ฉบับที่ 14045 วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2014

บอกเล่าให้ฟัง

คุณครูสอนคณิตศาสตร์ท่านหนึ่งเริ่มต้นบทเรียนว่า 1+1 = 4 แล้วท่านถามนักเรียนในห้องเรียนว่า “คิดอย่างไรกับคำตอบข้อนี้ มันถูกหรือผิด” เด็กคนที่ 1 ตอบว่า คำตอบนี้ผิด คนที่ 2 3 4 ก็ตอบเช่นเดียวกัน คุณครูท่านนั้นเริ่มแสดงอาการโกรธและทำท่าจะลงโทษนักเรียน และถามอีกครั้งว่า นักเรียนคิดอย่างไรกับคำตอบนี้ นักเรียนคนที่ 5 ถามคุณครูว่า “ครูต้องการให้ตอบว่าอะไรครับ” คุณครูตอบว่า “ถูก” เด็กนักเรียนคนที่ 5 ตอบคุณครูว่า “ถ้าเช่นนั้นผมก็ตอบ “ถูก” แต่ความจริงแล้วคำตอบนี้มันผิด” เพราะตราบใดที่คนทั้งโลกยังมีข้อตกลงทางทฤษฎีคณิตศาสตร์ว่า 1+1 = 2 ไม่ว่าเราจะไปถามใครที่ไหนว่า 1+1 เท่ากับเท่าไร เราจะได้คำตอบว่า 2 และถ้าเราคิดว่า 1+1 = 4 หรือ 5 หรือ 6 เราอย่าไปโกรธคนอื่นเขาเพราะคำตอบของเขาเป็นคำตอบที่คนทั่วไปยอมรับว่าถูก แต่ในอนาคตพ่อก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร

ตัวอย่างที่พ่อยกขึ้นมานี้ต้องการจะบอกว่า หลายๆครั้งที่สัตบุรุษมีปัญหากับพระสงฆ์ หรือมีปัญหากันเอง เพราะเรามีคำถามและมีคำตอบของเราในใจที่ยึดมั่นถือมั่นอยู่แล้ว และเราก็ไปถามคนอื่นเพื่อให้เขายืนยันว่าคำตอบของเราถูก แต่คนที่เราไปถามเขาไม่ยอมยืนยันคำตอบของเรา เพราะเขายึดมั่นในความถูกต้อง คำตอบของเขาจึงไม่ตรงกับใจเรา เราจึงโกรธชาวบ้านเขาไปทั่ว อาทิ หลายคนมาหาพระสงฆ์ และบอกว่าคุณพ่อฉันจะให้พ่อทำอย่างนี้……….คุณพ่อก็ตอบว่าไม่ได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ผิดทำไม่ได้จริงๆ เราจะมากี่ครั้งคำตอบก็เหมือนเดิม เพราะมันผิด แต่เราต้องการให้คุณพ่อยืนยันคำตอบว่าถูก เมื่อไม่ไดอย่างใจเราก็โกรธหาว่าผู้อื่นฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง คนแบบนี้ก็มีให้เห็นอยู่เนืองๆหรืออีกประเภทหนึ่งก็เป็นประเภทที่พยายามเอาเสียงข้างมาก มาบีบคั้นให้คำตอบที่ผิดกลายเป็นถูก แต่เสียงข้างมากใช่ว่าจะเป็นคำตอบที่ถูกเสมอไป เพราะฉะนั้นเราต้องระวังมากๆในเรื่องนี้ ต้องพยายามแสวงหาความจริงและยึดมั่นในความถูกต้อง อย่าตามกระแส เมื่อไม่นานนี้พ่อได้ยินเด็กๆเขาคุยกันว่า “วันนี้สวดเยอะจุงเบย” “อิ่มจุงเบย” “สวยจุงเบย” ได้ยินมาว่าคำพูดเหล่านี้มาจากสังคมออนไลน์ ซึ่งเพี้ยนมาจากคำว่า “จังเลย” คำๆนี้เราจะยอมรับได้ไหมว่ามันเป็นคำพูดที่ถูกต้อง ถ้าจะพูดเล่นกันพอสนุกสนานก็คงจะไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศีลธรรม จริยธรรม และเกี่ยวกับชีวิต ก็น่าคิดเหมือนกันว่าเราจะยอมถูกครอบงำทางความคิดอย่างนี้ง่ายๆหรือเปล่า อาทิ คนที่ดีมีคุณภาพของสังคม คนจะมีความสุขได้ ต้องมีเงินทองเยอะๆ มีรถหรูๆขับ มีบ้านหลังใหญ่ๆ มีโทรศัพท์มือถือรุ่นแพงๆใช้ ฯลฯ หลายๆคนเข้าใจผิด ถูกครอบงำด้วยความคิดเช่นนี้ จึงยอมทำทุกอย่าง ทุจริต เบียดเบียนคนอื่น ฯลฯ เพื่อจะให้ได้มาซึ่งสิ่งเหล่านี้ โดยมีเหตุผลว่า “ใครๆเขาก็คิดและทำอย่างนี้กันทั้งนั้น” พ่อคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และคริสตชนต้องยืนหยัดในความจริงและความดีหวังว่าสิ่งที่พ่อเขียนไว้ให้พี่น้องอ่านคงจะช่วยให้พี่น้องดำเนินชีวิตรอบคอบมากขึ้น รู้จักคิดไตร่ตรองสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา ก่อนที่จะตัดสินใจรับหรือไม่รับ ทำหรือไม่ทำ การกระทำอย่างนี้จะช่วยเราในการฝึกฝนมโนธรรม ทำให้เราสามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้อย่างถูกต้องเที่ยงตรง และจะช่วยลดความขัดแย้งลงได้บ้าง เพราะหลายๆครั้งความขัดแย้งนั้นเกิดจากการยึดมั่นถือมั่นในความผิดหลงนั่นเอง

จากพ่อคนเดิม

พระวิหารที่ประทับของพระเจ้า

พระวิหารเป็นที่ประทับของพระเจ้า ทุกๆครั้งที่เราเข้าไปในพระวิหารเราต้องสำนึกอยู่เสมอว่า เรามาเข้าเฝ้าองค์พระผู้เป็นเจ้า เราจึงต้องเข้ามาด้วยความเคารพยำเกรงพระองค์ เราจึงต้องระมัดระวังกิริยาท่าทาง การพูดจา และการแต่งกายของเรา พระวาจาของพระเจ้าจากพระวรสารนักบุญยอห์นบทที่ 2 ข้อ 13 เมื่อพระเยซูคริสตเจ้าทรงทอดพระเนตรเห็นผู้คนนำสินค้ามาขายในบริเวณพระวิหาร ซึ่งเป็นที่นมัสการพระเจ้าของผู้ที่ด้อยโอกาส ที่จะเข้าไปนมัสการพระเจ้าอย่างใกล้ชิดในพระวิหาร พระองค์ทรงขับไล่ ที่พระองค์ทรงทำเช่นนี้น่าจะมีนัยอยู่สองประการ ประการแรกบริเวณนั้นเป็นที่นมัสการของบุคคลที่ด้อยโอกาสอยู่แล้ว ยังมีคนมาฉวยโอกาสหาผลประโยชน์ ไม่ให้เกียรติ เอาเปรียบ และขาดความเมตตาต่อผู้ด้อยโอกาสเหล่านั้น ประการที่สองการกระทำเช่นนี้เป็นการไม่ให้เกียรติเคารพยำเกรงพระเจ้าผู้ประทับอยู่ในพระวิหารนั้น เพราะสถานที่นั้นเป็นที่นมัสการพระเจ้าเช่นกัน “พระองค์ทรงพบ พ่อค้าขายโค พ่อค้าขายแกะ พ่อค้าขายนกพิราบ และคนแลกเงินนั่งอยู่ที่โต๊ะ พระองค์ทรงใช้เชือกเป็นแส้ ทรงขับไล่ทุกคนรวมทั้งแกะและโคออกจากพระวิหาร”(ยน.2:13-15)

“จงนำของเหล่านี้ออกไป อย่าทำให้บ้านของพระบิดาของเราให้เป็นตลาด”(ยน.2:16) พระเยซูคริสตเจ้าตรัสเช่นนี้ทำให้เราทราบว่า พระวิหารของพระเจ้าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์ที่เราต้องเคารพให้เกียรติ เพราะจากพระวิหารซึ่งพระเจ้าประทับอยู่เป็นบ่อเกิดแห่งชีวิตความเชื่อ ชีวิตภายในและคุณธรรมความดีทั้งหลาย ประกาศกเอเสเคียลบอกว่า ท่านเห็นน้ำไหลออกมาจากใต้ธรณีประตูพระวิหารด้านตะวันออก…….. “น้ำนี้ไหลลงมาจากใต้ด้านขวาของพระวิหาร ทางทิศใต้ของพระแท่นบูชา แม่น้ำนี้ไหลถึงที่ใด สิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวในนั้นก็จะมีชีวิต……..ตามฝั่งทั้งสองฟากของแม่น้ำต้นไม้ผลทุกชนิดจะเจริญเติบโต…….ผลของต้นไม้เหล่านี้ใช้เป็นอาหาร และใบก็ใช้เป็นยารักษาโรค”(อสค.47:1-2,8-9,12) ประกาศกเอเสเคียลได้ให้ภาพพจน์ของพระวิหารว่า “เป็นบ่อเกิดแห่งชีวิต” เมื่อพระวิหารเป็นเช่นนี้เวลาที่เรามาที่พระวิหารเราจึงต้องสำรวจตนเองว่า เราทำตัวเหมาะสมเคารพให้เกียรติแด่พระเจ้าผู้ประทับอยู่ในพระวิหารหรือไม่ การแต่งตัวเป็นอย่างไร ท่าทางเป็นอย่างไร การพูดจาเป็นอย่างไรเวลานี้สมควรพูดคุยหรือไม่ เพื่อเราจะได้ให้เกียรติแด่พระเจ้าผู้ประทับในพระวิหารอย่างเหมาะสม

เมื่อคิดถึงพระวิหารเราไม่เพียงคิดถึงสิ่งปลูกสร้างซึ่งเราถวายให้เป็นที่ประทับของพระเจ้าเท่านั้น แต่เเราต้องคิดถึงพระวิหารที่มีชีวิตคือตัวเราเอง นักบุญเปาโลสอนว่าเราทุกๆคนเป็นพระวิหารของพระเจ้า “ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่าท่านเป็นพระวิหารของพระเจ้า และพระจิตของพระเจ้าทรงพำนักอยู่ในท่าน ถ้าใครทำลายพระวิหารของพระเจ้า พระเจ้าจะทรงทำลายเขา เพราะพระวิหารของพระเจ้านั้นศักดิ์สิทธิ์ และท่านก็คือพระวิหารนั้น”(1คร.3:16-17) เนื่องจากมนุษย์ทุกคนเป็นพระวิหารของพระเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ เราจึงต้องเคารพตัวเราเองและให้ความเคารพผู้อื่น อะไรก็ตามที่ทำแล้วเป็นการทำร้ายตนเอง และผู้อื่น สิ่งใดที่ทำแล้วเป็นการลบหลู่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ถือว่าเป็นบาป ขอให้พระวาจาของพระเจ้าเตือนใจเราให้ถวายเกียรติแด่พระเจ้าในทุกๆเวลาทุกๆสถานที่ ไม่ว่าจะในพระวิหารสิ่งปลูกสร้าง และในพระวิหารที่มีชีวิต

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. เดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนที่พระศาสนจักรระลึกถึงผู้ล่วงลับเป็นพิเศษ ทางวัดจึงจัดให้มีการสวดภาวนาอุทิศแด่ผู้ล่วงลับก่อนมิสซาเริ่มเวลา 18.30 น.วันจันทร์ – วันศุกร์ ต่อด้วยมิสซาระหว่างมิสซาจะขับเพลงลาติน เรควิแอม ตลอดทั้งเดือน
  2. ขอรับอาสาสมัครแสดงละครศักดิ์สิทธิ์ในวันคริสตมาสทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ลงชื่อและเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด
  3. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่กลุ่มเยาวชนหน้าวัด
  4. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่ตารางวัน-เวลาหน้าวัด
  5. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยมิสซา รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  6. วันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. 2014 เวชบุคคลคาทอลิกของวัดเรา จะมาให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ผู้ที่สนใจสามารถรับบริการได้ที่หน้าวัด
  7. วันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. 2014 ขอให้ผู้อ่านบทอ่านและผู้ที่ปรารถนาจะอ่านบทอ่าน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 9-11-2014

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.