปทำอีก แต่เมื่อเวลาผ่านไปพวกเราเป็นพระสงฆ์บ้างเป็นฆราวาสบ้าง พี่น้องเชื่อไหมทุกสิ่งที่เราเคยสำบากตรากตรำทำมาล้วนให้คุณกับชีวิตเราทั้งสิ้น เวลาไปอยู่ตามวัดต่างๆเป็นต้นวัดที่เหมือนวัดของเรานี้พ่อสามารถทำงานได้หลายอย่างด้วยตนเอง ศิษย์เก่าบ้านเณรหลายคนเป็นช่างไฟฟ้า ช่างตัดผมฝีมือดี บางคนเป็นอาจารย์สอนตนตรีและการเล่นตนตรีของเขาก็ไม่เหมือนใคร เขาสามารถเล่นตนตรีได้โดยไม่ต้องใส่คอร์ดกำกับไว้ในแผ่นโน้ต C Am F มีแค่โน้ตเปล่าๆไม่มีคอร์ดเขาก็สามารถสร้างคอร์ดเองได้ตามใจปรารถนาและไพเราะอีกต่างหาก สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนมาจากการฝึกฝนลงแรงทำงานมือทั้งสิ้นงานมือที่ต้องลงแรงจึงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และจำเป็นสำหรับชีวิต ในสมัยปัจจุบันที่ความสะดวกสบายครองชีวิตอยู่ งานที่ต้องลงแรงงานมือยิ่งมีความสำคัญ มันจะช่วยทำให้มีทักษะชีวิตมากขึ้น ชีวิตแกร่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นความรอบคอบในการดำเนินชีวิตอีกด้วย เพราะเราไม่ทราบว่าต่อไปจะมีอะไรเกิดกับชีวิตเรา การลงแรงทำงานทุกชนิดทำให้คนเรายิ่งมีศักดิ์ศรี ถ้าท่านไม่สอนให้ลูกๆรู้จักลงแรงทำงาน นั่นคือท่านกำลังสอนพวกเขาให้ปล้นผู้อื่น(จากคัมภีร์ทาลมุด) การออกแรงออกกำลังกายจำเป็นสำหรับมนุษย์และสัตว์ จงทำงานที่ต้องใช้แรงอย่างเหมาะสม เพราะมันทำให้ร่างกายแข็งแกร่ง สามารถให้ความสุข และทำให้มีสุขภาพดี อีกทั้งยังเป็นวิธีการที่ดีที่สามารถช่วยเหลือผู้อื่นด้วย

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ความเชื่อสืบเนื่องอัครสาวก

วันอาทิตย์นี้พระศาสนจักรในประเทศไทยสมโภชนักบุญเปโตรและเปาโล ท่านทั้งสองเป็นดั่งเสาหลักทางความเชื่อที่เราต้องยึดถือปฏิบัติ นักบุญเปโตรเป็นหลักมั่นคงแห่งความเชื่อที่เราจะต้องยึดถือ นักบุญเปาโลเป็นผู้ป้องกันความเชื่อที่เราจะต้องเรียนรู้ ในบทยืนยันความเชื่อที่เรายืนยันพร้อมกันทุกวันอาทิตย์ หรือบทข้าพเจ้าเชื่อในพระเจ้า เป็นบทย่อข้อความเชื่อที่เป็นหลักสำคัญของพระศาสนจักรคาทอลิก ซึ่งเราเรียกว่า “บทสัญลักษณ์ของคณะอัครสาวก” เพราะอัครสาวกของพระเยซูคริสตเจ้าเป็นผู้เรียบเรียงไว้ ถ้าเราสังเกตการปฏิบัติของท่านทั้งสองทางความเชื่อ เราจะพบว่าท่านทั้งสองมีความรอบคอบทางการปฏิบัติเป็นอย่างมาก เมื่อนักบุญเปโตรเห็นว่าผู้ที่ไม่ใช่ชาวยิวมีความเชื่อและกลับใจเป็นจำนวนมากท่านอธิฐานภาวนาและปรึกษาหารือกับอัครสาวกท่านอื่นๆ “เปโตรกลับมาที่กรุงเยรูซาเล็ม”(กจ.11:2) และชี้แจ้งปัญหาว่า “ข้าพเจ้ากำลังอธิฐานภาวนา”(กจ.11:5) นักบุญเปาโลก็เช่นเดียวกันเมื่อท่านพบปัญหาเกี่ยวกับความเชื่อท่านไปหารือกับอัครสาวกอื่นๆ เปาโลเดินทางถึงกรุงเยรุซาเล็ม “วันรุ่งขึ้นเปาโลและเราไปพบยากอบ บรรดาผู้อาวุโสทุกคน”(กจ.21:18) สิ่งที่ท่านทั้งสองปฏิบัติเป็นแบบอย่างให้เรามีความรอบคอบในการดำเนินชีวิตตามความเชื่อมากขึ้น เพราะความเชื่อกับการปฏิบัติต้องเป็นสิ่งที่สอดคล้องกัน

วันสมโภชนักบุญเปโตรและเปาโลเป็นโอกาสให้เรากลับมาไตร่ตรอง ความเชื่อและการปฏิบัติตามความเชื่อของเรา เพราะเราเชื่ออย่างไรเราต้องปฏิบัติอย่างนั้น ในทางตรงกันข้ามเราปฏิบัติอย่างไรก็แสดงให้ทุกคนรู้ทันทีว่าเราเชื่ออย่างนั้น หลายๆคนคิดว่าตนเองมีความเชื่อแต่เมื่อพิจารณาการดำเนินชีวิตของเขาแล้ว ปรากฏว่าไม่มีหรือมีก็คงจะเป็นความเชื่อที่ผิวเผินมากทีเดียว อาทิ เราเชื่อในพระเจ้าหนึ่งเดียว เป็นพระผู้สร้าง เป็นบ่อเกิดของสรรพสิ่ง เป็นองค์ความรัก ความเมตตา และความดีบริบูรณ์ พระองค์ทรงความยุติธรรม เป็นผู้ให้รางวัลคนดี และทำให้คนชั่วรับโทษตามผลการกระทำของตน แต่ลองคิดดูว่ามีคริสตชนจำนวนเท่าไรที่เชื่อถือโชคลาง ปฏิบัตินอกจารีตของพระศาสนจักร แล้วก็เอาเรื่องเหล่านี้มาอ้างทำให้เกิดมีปัญหากับพระสงฆ์ที่ทำงานอยู่ตามวัดต่างๆ ต้องแต่งงานวันนี้ถ้าไม่ใช่วันที่ไปหาฤกษ์ยามมาก็ไม่ยอม ต้องตั้งศพกี่วันวันคู่วันคี่ ต้องเอาใบทับทิมมาพรมน้ำก่อนออกจากสุสาน ฯลฯ การปฏิบัติเหล่านี้ถ้าพิจารณาอย่าลึกซึ้งล้วนผิดข้อความเชื่อทั้งสิ้น แต่หลายๆคนก็ปฏิบัติอยู่เป็นประจำ

นักบุญเปโตรยืนยันว่า “พระองค์คือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต”(มธ.16:15) นักบุญเปาโลแสดงความมั่นใจในพระเจ้าในยามที่ท่านต้องทนทุกข์ว่า “มีแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงยืนอยู่เคียงข้างข้าพเจ้าและประทานกำลังแก่ข้าพเจ้าในการประกาศข่าวดี…..ทรงช่วยข้าพเจ้าจากการประทุษร้ายทั้งสิ้น”(2ทธ.4:17-18) ท่านทั้งสองไม่ได้ยืนยันความเชื่อในองค์พระเยซูคริสตเจ้าด้วยวาจาเท่านั้น แต่ท่านทั้งสองยืนยันความเชื่อที่ท่านมีด้วยชีวิตของพวกท่าน นักบุญเปโตรยอมถูกตรึงตายบนไม้กางเขน นักบุญเปาโลยอมถูกตัดศีรษะ เราจึงต้องยืนยันความเชื่อของเราด้วยกิจการในการดำเนินชีวิต เพราะความเชื่อที่ไม่มีกิจการก็เป็นความเชื่อที่ตายไปแล้ว (ยก.2:17)

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 7 ก.ค. 2013 ขอเชิญคณะกรรมสภาภิบาลทุกท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพียง หลังมิสซาเวลา 10.30 น.
  2. การสร้างศาลาอเนกประสงค์ คืบหน้าไปเรื่อยๆ กำแพงจวนจะเสร็จแล้ว กำลังทำหินล้าง ตบแต่งภายใน และจะลงมือสร้างโรงครัวต่อไป ผู้ใดต้องการช่วยบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือที่พ่อก็ได้
  3. วันเสาร์ที่ 6 ก.ค. 2013 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาสวดภาวนาร่วมกัน และร่วมมิสซาเวลา 10.30 น. ก่อนมิสซามีสวดภาวนาร่วมกันและฟังแก้บาป
  4. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่ปรารถนาจะช่วยมิสซา และผู้ที่จะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกันและซ้อมช่วยมิสซา
  5. วันอาทิตย์ที่ 7 ก.ค. 2013 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างบาปเด็กหลังมิสซา ผู้ที่ปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
  6. วันอาทิตย์ที่ 14 ก.ค. 2013 เวชบุคคลคาทอลิกจะมาตรวจสุขภาพเบื้องต้นหลังมิสซาที่หน้าวัด ขอเชิญผู้ที่สนใจรับการตรวจสุขภาพได้

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.