ฉบับที่ 14050 วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2014

บอกเล่าให้ฟัง

การจัดลำดับคุณค่าต่างๆในชีวิตให้ถูกต้องเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะถ้าเราจัดลำดับผิดมันจะทำให้เราพลาดโอกาส หรือล้มเหลวในเรื่องที่สำคัญและจำเป็นต่อชีวิต นักปรัชญาบางท่านเปรียบเทียบเรื่องนี้ว่า “สายน้ำไหลผ่านไปแล้วไม่ย้อนกลับ” แม้อาจจะมองว่าในธรรมชาติมีน้ำขึ้นน้ำลงแต่น้ำที่ไหลย้อนคืนมาก็ไม่ใช่สายน้ำเดิม หลายสิ่งหลายอย่างที่เราทำไปแล้วอาจมานึกเสียดายภายหลังว่า “ทำไมตอนนั้นเราไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้” ความสำนึกแบบนี้เป็นแค่บทเรียนที่ทำให้เรานำไปปรับปรุงแก้สิ่งที่จะทำในอนาคต แต่สำหรับอดีตเราย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว เรื่องที่พ่อกล่าวถึงนี้ถ้าเป็นเรื่องราวบนโลกอันอนิจจังใบนี้ก็ยังพอทำเนา เพราะเรายังมีทางปรับปรุงใหม่ในอนาคตถ้ามีโอกาสทำอย่างนั้นอีก และเวลายังมีสำหรับเรา แต่ถ้าเป็นเรื่องชีวิตนิรันดรเมื่อเวลาในโลกหมดลง นั้นหมายความว่าเราจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย

พระเยซูคริสตเจ้าสอนเราอยู่เสมอว่า คนทางโลกจะฉลาดในเรื่องทางโลกเพราะนั่นเป็นทางของเขา ส่วนคนทางธรรมต้องฉลาดเรื่องทางธรรม มนุษย์ทุกคนยืนอยู่ระหว่างด้านสองด้าน ความรอบคอบในการดำเนินชีวิตจึงสอนให้เราต้องทำให้เกิดความสมดุลระหว่างด้านทั้งสอง และจัดลำดับคุณค่าก่อนหลังในชีวิตให้ถูกต้อง แน่นอนที่สุดการทำมาหากินการดำรงชีวิตให้อยู่รอดบนโลกชั่วคราวใบนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ถ้าใครหลงใหลในความสุขความมั่งคั่งทางโลกจนลืมเรื่องอื่น คิดว่าชีวิตมนุษย์มีด้านเดียวก็เป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตของเขา หนังสือปัญญาจารย์ได้ให้ความเข้าใจในเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ “มนุษย์เอ๋ย เจ้าทำงานหนักตรากตรำใต้ฟ้านี้จนตลอดชีวิตแล้วเจ้าได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทน” ความคิดเช่นนี้ชี้นำให้เราไตร่ตรองคุณค่าและความหมายต่างๆในชีวิต เพราะทั้งเรื่องทางโลกและทางธรรมในทางปฏิบัติล้วนต้องลงทุนลงแรงทั้งสิ้น แล้วในบั้นปลายเราได้อะไรตอบแทน ตอบแทนจากเรื่องอะไร อนิจจัง อนิจจัง ใดๆในโลกล้วนอนิจจัง มีเวลาเกิดมีเวลาตาย มีเวลาเจริญมีเวลาเสื่อม ทุกสิ่งจะต้องเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา สัจธรรมบ่งชี้ถึงสัจธรรมให้เห็นชัดในตัวมันเอง มันผ่านหูผ่านตาผ่านชีวิตเราไปวันแล้ววันเล่า เวลามันล่วงเลย เนื้อหนังมันเหี่ยวย่น คนล้มหายตายจาก สมบัติต้องทิ้งไว้เบื้องหลังไม่มีใครสามารถเอาไปได้ แต่ทำไมมนุษย์ไม่สามารถเข้าถึงความจริงซึ่งเป็นสัจธรรม “อย่าสะสมทรัพย์สมบัติในโลกเพราะมอดปลวกขมวนมันกัดกินได้ แต่จงสะสมทรัพย์สมบัติในสวรรค์ที่นั่นจะไม่มีอะไรช่วงชิงไปจากท่านได้” น่าสงสารเด็กไทยที่ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจความจริงแห่งสัจธรรม จัดหลักสูตรการเรียนการสอนให้ตอบสนองเฉพาะความสำเร็จฝ่ายโลก เรียนกันเข้าไป เช้าจรดค่ำ ค่ำจรดเช้า เรียนแบบนี้อย่าว่าแต่ทางธรรมเลย ทางโลกจะสำเร็จและได้ใช้บ้างไหมยังไม่รู้เลย เพราะกลัวจะบ้าๆบอๆติงต๊องไปเสียก่อน ที่พ่อต้องเขียนว่าเด็กไทยเพราะไม่มีชาติไหนในโลกเรียนมากเท่านี้แล้ว เราขอบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า “มีเด็กปวดหัวเป็นไมเกรนมากขึ้นเรื่อยๆ” สาเหตุมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ เด็กหลายๆคนมีพฤติกรรมแปลกๆ กลัวคนอื่น ซึมเศร้าไม่สดใสร่าเริงสมวัย ไม่ทราบว่าเกิดจากการแข่งขันที่สูงมากตั้งแต่อนุบาลหรือเปล่า จะว่าไปแล้วปัจจุบันเทคโนโลยีทำให้เราสายตากว้างไกล แต่ทำไมไม่มีใครสนใจเรื่องสำคัญเช่นนี้ก็ไม่รู้นะพ่อก็ได้แต่เขียนไว้ให้อ่านใครมีตาก็อ่านเอาเถิดจะคิดอ่านทำประการใดก็ลองตรองดูจากพ่อคนเดิม

พระเยซูคริสตเจ้าแสงสว่างของชาวเรา

“พระเจ้าทรงส่งชายผู้หนึ่งมา เขาชื่อ ยอห์น เขามาในฐานะพยานเพื่อเป็นพยานถึงแสงสว่าง”(ยน.1:6-7) พระวาจาของพระเจ้าบอกกับเราอย่างชัดเจนถึงหน้าที่ของยอห์นบัปติสตา ท่านมีหน้าที่เตรียมทางรับเสด็จพระผู้ไถ่ และเป็นพยานแนะนำประชากรของพระเจ้าให้รู้จักพระผู้ไถ่ แสดงให้เห็นว่าการเสด็จมาขององค์พระเยซูคริสตเจ้า เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญจึงต้องมีการเตรียมตัวเตรียมจิตใจอย่างดี เหตุการณ์นี้จะทำให้หลายคนล้มลงและจะทำให้หลายคนลุกขึ้น จะทำความจริงความคลุมเครือทั้งหลายปรากฏแจ้ง เมื่อพระคัมภีร์กล่าวถึงพยานและแสงสว่างที่ส่องมาในโลก เราสามารถจินตนาการได้ว่าสภาพของมนุษย์ซึ่งตกในบาปมีสภาพมืดมนเพียงใด มนุษย์ตกอยู่ในสภาพความมืดมนแห่งชีวิตชนิดที่ว่าไม่เห็นเดือนเห็นตะวันเป็นเวลายาวนาน เพราะฉะนั้นการจะได้เห็นแสงสว่างอีกครั้งหนึ่งจึงต้องมีการบอกล่วงหน้า และเตรียมการอย่างดีเพื่อจะได้ไม่พลาดพลั้ง เหมือนคนที่รักษาตาแล้วต้องปิดตานานๆ เวลาจะเปิดตาออกต้องค่อยๆเปิด หรือคนที่อยู่ในที่มืดนานๆเวลาจะออกไปในที่สว่าง ต้องค่อยๆลืมตาและต้องใส่แว่นกันแดด มิฉะนั้นแสงจะทำให้ดวงตาได้รับอันตราย พระเจ้าทรงทราบถึงอันตรายของความเคยชินในการดำเนินชีวิตในความมืดมนแบบเดิมๆเป็นอย่างดี จึงส่งยอห์นบัปติสตามาเพื่อเตรียมตัวเตรียมจิตใจของเรา เตือนเราให้สละละทิ้งชีวิตที่มืดมน เพื่อเราจะได้สามารถเห็นและยอมรับแสงสว่างนั้น

“แสงสว่างแท้จริงซึ่งส่องสว่างแก่มนุษย์ทุกคนกำลังจะมาสู่โลก”(ยน.1:9) เมื่อพระเยซูคริสตเจ้าเป็นแสงสว่างที่ส่องเข้ามาในโลก ในวันที่พระองค์เสด็จมาทุกสิ่งที่คลุมเครือบังซ่อนอยู่ในความมืดจะปรากฏแจ้ง เมื่อบุคคลสำคัญจะมาบ้านของเรา จะมาตรวจดูความเรียบร้อยเราจะทำอย่างไร เราจะต้องจัดบ้านข้าวของและสิ่งที่ท่านต้องการจะตรวจให้เรียบร้อยมิใช่หรือ เพราะนั่นเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเรา ถ้าท่านผู้นั้นมาแล้วพบว่าเราไม่ได้ตระเตรียมที่ทางอย่างดี และมิได้ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ เราจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเรา เพราะในวันนั้นจะเหมือนวันที่บุคคลสำคัญนั้นมาถึง แล้วเปิดประตูห้องมองเข้าไปจะเห็นทันทีว่าห้องนั้นเป็นระเบียบเรียบร้อยหรือไม่อย่างไร และผู้รับใช้ที่อยู่ข้างในกำลังทำอะไรกันอยู่ ด้วยเหตุนี้การเตรียมตัวเตรียมจิตใจในการรับเสด็จพระเยซูคริสตเจ้าจึงสำคัญ เพราะพระองค์จะเสด็จมาอีกครั้งหนึ่งในฐานะพระมหาตุลาการ ท่านยอห์นบัปติสตาจึงมาเตรียมทางล่วงหน้าโดยประกาศ “ให้กลับใจใช้โทษบาป”

“ท่านทั้งหลายจงตื่นเฝ้าเถิด เพราะท่านไม่รู้ว่า เจ้าของบ้านจะมาเมื่อไร อาจจะมาเวลาค่ำ เวลาเที่ยงคืน เวลาไก่ขัน หรือเวลารุ่งเช้า ถ้าเขากลับมาโดยไม่คาดคิด อย่าให้เขาพบท่านกำลังหลับอยู่”(มก.13:35-36) พระดำรัสเตือนของพระเยซูคริสตเจ้า เตือนเราว่าการเตรียมรับเสด็จการกลับมาของพระองค์อีกครั้งหนึ่ง จะต้องเป็นการเตรียมตัวเตรียมจิตใจให้พร้อมที่จะต้อนรับพระองค์ตลอดเวลา ไม่ใช่เตรียมเฉพาะช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง อาทิ เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า ฯลฯ เพราะเทศกาลต่างๆที่พระศาสนจักรจัดแบ่งไว้นั้น เป็นการกระตุ้นเตือนให้เรามีความกระตือรือร้นในการดำเนินชีวิตบนหนทางของพระเจ้า ขอให้พระวาจาของพระเจ้าช่วยเราให้เตรียมตัวเตรียมจิตใจอย่างดีในต้อนรับองค์พระเยซูคริสตเจ้า เพื่อต้อนรับพระองค์ด้วยความชื่นชมยินดีเมื่อวันนั้นมาถึง

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ตรีวารครั้งที่ 2 วันอาทิตย์ที่ 21 ธ.ค. 2014 โดยคุณพ่อ สเตเฟน วีรยุทธ เกียรติสกุลชัย
  2. วันเสาร์ที่ 20 ธ.ค. 2014 ขอเชิญมาช่วยทำความสะอาดบริเวณวัดแและเก้าอี้
  3. นพวารพระคริสตสมภพ วันอังคารที่ 16 – วันอังคารที่ 23 ธ.ค. เวลา 19.00 น. แล้วต่อด้วยมิสซา วันอาทิตย์ที่ 21 ธ.ค. เวลา 8.00 น.
  4. ตารางเวลาฉลองคริสต์มาสวันพุธที่ 24 ธ.ค. 2014 นพวาร 18.30 น. ต่อด้วยกิจกรรมและฟังแก้บาปถึงเวลา 21.00 น. เวลา 21.30 น. ละครศักดิ์สิทธิ์ มิสซาเวลา 22.00 น. วันที่ 25 ธ.ค. 2014 มิสซาเวลา 9.00 น.
  5. วันอาทิตย์ที่ 28 ธ.ค. 2014 ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ มิสซารวมไทยอังกฤษเวลา 9.00 น. หลังมิสซามีกิจกรรมและทานอาหารร่วมกัน
  6. วันพุธที่ 31 ธ.ค. 2014 มิสซาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เวลา 19.00 น.
  7. วันพฤหัสฯที่ 1 ม.ค. 2015 สมโภชพระชนนีของพระเป็นเจ้าฉลองวัด มิสซาเวลา 10.30 น. ต้อนรับพระคาร์ดินัล มีชัย กิจบูญชู เวลา 9.45 น.

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 14-12-2014

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.