ฉบับที่ 13005 วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2013 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

“คน” ในภาษาไทยมีความหมายที่น่าสนใจ จนมีผู้รู้หลายท่านนำมาเรียบเรียงเป็นคติสอนใจ “คน” ถ้าเป็นคำนามแปลว่ามนุษย์และเป็นลักษณะนามที่ใช้กับมนุษย์ อาทิ ในห้องนี้มีกี่คน ฯลฯ “คน” ที่เป็นคำกิริยาแปลว่ากวน อาทิ กวนน้ำ กวนแป้งให้เข้ากัน มะม่วงกวน ฯลฯ ผู้คงแก่เรียนบางท่านกล่าวว่า “รกคนดีกว่ารกหญ้า” เพราะท่านมีทัศนะคติที่ดีต่อคน มีคนเยอะๆจะได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ แต่พ่อคิดว่ามันจะดีหรือไม่ดีนั้นขึ้นกับสถานการณ์ ถ้าคนดีๆมีน้ำใจมารวมกันอยู่เยอะๆการมีคนเยอะๆก็เป็นสิ่งที่ดีแน่ แต่ถ้ามีคนแย่ๆหรือที่ชาวบ้านเขาเรียกกันว่าคนเฮง….มาอยู่รวมกัน มันก็น่าคิด จะมีอะไรเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นในกรณีหลังนี้ “รกหญ้าดีกว่ารกคน” เพราะปัจจุบันนี้เรามีเครื่องทุ่นแรงมากมายในการตัดหญ้า และใช้เวลาไม่นานหญ้าที่รกๆอยู่ก็พลันราบเป็นหน้ากอง แต่คนรกมันจัดการยากเหลือเกิน

ยังมีคนจำพวกชอบเล่นคำเขาเขียนขึ้นว่า “ถ้าจะคนต้องคนพอดีๆ เพราะคนมากไปมันจะเละ” พวกที่ชอบเล่นคำอย่างนี้ก็คงมีประสบการณ์กับการ “รกคน” และ “คนรก” มาแล้ว คนจีนเขามีประสบการณ์เช่นเดียวกันนี้ แล้วได้ถ่ายทอดเป็นสุภาษิตไว้เตือนใจลูกหลานให้คิดเพลินๆ “อู่จับบ่วงเผ่งอิ้วหาอึ่มหลา อู่เจ๊กไก่ไห่นั้งลีคะโจ่ย” แปลว่า “มีเพื่อนเป็นแสนๆคนยังไม่พอ มีคนแย่ๆหรือศัตรูเพียงคนเดียวก็มากไปแล้ว” คำว่า “คน” จึงเป็นสิ่งที่น่าคิดน่าไตร่ตรองถึงตัวเราเอง ว่าเราเป็นคนอย่างไร เราดำเนินชีวิตสมศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนหรือไม่ ขณะที่พ่อกำลังเขียนบทความนี้อยู่เผอิญเป็นวันเกิดของพ่อพอดี มีหลายๆคนเคยชวนพ่อไปฉลองวันเกิดแต่พ่อไม่เคยไปฉลอง เพราะพ่อมีความคิดส่วนตัวซึ่งอิงจากการฉลองนักบุญว่า พระศาสนจักรฉลองวันตายของบรรดานักบุญ เพราะวันนั้นเป็นวันที่ชีวิตของพวกท่านได้รับการพิสูจน์อย่างครบถ้วนแล้วว่า “ท่านเป็นคนดีเกิดมาแล้วได้ทำคุณงามความดีไว้ให้กับสังคม เป็นแบบอย่างที่งดงามให้ชนรุ่นหลังมีแบบอย่างชีวิต หรือพูดง่ายๆก็คือเกิดมาแล้วไม่รกโลก” พ่อจึงมีหลักคิดประจำใจว่าเราไม่สมควรที่จะฉลองวันเกิด เพราะชีวิตของเรายังไม่ได้รับการพิสูจน์จนถึงปลายทางว่าสมควรจะเกิดมาเป็นคน หรือเกิดมารกโลกหรือเปล่า และพ่อไม่บังอาจเอาชีวิตของพ่อไปเปรียบเทียบกับพระเยซูเจ้า แม่พระ และนักบุญยอห์นบัปติสตา ซึ่งพระศาสนจักรจัดให้ฉลองวันเกิด เพราะชีวิตของผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามท่านนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสมควรฉลองวันเกิดให้ (นี่เป็นเหตุผลส่วนตัวไม่เกี่ยวกับคนอื่น)ที่วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต พ่ออยากให้ “รกคน” อยากให้มีคนเยอะๆ แต่ไม่อยากให้มี “คนรก” ระยะเวลาเกือบ 4 ปีที่ผ่านมามันได้พิสูจน์ให้พ่อเห็นแล้วว่า “ที่นี่มีคนดีมีน้ำใจอยู่มากมาย” หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า “เราเป็นคนประเภทไหน” ไม่ยากหรอกครับขอให้เราเปิดใจให้กว้าง เปิดหูรับฟัง เสียงจากคนอื่นที่อาจจะพูดถึงเราบ้าง ไตร่ตรองถึงตนเองบ่อยๆด้วยความเที่ยงธรรมอย่าเข้าข้างตนเอง แล้วเราจะรู้จักตนเองมากขึ้น อะไรสมควรแก้ไขก็แก้ไขเสีย ทำเช่นนี้ได้เราจะสามารถเป็นคนสมคนเป็นที่น่าเคารพนับถือของคนทั่วไป สิ่งที่ยากที่สุดในเรื่องนี้คือ “การยอมรับตนเองอย่างที่ตนเองเป็น” และยอมแก้ไขในสิ่งที่บกพร่อง ถ้าใครทำได้สำหรับคนนั้นก็ไม่มีอะไรที่เยียวยาแก้ไขไม่ได้ เนื่องจากมันยากนี่เองจิตแพทย์จึงต้องทำงานหนักต่อไป และทำให้อีกหลายๆคนต้องอดทนต่อไปอีก

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ทัศนคติต่อผู้อื่น

นักบุญลูกาท่านได้บันทึกเรื่องราวการเทศน์สอนในศาลาธรรม ที่บ้านเกิดเมืองนอนของพระเยซูคริสตเจ้าไว้อย่างน่าสนใจ “ในวันนี้ ข้อความจากพระคัมภีร์ที่ท่านได้ยินกับหูอยู่นี้เป็นความจริงแล้ว ทุกคนสรรเสริญพระองค์และต่างประหลาดใจในถ้อยคำน่าฟังที่พระองค์ตรัส”(ลก.4:21-22) ปฏิกิริยาของผู้คนที่ได้ยินคำเทศน์สอนของพระองค์ในตอนแรก ต่างชื่นชมในปรีชาญาณคำเทศน์สอนของพระองค์ แต่ไฉนความชื่นชมจึงกลายเป็นความสงสัย อคติ และในที่สุดกลายเป็นความรุนแรง จนนักบุญลูกาบันทึกไว้ว่าพวกเขาพยายามที่จะฆ่าพระองค์ สิ่งที่เกิดกับพระเยซูคริสตเจ้าในศาลาธรรมที่บ้านเกิดเมืองนอนของพระองค์ ทำให้เราต้องหันมาไตร่ตรองทัศนคติที่เรามีต่อผู้อื่น เป็นต้นเมื่อเราเห็นผู้อื่นประสบความสำเร็จ มีอะไรบางสิ่งบางอย่างที่เหนือกว่าเรา เรามองเขาด้วยสายตาอย่างไร ทัศนคติที่เรามีต่อผู้อื่นเป็นตัวชี้วัดความรักของเราต่อผู้อื่น และวุฒิภาวะความเป็นผู้ใหญ่ของเรา นักบุญเปาโลจึงให้คำนิยามเรื่องความรักแท้ไว้ว่า “ความรัก…..ไม่อิจฉา…….ไม่ยินดีในความชั่ว แต่ร่วมยินดีในความถูกต้อง”(1คร.13:4-6) นักบุญเปาโลสอนอย่างนี้แสดงว่า เมื่อคนๆหนึ่งเห็นผู้อื่นมีความสามารถแล้วชื่นชม พยายามสนับสนุน พยายามช่วยเขาให้คนค้นพบความสามารถนั้น และใช้ให้เกิดประโยชน์แสดงว่าบุคคลนั้นถึงพร้อมแล้วในความเป็นผู้ใหญ่ และมีความรักแท้ต่อผู้อื่น

“ไม่มีประกาศกคนใดได้รับการต้อนรับอย่างดีในบ้านเมืองของตน”(ลก.4:24) ทำไมเราจึงคิดว่าคนใกล้ตัวเรา คนบ้านเดียวกับเราจึงเก่งกว่าเรา เหนือกว่าเรา ดีกว่าเราไม่ได้ เพราะอะไรหรือ ก็เพราะความอิจฉาริษยาที่มันแอบซ่อนกลบดานในใจของเรามานานแล้ว ตั้งแต่เรายอมให้มันแทรกซึมเข้ามาในความรู้สึกนึกคิดของเรา โดยทัศนคติที่คิดถึงแต่ตนเองเป็นสำคัญไม่ยอมรับผู้อื่น ความอิจฉาริษยาจึงเป็นตัวการเจ้าใหญ่ที่บดบังความดีงามของผู้อื่น มองผู้อื่นในแง่ร้าย สงสัยหวาดระแวง สร้างอคติขึ้นในจิตใจ “เขากล่าวกันว่า นี่เป็นลูกของโยเซฟมิใช่หรือ”(ลก.4:22) ความอิจฉาริษยาอคติใจทำให้เกิดการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น เป็นเหตุให้ความคลางแคลงใจเริ่มก่อตัว ลูกของโยเซฟช่างไม้จนๆในหมู่บ้านของเราจะเก่งกว่าเราได้อย่างไร มีสิทธิ์มาสอนเราด้วยหรือ อคติที่แฝงเร้นในใจเช่นนี้ทำให้ผู้คนที่บ้านเกิดเมืองนอนของพระเยซูคริสตเจ้า เสียโอกาสที่จะได้รับพระพรแห่งการเสด็จกับไปเยี่ยมบ้านเกิดเมืองนอนของพระองค์

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ สภาพระสังฆราชขอให้พี่น้องช่วยบริจาค เพื่อช่วยเหลืองานคณะธรรมทูตแห่งประเทศไทย พี่น้องสามารถบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. ศาลาอเนกประสงค์ก็คืบหน้าไปได้พอสมควรแล้ว และวัดเราได้ใช้บ้างแล้วในวันฉลองวัด ผู้ที่มีความปรารถนาจะช่วยเหลือในการสร้าง ทำได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือนำมามอบให้คุณพ่อเจ้าวัด
  3. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์นี้ หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกๆท่านเข้าประชุมกันโดยพร้อมเพียง
  4. วันอาทิตย์ที่ 10 ก.พ. 2013 เป็นวันตรุษจีน ขอเชิญพี่น้องมาร่วมขอพรพระเจ้าในวันปีใหม่ของชาวจีน มิสซาเวลา 8.30 น. หลังมิสซามีแจกส้มตามธรรมเนียมของชาวจีน
  5. วันพุธที่ 13 ก.พ. 2013 เป็นวันพุธรับเถ้า เริ่มเทศกาลมหาพรต ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณเสกและโปรยเถ้า เวลา 19.00 น. ในวันพุธรับเถ้าคริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องทำพลีกรรมหรืออดเนื้อ และผู้ที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์จนถึง 59 ปีบริบูรณ์ต้องจำศีลอดอาหาร หมายถึงทานอิ่มเพียงมื้อเดียว อีกสองมื้อทานพออยู่ได้
  6. วันอาทิตย์นี้มีโปรดศีลล้างบาปเด็กที่ส่งข้อมูลล่วงหน้าไว้แล้ว

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 03-02-2013

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.