ฉบับที่ 911 วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2554 สัปดาห์ที่ 14 เทศกาลธรรมดา

July 2nd, 2011

บอกเล่าให้ฟัง

“รู้จริงหรือเปล่า” เป็นคำถามที่สำคัญที่เราควรจะถามก่อนที่เราจะพูดหรือทำอะไรลงไป เหตุก็เพราะว่าเมื่อพูดหรือทำอะไรลงไปแล้วก็เป็นการยากที่จะย้อนกลับมาแก้ไข ที่เขาเรียกกันว่า “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” สิ่งที่เราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือเรื่องอะไรที่สำคัญๆ ที่จะส่งผลกระทบในวงกว้าง หลายๆคนคิดว่าทุกสิ่งที่เราทำเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น แต่พ่อคิดว่าความคิดเช่นนี้ไม่ชอบด้วยเหตุผล เพราะการกระทำแม้เล็กน้อยที่สุดส่งผลถึงผู้อื่นเสมอไม่มากก็น้อย อาทิ การพูดคำหยาบการแสดงอารมณ์รุนแรงกับลูกและกับสมาชิกในครอบครัว ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องภายในครอบครัวของเรา แต่เราลองสังเกตพฤติกรรมของคนในสังคมปัจจุบัน ว่าทำไมถึงหยาบคายใจร้อนถึงปานนี้เวลาขับรถ รถติดหรือมีอะไรไม่ถูกใจหน่อยก็แสดงอารมณ์เกรี้ยวกราด บางคนก็ชักปืนขึ้นมาขู่ บางคนถึงขนาดจงใจขับรถพุ่งชนผู้อื่น ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนมีรากฐานและเริ่มต้นที่ครอบครัวแทบทั้งสิ้น

อ่านต่อ »

ฉบับที่ 910 วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2554 สมโภชพระวรกายและพระโลหิตพระคริสตเจ้า

June 24th, 2011

บอกเล่าให้ฟัง

เวลานี้เรื่องที่เป็น Talk of the town ของพระศาสนจักรในประเทศไทย คงไม่พ้นเรื่อง “วิถีชุมชนวัด(BEC)” และ “ชุมชนคริสตชนย่อย(SCC)” บอกได้เลยว่าถ้าอยู่ในวงการพระศาสนจักรแล้วไม่อ่านเรื่องนี้ท่านจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง ผู้รับผิดชอบเองก็พยายามจัดการอบรมให้ความรู้เรื่องนี้และสร้างผู้นำอย่างต่อเนื่อง ในเขต 2 ก็มีการประชุมจัดอบรมและจัดเข้าเงียบอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน เรื่องวิถีชุมชนวัดที่เป็นตัวอย่างเด่นชัดเริ่มที่เมืองลากอส สัตบุรุษมาวัดแล้วก็กลับบ้าน ไม่สนใจกันและกัน ไม่รู้จักเพื่อนบ้าน จนกระทั่งมีคนสังเกตเห็นถึงปัญหานี้ และเริ่มออกเยี่ยมบ้านของบรรดาคริสตชน จนมีคนอุทานว่า “สงสัยกำลังจะสิ้นพิภพแล้ว” เพราะมีเพื่อนคริสตชนมาเยี่ยมเขา และเริ่มมีการประชุมกันในชุมชนบ่อยๆเพราะทุกคนเห็นพร้องต้องกันว่า “การเป็นคริสตชนที่มาวัดวันอาทิตย์เท่านั้นไม่เพียงพอ” คริสตชนต้องมีส่วนร่วมในพระศาสนจักรและช่วยกันทำให้พระศาสนจักรมีชีวิตชีวา โดยอาศัยความเป็นหนึ่งเดียวกัน ช่วยเหลือกัน และรวมกันเป็นกลุ่มย่อยๆ การรวมกลุ่มของคริสตชนจะถือว่าเป็นชุมชนคริสตชนย่อย จะต้องมีเครื่องหมายสี่ประการนี้เด่นชัดนั่นก็คือ

อ่านต่อ »

ฉบับที่ 909 วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน 2554 สมโภชพระตรีเอกภาพ

June 18th, 2011

บอกเล่าให้ฟัง

วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ ……วันหนึ่งมียี่สิบสี่ชั่วโมง สัปดาห์หนึ่งมีเจ็ดวัน เดือนหนึ่งมีสามสิบวันหรือสามสิบเอ็ดวัน ปีหนึ่งมีสามร้อยหกสิบห้าหรือหกสิบหกวัน นักปรัชญาหลายๆค่ายคิดว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งสมมุติที่มนุษย์กำหนดขึ้นมาเองทั้งสิ้น ถึงแม้จะเป็นเพียงสิ่งที่มนุษย์สมมุติกำหนดขึ้นมาเอง แต่มันก็มีประโยชน์อยู่ไม่น้อยเหมือนกันในการคำนวณนับการดำเนินชีวิตที่เลยผ่าน เราผ่านเทศกาลปัสกาไปอีกหนึ่งรอบปีมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในชีวิตบ้างไหม ลูกหลานของเราอีกกี่คนยังไม่ได้มาทำปัสกา ถ้าลูกหลานของเราต้องการมารับศีลอภัยบาปและรับศีลมหาสนิทด้วยความศรัทธา ไม่ต้องรอให้ถึงกำหนดปัสกาปีหน้านะครับมาได้ตลอดเวลาทั้งวันธรรมดาและวันอาทิตย์ มันก็เป็นอย่างที่พ่อเขียนไว้ข้างต้นนั่นแหละ “ช่วงเวลาต่างๆมนุษย์สมมุติและกำหนดขึ้นมาเอง” เราจะรักพระเจ้า จะสำนึกผิดกลับใจ เราจะรักเพื่อนมนุษย์ รักพ่อแม่พี่น้อง ทำดีต่อกัน คงไม่ต้องรอช่วงเวลาที่กำหนดหรอกครับ เพียงแต่ดูกาลเทศะความเหมาะสมนิดหน่อยให้ดูดีก็พอแล้ว แต่ที่สำคัญกว่าก็คืออย่าผัดวันประกันพรุ่งไม่เช่นนั้นเราอาจจะไม่มีโอกาสได้ทำ

อ่านต่อ »

ฉบับที่ 908 วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน 2554 สมโภชพระจิตเจ้า

June 12th, 2011

บอกเล่าให้ฟัง

ศีลล้างบาปเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ที่ลบบาปและโทษบาปของเราทั้งหมด ทำให้เราเป็นคริสตังเป็นดั่งอวัยวะของพระเยซูคริสตเจ้าในพระกายทิพย์ เป็นสมาชิกของพระศาสนจักร และทำให้เราสามารถรับศีลศักดิ์สิทธ์อื่นๆได้ เนื่องจากในที่นี้พ่อไม่ต้องการเน้นเรื่องความหมายของศีลล้างบาป แต่มีความปรารถนาที่จะอธิบายความสำคัญของใบรับรองศีลล้างบาป การขอใบรับรองศีลล้างบาป และการใช้ใบรับรองศีลล้างบาป พ่อจึงเน้นเรื่องทำให้เราสามารถรับศีลศักดิ์สิทธิ์อื่นๆได้ ดังนั้นการรับศักดิ์สิทธิ์ครั้งแรกจึงต้องมีใบรับรองศีลล้างบาปมายืนยันว่าคนๆนั้นรับศีลล้างบาปแล้วจริง นอกนั้นยังมีศีลศักดิ์สิทธิ์บางประการรับได้เพียงครั้งเดียวเป็นตราประทับตลอดนิรันดร อาทิ ศีลล้างบาป ศีลกำลัง ศีลบรรพชา อีกทั้งยังมีศีลสมรสซึ่งเรียกร้องพันธะที่มีต่อกันจนกว่าชีวิตจะหาไม่ นั่นหมายความว่าพันธะแห่งศีลสมรสจะสิ้นสุดต่อเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต ตราบเท่าที่ทั้งสองยังมีชีวิตอยู่จะทำการสมรสอีกไม่ได้ ยกเว้นในกรณีที่มีปัญหาและศาลของพระศาสนจักรสามารถพิสูจน์ว่าการสมรสนั้นเป็นโมฆะ

อ่านต่อ »

ฉบับที่ 907 วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน 2554 พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์

June 4th, 2011

บอกเล่าให้ฟัง

“ความกตัญญู” เป็นคุณธรรมที่คนจีนถือว่าเป็นพื้นฐานของคุณธรรมทั้งหลาย ถ้าใครไม่มีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณก็แสดงว่าคนนั้นไม่มีคุณธรรมเลยนั่นเอง ถึงแม้ดูภายนอกอาจจะดูเหมือนว่ามีคุณธรรมอื่นๆ แต่ทุกสิ่งที่กระทำไปนั้นถือว่าเป็นคุณธรรมจอมปลอม สำหรับคนไทยคุณธรรมประการนี้มีความสำคัญมากเหมือนกัน เราคงเคยได้ยินพ่อแม่สอนว่า “คนไม่รู้คุณผู้อื่นทำอะไรก็ไม่เจริญ” ถ้าเราลองนั่งรำพึงถึงชีวิตมนุษย์เราจะพบว่ามนุษย์ไม่เหมือนสัตว์โลกอื่นๆ เวลาที่มันเกิดมาสัตว์บางประเภทสามารถอยู่ได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพ่อแม่ บางประเภทก็ใช้เวลาระยะสั้นๆที่พ่อแม่ต้องคอยปกป้องดูแลเท่านั้น แต่มนุษย์นั้นกว่าพ่อแม่จะเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ต้องใช้เวลายาวนาน คอยประคบประหงม เอาใจใส่ดูแล และใช้ความพยายามอดทนสูงมากๆ และแถมยังมีบางคนเป็นคนเลี้ยงไม่รู้จักโตอีกด้วย ส่วนพ่อแม่แม้ลูกจะเติบใหญ่แค่ไหนก็ยังรักและห่วงใยลูกไปจนวันตาย

อ่านต่อ »

ฉบับที่ 906 วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม 2554 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

May 27th, 2011

บอกเล่าให้ฟัง

เวลานี้นายกรัฐมนตรีได้ประกาศยุบสภาไปแล้ว พรรคการเมืองต่างๆได้ไปจับสลากเลือกเบอร์ไปแล้วเช่นกัน พวกเราคงทราบแล้วว่าพรรคไหนได้เบอร์อะไร ต่อจากนี้ไปก็เป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะต้องออกไปใช้สิทธิ์ของตนในการเลือกตั้ง ในปัจจุบันนี้มีกระแสทางการเมืองแปลกๆเกิดขึ้นซึ่งพี่น้องคงเคยได้ยินมาบ้างแล้วคือ No vote และ Vote no เราคริสตชนคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ No vote ถ้าเราคิดตามพระบัญญัติของพระเป็นเจ้าและคำสอนของพระศาสนจักร การไม่ไปเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ เพราะในพระบัญญัติประการที่สี่สอนเราว่า “เราต้องทำหน้าที่เป็นพลเมืองที่ดีปฏิบัติตามกฎหมายของบ้านเมือง” การไม่ไปเลือกตั้งและการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจึงเป็นการทำผิดพระบัญญัติของพระเป็นเจ้า ส่วน Vote no ถ้าจะคิดกันตามหลักเหตุผลเราสามารถทำได้แต่ต้องไม่ทำตามกระแส นั้นหมายความว่าถ้าเราหาคนดีไม่ได้จริงๆในเมื่อกฎหมายให้สิทธิ์ที่จะเลือกว่า “ไม่เลือกใครหรือ Vote no”

อ่านต่อ »