ฉบับที่ 907 วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน 2554 พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์

บอกเล่าให้ฟัง

“ความกตัญญู” เป็นคุณธรรมที่คนจีนถือว่าเป็นพื้นฐานของคุณธรรมทั้งหลาย ถ้าใครไม่มีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณก็แสดงว่าคนนั้นไม่มีคุณธรรมเลยนั่นเอง ถึงแม้ดูภายนอกอาจจะดูเหมือนว่ามีคุณธรรมอื่นๆ แต่ทุกสิ่งที่กระทำไปนั้นถือว่าเป็นคุณธรรมจอมปลอม สำหรับคนไทยคุณธรรมประการนี้มีความสำคัญมากเหมือนกัน เราคงเคยได้ยินพ่อแม่สอนว่า “คนไม่รู้คุณผู้อื่นทำอะไรก็ไม่เจริญ” ถ้าเราลองนั่งรำพึงถึงชีวิตมนุษย์เราจะพบว่ามนุษย์ไม่เหมือนสัตว์โลกอื่นๆ เวลาที่มันเกิดมาสัตว์บางประเภทสามารถอยู่ได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพ่อแม่ บางประเภทก็ใช้เวลาระยะสั้นๆที่พ่อแม่ต้องคอยปกป้องดูแลเท่านั้น แต่มนุษย์นั้นกว่าพ่อแม่จะเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ต้องใช้เวลายาวนาน คอยประคบประหงม เอาใจใส่ดูแล และใช้ความพยายามอดทนสูงมากๆ และแถมยังมีบางคนเป็นคนเลี้ยงไม่รู้จักโตอีกด้วย ส่วนพ่อแม่แม้ลูกจะเติบใหญ่แค่ไหนก็ยังรักและห่วงใยลูกไปจนวันตาย

พ่อแม่เปรียบเหมือนผู้แทนของพระผู้สร้างในการสร้างมนุษย์ใหม่ ซึ่งมีหน้าที่ต้องอบรมเลี้ยงดูลูกๆอย่างดี เพื่อให้ลูกๆของตนเติบโตขึ้นเป็นคนดีมีคุณภาพของสังคม พวกเขาจะได้สามารถสะท้อนให้เห็นภาพลักษณ์ของพระเจ้าที่สมบูรณ์แบบที่สุด การที่พ่อแม่บรรพบุรุษสร้างคุณงามความดีส่งต่อมาถึงลูกหลาน ถือว่าเป็นหน้าที่ของพ่อแม่บรรพบุรุษต้องทำอยู่แล้ว การกระทำเช่นนี้ต้องไม่เรียกร้องการตอบแทน ถ้าเรียกร้องการตอบแทนก็ไม่ใช่ความรักและความดีที่แท้จริง การตอบแทนนั้นจะต้องเกิดจากความสำนึกของลูกหลาน ที่เห็นคุณค่าความดีงามที่พ่อแม่บรรพบุรุษทำไว้ให้ แล้วเกิดความสำนึกที่ดีงามพยายามทดแทนบุญคุณ นี่แหละคือ “คุณธรรมความกตัญญู” ที่เรียกว่าคุณธรรมได้ก็เพราะความสำนึกที่ดีงามนั้นมาจากอิสรภาพ ปราศจากการกดดันหรือการบีบบังคับใดๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อเรียกร้องทางสังคม ทางกฎหมาย และทางศีลธรรม แต่ในความเป็นจริงคุณธรรมประการนี้ได้ถูกระบุเป็นข้อเรียกร้องให้ปฏิบัติไปแล้ว อย่างไรก็ตามคนที่ปฏิบัติเพราะต้องปฏิบัติอย่างเสียมิได้เราไม่ถือว่าคนนั้นมีคุณธรรมความกตัญญู ส่วนคนที่ปฏิบัติจากใจจริงก็เป็นผู้ประเสริฐกอบด้วยคุณธรรม และคุณธรรมนี่แหละที่นำความเจริญมาสู่ผู้ปฏิบัติ

จริงอยู่ความรักและความดีของพ่อแม่บรรพบุรุษต้องไม่เรียกร้องการตอบแทน แต่ควรหรือที่ลูกหลานจะพูดหรือคิดเช่นนี้ ความคิดเช่นนี้น่าจะเป็นความสำนึกหรือความคิดของพ่อแม่บรรพบุรุษของเรามากกว่า “พวกท่านทำความดีและให้ความรักโดยไม่หวังผลตอบแทน” ส่วนเราลูกหลานน่าจะสำนึกถึงคุณงามความดีที่พ่อแม่บรรพบุรุษทำไว้ให้มากๆ “ถ้าไม่มีพวกท่านก็คงไม่พวกเราในวันนี้” และถ้าพวกเราวันนี้ไม่ช่วยกันสร้างวัฒนธรรมที่ดีงาม แบบอย่างชีวิต คุณงามความดีส่งต่อให้ชนรุ่นใหม่ อนาคตจะเป็นอย่างไร ขอให้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมวันนี้กระตุ้นเตือนพวกเราทุกคนให้ลุกขึ้นมาช่วยกันสร้างวัฒนธรรมใหม่ วัฒนธรรมแห่งชีวิต ซึ่งเปี่ยมไปด้วย ความรัก ความเมตตา การให้อภัย และสันติสุข เพื่อลูกหลานของเราจะได้มีอนาคตที่สดใสต่อไป

จากคุณพ่อเจ้าวัด

พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์

ถึงแม้ว่าพระเยซูคริสตเจ้าทรงเสด็จขึ้นสวรรค์ต่อหน้าพยานหลายคน แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่ไม่เชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายสวรรค์และนรก พวกเขาเชื่อว่าชีวิตบนโลกใบนี้เป็นทุกสิ่ง ต้องพยายามใช้ชีวิตนี้อย่างคุ้มค่าในการแสวงหาความสุข เพราะมนุษย์จะถึงเวลาสิ้นสุดสำหรับทุกสิ่งเมื่อตาย สำหรับเราคริสตชนการเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระเยซูคริสตเจ้าเป็นความหวังเป็นกำลังใจสำหรับเราทุกๆคน ในการดำเนินชีวิตฟันฝ่าอุปสรรค์ความทุกข์ยากลำบากต่างๆในชีวิตนี้ ทำให้เราแน่ใจว่าการทำความดีของเราไม่เสียเปล่าแน่นอน เพราะพระเยซูคริสตเจ้าผู้เป็นศีรษะแห่งพระกายทิพย์เสด็จขึ้นสวรรค์ พวกเราซึ่งเป็นส่วนต่างๆของพระกายนั้นก็จะติดตามไปสักวันหนึ่ง “เรากำลังไปเตรียมที่ให้ท่าน และเมื่อเราไป และเตรียมที่ให้ท่านแล้ว เราจะกลับมารับท่านไปอยู่กับเราด้วย เพื่อว่าเราอยู่ที่ใด ท่านทั้งหลายจะอยู่ที่นั่นด้วย”(ยน.14:3)

ความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะมีความเชื่อมโยงส่งผลต่อการดำเนินชีวิตในปัจจุบันนี้ ถ้าใครไม่เชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายสวรรค์และนรก เขาคนนั้นจะกลายเป็นคนที่อันตรายและน่ากลัวสำหรับทุกคนในสังคม เพราะคนประเภทนี้พร้อมที่จะทำอะไรได้ทุกสิ่งเพื่อตอบสนองความต้องการของตน ไม่ว่าสิ่งนั้นจะทำร้ายให้คุณหรือให้โทษกับใคร อันเนื่องมาจากว่าเขาไม่เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ ความดี ความชั่ว กฎทางจริยธรรม และศีลธรรมจึงไม่มีความหมายสำหรับเขา เขาคิดว่าเรื่องศาสนา เรื่องจริยธรรมและศีลธรรมเป็นเพียงกุศโลบายของสังคม เพื่อขู่ให้มนุษย์กลัวไม่กล้าทำความชั่วมุ่งทำแต่ความดี และเขาเป็นผู้หนึ่งที่หยั่งรู้ถึงกุศโลบายนี้เพราะมนุษย์ทุกคนจะถึงจุดหมายปลายทางเหมือนกันหมด คือตายแล้วจบสำหรับทุกสิ่ง ไม่มีรางวัลสำหรับคนดี ไม่มีโทษสำหรับคนชั่ว แล้วมนุษย์จะทำความดีไปเพื่ออะไร สู้อยู่ในโลกแสวงหาความสุขให้เติมอิ่มในการบำรุงบำเรอตนเองจะไม่ดีกว่าหรือ ในสังคมวันนี้อาจจะมีคนที่มีความคิดเช่นนี้ไม่มากนัก แต่ก็มีหลายๆคนที่มีความคิดโน้มเอียงไปในทางนี้เพราะเขาไม่เห็นความสำคัญเกี่ยวกับศาสนา จริยธรรมและศีลธรรม

การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระเยซูคริสตเจ้า เป็นการตอกย้ำความเชื่อและเติมเต็มความหวังของเราในเรื่องสวรรค์ความสุขนิรันดร ด้วยเหตุนี้พระเยซูคริสตเจ้าจึงเสด็จขึ้นสวรรค์ต่อหน้าพยานหลายคน เพื่อให้ทุกคนเป็นพยานยืนยันถึงความเชื่อประการนี้ อีกทั้งยังสั่งให้บรรดาสาวกออกไปเทศน์สอนอีกด้วย “ท่านทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา ทำพิธีล้างบาปให้เขาเดชะพระนาม พระบิดา พระบุตร และพระจิต”(มธ.28:19) พระวรสารตอนนี้ไม่ได้กล่าวถึงเงื่อนไขของการมีความเชื่อและรับศีลล้างบาป แต่ในพระวรสารนักบุญมาร์โกกล่าวถึงอย่างชัดเจน “ผู้ที่เชื่อและรับศีลล้างบาปก็จะรอดพ้น ผู้ที่ไม่เชื่อจะถูกปรับตัดสินลงโทษ”(มก.16:16) เงื่อนไขที่นักบุญมาร์โกกล่าวถึงเป็นการยืนยันความจริงเรื่องชีวิตหลังความตาย และชีวิตหลังความตายจะสุขหรือทุกข์สืบเนื่องมาจากผลของการกระทำในชีวิตนี้ ขอให้การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระเยซูคริสตเจ้าทำให้เรามั่นคงในความเชื่อ เต็มเปี่ยมด้วยความหวัง มีกำลังใจดำเนินชีวิตติดตามองค์พระเยซูคริสตเจ้าจนถึงที่สุด เพื่อเราจะได้มีความสุขนิรันดรร่วมกับพระองค์

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์ที่ 12 มิ.ย. 2011 มีพิธีบวชพระสงฆ์ ที่บ้านเณรเล็กยอแซฟ สามพราน มิสซาเวลา 10.00 น. ชื่อและรูปของผู้ที่จะได้รับการบวชดูได้ที่หน้าวัด ผู้ใดรู้ว่าผู้ที่จะรับการบวชเป็นพระสงฆ์เหล่านี้มีความไม่เหมาะสมใดๆในการบวชเป็นพระสงฆ์ ต้องแจ้งให้พระสังฆราชหรือคุณพ่อเจ้าวัดทราบ
  2. หนังสือภาวนาในครอบครัวที่แจกไปตอนต้นปี พี่น้องสวดภาวนาแล้วอย่าลืมบันทึกลงในเล่มใดเล่มหนึ่งจนถึงสิ้นปี และให้พี่น้องนำเล่มที่บันทึกนั้นมาส่งคืนเดือนมกราคม
  3. เดือนมิถุนายนเป็นเดือนพระหฤทัยของพระเยซูคริสตเจ้า ขอให้พี่น้องได้แสดงความศรัทธาต่อดวงพระหฤทัยของพระเยซูคริสตเจ้าเป็นพิเศษ โดยสวดภาวนาในครอบครัว ทำกิจใช้โทษบาป กิจศรัทธาที่ทำนี้สามารถนำมาร่วมกิจกรรมกับสภาภิบาล โดยเขียนในรูปหัวใจ และสามารถบันทึกลงในหนังสือภาวนาครอบครัวได้
  4. วันพุธที่ 8 – วันพฤหัสฯที่ 9 มิ.ย. 2011 เป็นวันเข้าเงียบประจำเดือนของพระสงฆ์กรุงเทพฯ ของดมิสซาและขอคำภาวนาในวันดังกล่าวนี้ด้วย

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.