ฉบับที่ 14048 วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2014

บอกเล่าให้ฟัง

พระคัมภีร์เป็นแนวทางเข็มทิศแห่งชีวิตคริสตชน แต่น่าเสียดายเราคริสตชนมักไม่ชอบอ่านพระคัมภีร์ วันหนึ่งพ่อขับรถไปข้างนอกและเปิดเพลงฟังในรถ เป็นเพลงภาษาอังกฤษนั่งฟังเพลินอยู่ก็ได้ยินเพลงตอนหนึ่ง กล่าวถึงพระคัมภีร์ไว้อย่างน่าฟัง “คนบางคนเที่ยวแสวงหาหนังสือนิตยสารราคาแพงมาอ่าน หนังสือและนิตยสารเหล่านี้สามารถให้เราได้แค่สิ่งที่ประเทืองปัญญา แต่ไม่สามารถให้ชีวิต มีหนังสือเล่มหนึ่งที่ให้ทั้งปัญญาและชีวิตเรากลับไม่ชอบอ่าน หนังสือเล่มนั้นคือพระคัมภีร์” พ่อคิดว่าคนที่แต่งเพลงบทนี้คงจะเป็นคนที่มีประสบการณ์ความเชื่อ และได้ลิ้มรสความดีงามแห่งพระวาจาของพระเจ้ามาแล้ว เขาจึงเขียนเนื้อเพลงทำนองนี้เพื่อกระตุ้นเตือนใจเราให้เห็นความสำคัญของการอ่านพระคัมภีร์

มีศาสนาอยู่หลายศาสนาที่มีพระคัมภีร์ในภาคพันธสัญญาเดิมเหมือนกับเราเป็นส่วนใหญ่ และทุกศาสนาก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า “พระคัมภีร์สามารถให้คำตอบแก่ชีวิตมนุษย์” แล้วพวกเขาก็สอนให้ผู้คนที่นับถือศาสนานั้นๆให้ยึดพระคัมภีร์เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ยามที่มีปัญหาอะไรให้ย้อนกลับไปหาพระคัมภีร์ เพราะที่นี่จะมีคำตอบทางออกทางเลือกให้เสมอ ผู้ที่นับถือศาสนาเหล่านั้นเขาจึงยึดพระคัมภีร์เป็นสรณะ และสนใจอ่านพระคัมภีร์กันอย่างจริงจัง แต่น่าเสียดายเราคาทอลิกไม่ชอบอ่านพระคัมภีร์ นอกนั้นยังคิดไปเองว่าพระคัมภีร์เป็นหนังสือศักดิ์สิทธิ์ ที่พระสงฆ์และนักบวชเท่านั้นอ่านได้ ฆราวาสอ่านไม่ได้เพราะ มันยากอ่านไม่รู้เรื่อง เราตีความหมายพระคัมภีร์ไม่เป็น เพราะฉะนั้นต้องให้พระสงฆ์และนักบวชเขาอ่านก่อนและมาอธิบายให้เราฟัง ในสมัยพ่อแม่ปู่ยาตายายของเรา เวลาพระสงฆ์สอนคำสอนพวกท่านจะเรียกว่า “แปลคำสอน” เวลาพระสงฆ์เทศน์พวกท่านเรียกว่า “แปลพระคัมภีร์”ในสมัยนั้นมันเป็นอย่างที่ว่ามานี้จริงๆเพราะหนังสือคำสอนและพระคัมภีร์เป็นภาษาลาติน แต่เดี๋ยวนี้พระศาสนจักรได้แปลเป็นภาษาท้องถิ่นหมดแล้ว ดังนั้นเราน่าจะเปลี่ยนทัศนคติและเปิดพระคัมภีร์ขึ้นอ่านได้แล้ว บางคนแก้ตัวว่าที่เขาไม่อ่านพระคัมภีร์เพราะเขาไม่ได้เรียนพระคัมภีร์มาเขาจึงตีความหมายพระคัมภีร์ไม่เป็นอ่านไปก็ไม่รู้เรื่อง คำแก้ตัวแบบนี้ใช้ไม่ได้เพราะพระศาสนาจักรไม่ต้องการให้พวกเราเป็นนักตีความพระคัมภีร์กันทุกคน แต่พระศาสนจักรต้องการให้เราทุกคนอ่านพระคัมภีร์ อ่านด้วยความเคารพโดยวอนขอความสว่างจากพระจิตเจ้านำทาง และพยายามเชื่อมโยงกับประสบการณ์ชีวิตของเรา ถ้าจะถามว่าเราไม่มีช่องทางหาความรู้เกี่ยวกับพระคัมภีร์เลยหรือ คำตอบก็คือเรามีช่องทางมากมายที่จะหาความรู้เกี่ยวพระคัมภีร์ อาทิ หนังสือที่สำคัญๆอธิบายเกี่ยวกับพระคัมภีร์ส่วนใหญ่แปลเป็นภาษาไทยแล้ว พระคัมภีร์ฉบับแปลใหม่มีฟุตโน้ต และเป็นต้นเทคโนโลยีใหม่ในปัจจุบันเป็นแหล่งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับพระคัมภีร์ที่สะดวกมากในการค้นหา ที่สำคัญมันอยู่ที่ว่าเราอยากรู้ไหมเล่า ที่พ่อเขียนเล่าเรื่องนี้จุดประสงค์เพื่อเชิญชวนให้พี่น้องอ่านพระคัมภีร์วันละเล็กวันละน้อยจนเป็นนิสัย ในปัจจุบันพระศาสนจักรพยายามรณรงค์ให้เราอ่านพระคัมภีร์อย่างน้อยทุกวันศุกร์ เหมือนกับการทำพลีกรรมในวันศุกร์ หรือถ้าเป็นไปได้อ่านทุกวัน พ่อเชื่อว่าถ้าเราอ่านพระคัมภีร์บ่อยๆเราจะพบแนวทางในการดำเนินชีวิต และจะได้รับอาหารทิพย์เลี้ยงจิตวิญญาณให้เจริญเติบโตขึ้นในความเชื่อศรัทธา.จาก พ่อคนเดิม

จงเตรียมพร้อมไว้เสมอ

เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าเวียนมาบรรจบครบอีกวาระหนึ่ง เป็นเครื่องหมายแห่งกาลเวลาเตือนให้เราทราบว่า วันเวลาผ่านไปแล้วอีกหนึ่งปี เราเริ่มต้นปีพิธีกรรมใหม่ของพระศาสนจักร พระวาจาของพระเจ้าเร่งเร้าให้เราตื่นตัวเฝ้าระวังเตรียมพร้อมตลอดเวลา เพราะพระเยซูคริสตเจ้าจะเสด็จมาในวันเวลาที่เราไม่คาดคิด การเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าจึงไม่ใช่เป็นเพียงช่วงเวลาที่คริสตชนเตรียมฉลองการสมภพของพระเยซูคริสตเจ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการเตรียมรับเสด็จพระองค์ผู้ซึ่งจะเสด็จมาอีกครั้งหนึ่ง ในฐานะพระมหาตุลาการผู้พิพากษาผู้เป็นและผู้ตาย วันเวลาแห่งการเสด็จมาขององค์พระเยซูคริสตเจ้าหมายถึงการเสด็จมาของพระองค์ในวันสิ้นพิภพและวันตายของมนุษย์แต่ละคน พระศาสนจักรจึงจัดวันเวลาในรอบปีพิธีกรรมเป็นเทศกาลต่างๆ เพื่อปลุกเร้าให้เราทุกคนมีความกระตือรือร้นเตรียมพร้อมเสมอในการต้อนรับองค์พระเยซูคริสตเจ้าเมื่อพระองค์จะเสด็จมาอีกครั้งหนึ่ง

“สิ่งที่เราบอกท่าน เราก็บอกทุกคนด้วยว่า จงตื่นเฝ้าเถิด” (มก.13:37) สิ่งที่พระองค์ตรัสไว้โดยผ่านทางเรื่องอุปมามิได้เตือนเจาะจงเฉพาะคนเฝ้าประตู แต่เตือนผู้รับใช้ทุกคน “ให้แต่ละคนมีงานของตนและยังสั่งคนเฝ้าประตูให้คอยตื่นเฝ้าไว้” (มก.13:34) คำอุปมาแสดงนัยสำคัญว่า “มนุษย์แต่ละคนมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน” พระเจ้าทรงประทานพระพรให้มนุษย์แตกต่างกันตามความเหมาะสม ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันตามพระประสงค์ของพระองค์ การเตรียมพร้อมเฝ้าระวังรอคอยการเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่งขององค์พระเยซูคริสตเจ้า จึงหมายถึงการปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วยความซื่อสัตย์ ไม่ประพฤติตนเสเพล ดังที่นักบุญเปาโลได้เตือนชาวโรมอย่างเป็นรูปธรรมว่า “เราจงดำเนินชีวิตอย่างมีเกียรติเหมือนกับเวลากลางวัน มิใช่กินเลี้ยงเสพสุราเมามาย มิใช่ปล่อยตัวเสพกามอย่างผิดศีลธรรม มิใช่วิวาทริษยา แต่จงดำเนินชีวิตโดยสวมพระเยซูคริสตเจ้าเป็นอาภรณ์ อย่าทำตามความต้องการของเนื้อหนัง” (รม.13:13-14)

การเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่งขององค์พระเยซูคริสตเจ้า จะเป็นความหวัง ความชื่นชมยินดี หรือเป็นความทุกข์ระทมอันน่าสะพรึงกลัว ก็ขึ้นอยู่กับการดำเนินชีวิตของมนุษย์บนโลกใบนี้ “ประพฤติอย่างไรสิ้นใจอย่างนั้น จงดูต้นไม้ถ้าเอนทางไหนก็ล้มทางนั้น ประพฤติอบายอย่าหมายสวรรค์ จงกลับใจพลันและทำความดี” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พระเยซูคริสตเจ้าเตือนย้ำเราอยู่หลายครั้ง โดยใช้เรื่องอุปมาหลายเรื่อง อาทิ เรื่องหญิงสาวสิบคนที่ถือตะเกียงคอยเจ้าบ่าว เรื่องเงินตะลันต์ เรื่องผู้รับใช้ที่รับผิดชอบฯลฯ “ผู้รับใช้นั้นเป็นสุข เมื่อนายกลับมาพบเขากำลังทำหน้าที่อย่างดี……ถ้าผู้รับใช้นั้น……ตบตีเพื่อนผู้รับใช้ กินดื่มกับพวกขี้เมา……..นายก็จะ….ให้ไปอยู่กับพวกหน้าซื่อใจคด ที่นั่นจะมีแต่การร่ำไห้คร่ำครวญ และขบฟันด้วยความขุ่นเคือง” (มธ.24:46-51) การย้ำเตือนบ่อยๆแสดงว่าเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะประมาทไม่ได้ในการดำเนินชีวิต เพราะเมื่อวันพิพากษามาถึงเราจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว นั่นหมายความว่าถ้าพลาดเราจะได้รับผลเช่นนั้นตลอดไป ถ้าสำเร็จเกิดผลดีสำหรับชีวิตเราก็จะได้รับผลเช่นนั้นตลอดไป ไม่ว่าสุขหรือทุกข์จะเป็นนิรันดร เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่สำคัญที่เราจะพลาดไม่ได้ ขอให้พระวาจาของพระเจ้าช่วยเราให้ดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบเพราะเราไม่รู้วันเวลา

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์ที่ 7 ธ.ค. 2014 ทางวัดจัดให้เป็นวันพ่อ มีอ่านอาเศียรวาท มอบของที่ระลึกให้ตัวแทนพ่อ และลูกๆติดดอกไม้ให้พ่อ
  2. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 7 ธ.ค. 2014 ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลเข้าประชุมโดยพร้อมเพรียง หลังมิสซาเวลา 10.30 น.
  3. วันอาทิตย์ที่ 7 ธ.ค. 2014 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนหลังมิสซามีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ใดปรารถนา นำเด็กมารับศีลล้างบาปให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลล่วงหน้ารับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
  4. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่ตารางวัน-เวลาหน้าวัด
  5. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญ ในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่กลุ่มเยาวชนหน้าวัด
  6. ในช่วงวันคริสตมาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด และสภาภิบาล
  7. ประกาศแต่งงาน ระหว่าง นาย วัชระ ลากุล บุตรของ นาย สมพระทัย และ นาง แสงเดือน ลากุล
    กับ อันนา รัชดาวัลย์ ธงวิชัย บุตรีของ นาย สวัสดิ์ และนาง สุรีย์ ธงวิชัย
    ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีขอขัดขวางใดในการแต่งงาน ต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าอาวาสทราบ

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 30-11-2014

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.