บอกเล่าให้ฟัง
วันเวลาผ่านไปอีกหนึ่งปีคิดแล้วก็น่าใจหาย เราผ่านชีวิตวิกฤตการณ์ต่างๆมากมาย เราใช้เวลาซึ่งเป็นของประทานล้ำค่าของพระเจ้าอย่างมีคุณค่ามากน้อยแค่ไหน วันอาทิตย์ที่ 30 พ.ย. 2014 ที่ผ่านมาเป็นวันขึ้นปีพิธีกรรมใหม่ของพระศาสนจักร เราเข้าเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า ปีพิธีกรรมของพระศาสนจักรในวันอาทิตย์จำแนกเป็น 3 ปี ปี A ปี B และ ปี C ในวันธรรมดาจำแนกเป็นปีคู่และปีคี่ คริสตชนคนใดก็ตามที่มาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณในวันอาทิตย์อย่างสม่ำเสมอ ภายใน 3 ปีจะได้รับฟังพระวาจาของพระเจ้าตอนสำคัญๆในพระคัมภีร์เกือบทั้งหมด ถ้าเป็นวันจันทร์ถึงวันเสาร์จะใช้เวลา 2 ปี พระศาสนจักรปฏิบัติเช่นนี้เพราะพระวาจาของพระเจ้าเป็นอาหารเลี้ยงจิตวิญญาณ และเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตสำหรับเราคริสตชน
พี่น้องเราเข้าเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าแล้ว นั่นหมายความว่าเรากำลังจะฉลองคริสตมาสและฉลองวัดของเราในวันปีใหม่ ในปีนี้เราประสบกับเหตุการณ์ปัญหาต่างๆมากมาย อาทิ วิกฤตการณ์ทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ที่ยังไม่คงเส้นคงวา นี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้นและเราต้องอยู่กับมันให้ได้ แต่อย่างไรก็ตามการฉลองคริสตมาสและการฉลองวัดของเรา คงต้องจัดกันตามบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองที่เป็นจริง นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการดำเนินชีวิตอยู่กับปัจจุบัน และไม่คาดหวังอะไรจนเลยเถิด พ่อเชื่อว่าพี่น้องทุกท่านคงจะเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดี ขอให้พี่น้องทุกๆท่านร่วมใจกันสวดภาวนาขอให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสิ่งที่เรากำลังจะทำคือการฉลองคริสตมาสและการฉลองวัด ดำเนินไปอย่างราบรื่นตามพระประสงค์ของพระเจ้า
จากพ่อคนเดิม
พระคริสตเจ้าองค์ความหวังของเรา
เทศกาลเตรียมรับเสด็จเสียงพระคริสตเจ้าเป็นเทศกาลแห่งการรอคอย เรากำลังรอคอยการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสตเจ้าอีกครั้งหนึ่ง เรากำลังรอคอยการมาถึงของพระอาณาจักรของพระเจ้า การรอคอยนี้จะเป็นการรอคอยด้วยความหวัง หรือการรอคอยด้วยใจระทึกอกสั่นขวัญแขวน ขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวเตรียมจิตใจของเรา ความรู้สึกของประชากรของพระเจ้าในถิ่นเนรเทศที่นครบาบิโลน ซึ่งเต็มไปด้วยความสิ้นหวังความทุกข์ระทม จนทำให้พระจ้าต้องสั่งให้ประกาศกอิสยาห์ไปปลอบโยน “จงปลอบประชากรของเรา……..วันเวลาที่เมืองนั้นต้องเป็นทาสรับใช้นั้นจบสิ้นแล้ว บาปของเมืองนั้นได้รับการใช้โทษแล้ว”(อสย.40:1-2) สะท้อนให้เห็นสภาพชีวิตของมนุษย์หลังจากตกในบาป เป็นสภาพของการเป็นทาสไร้อิสรภาพชีวิตเต็มไปด้วยความมืด
เสียงร้องจากถิ่นทุรกันดารตามคำทำนายของประกาศกอิสยาห์ “จงเตรียมมรรคาแห่งพระเจ้า ในถิ่นทุรกันดาร จงทำทางหลวงสำหรับพระเจ้าของเราให้ตรงไปในทะเลทราย หุบเขาทุกแห่งจะถูกยกขึ้น ภูเขาและเนินทุกแห่งจะถูกปรับให้ต่ำลง ที่ลุ่มๆ ดอนๆ จะกลับราบเสมอกัน ที่สูงๆต่ำๆจะเป็นที่ราบเรียบ”(อสย.40:3-4) ทำให้เราทราบว่าเราต้องเตรียมต้อนรับองค์พระเยซูคริสตเจ้าที่จะเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่งอย่างไร เพราะภาพพจน์ของถนนหนทางที่ขรุขระเต็มไปด้วยอันตราย ก็คือสภาพชีวิตของมนุษย์ที่ตกในบาปนั่นเอง ด้วยเหตุนี้การเตรียมต้อนรับการเสด็จกลับมาขององค์พระเยซูคริสตเจ้าอีกครั้งหนึ่ง จึงเป็นการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราให้ตรงกับพระประสงค์ของพระเจ้า ดำเนินชีวิตบนหนทางของพระองค์ หรือตามจิตตารมณ์แห่งพระอาณาจักรของพระเจ้า ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่ง ความศักดิ์สิทธิ์ ความรัก ความยุติธรรม สันติสุข และความชื่นชมยินดี
ยอห์นบัปติสตาร้องตะโกนในถิ่นทุรกันดารว่า “จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงทำทางของพระองค์ให้ตรงเถิด”(มก.1:3) ทำให้คำทำนายของประกาศกอิสยาห์ในพระธรรมเดิมเป็นจริง พระวรสารนักบุญมาระโกได้หยิบยกเอาคำทำนายในพันธสัญญาเดิมมาใช้ และยืนยันว่าคำทำนายนั้นเป็นจริง นั่นหมายความว่าพระเยซูคริสตเจ้ามิได้เป็นบุรุษลึกลับแต่เป็นผู้ที่ถูกทำนายไว้แล้วในพระธรรมเดิม พระองค์เป็นพระผู้ไถ่ที่ประชากรของพระเจ้ากำลังรอคอย การเสด็จมาของพระผู้ไถ่เป็นเรื่องที่สำคัญ จึงต้องมีการเตรียมหนทางรับการเสด็จมาของพระองค์ ยอห์นบัปติสตาผู้นำหน้าการรับเสด็จได้ประกาศว่า การเตรียมหนทางรับเสด็จคือ “การกลับใจใช้โทษบาป” ท่านใช้ถ้อยคำที่จริงจัง “จงเตรียมทาง” และเครื่องหมายที่ชัดเจน “พิธีล้างอันแสดงถึงการกลับใจเพื่อจะได้การอภัยบาป”(มก.1:4) แสดงว่าเงื่อนไขสำคัญของการเตรียมรับเสด็จองค์พระผู้ไถ่ก็คือ การเปลี่ยนแปลงความประพฤติที่เลวทรามมืดมนของเราซึ่งเป็นดั่งหนทางที่ขรุขระทั้งหมด กลับมาสู่หนทางของพระเจ้าซึ่งราบเรียบดีงาม เป็นหนทางแห่งพระอาณาจักรของพระเจ้า จงกลับใจ จงเปลี่ยนวิถีชีวิตเถอะ ใครก็ตามที่ฟังคำตักเตือนของท่านยอห์นบัปติสตา และปฏิบัติตาม เขาจะได้เห็นหนทางไปสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า และพระเยซูคริสตเจ้าจะเป็นความหวัง ความชื่นชมยินดี เพราะการเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่งของพระองค์ จะเป็นการมาถึงของความรอดพ้นซึ่งเป็นความสุขนิรันดรสำหรับเขา
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลเข้าประชุมโดยพร้อมเพรียง หลังมิสซาเวลา 10.30 น.
- ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่ตารางวัน-เวลาหน้าวัด
- ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่กลุ่มเยาวชนหน้าวัด
- ในช่วงวันคริสตมาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด และสภาภิบาล
- ประกาศแต่งงาน ระหว่าง นาย วัชระ ลากุล บุตรของนาย สมพระทัย และ นาง แสงเดือน ลากุล กับ อันนา รัชดาวัลย์ ธงวิชัย บุตรตรีของนาย สวัสดิ์ และนาง สุรีย์ ธงวิชัย ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีขอขัดขวางใดในการแต่งงาน ต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าอาวาสทราบ
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 7-12-2014
Tags: วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สมโภชพระจิตเจ้า, สารวัด