ฉบับที่ 14047 วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2014

บอกเล่าให้ฟัง

โลกส่วนตัว การมีเวลาส่วนตัวบ้างเพื่อจะได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบ อาทิ เล่นตนตรี อ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้ เลี้ยงกล้วยไม้ ฯลฯ เป็นสิ่งที่ดีถ้าการกระทำนั้นๆไม่เป็นบาป เพราะเวลาดังกล่าวนี้จะเป็นเวลาที่เราสามารถพักผ่อน และพลิกฟื้นชีวิตให้สดชื่นขึ้นได้ แต่ต้องไม่ใช่การสร้างโลกส่วนตัวขึ้นเพื่อปิดกั้นตนเองจนขาดมิติทางสังคม มิติทางสังคมเป็นเรื่องที่สำคัญเพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมต้องดำเนินชีวิตมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น ความสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกันนี้พ่อคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรมาทดแทนได้ หนังสือปฐมกาลเล่าเรื่องการสร้างมนุษย์ว่า พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์มาเป็นชายก่อน และชายนั้นได้ดำเนินชีวิตอยู่กับสรรพสิ่งทั้งหลายที่พระเจ้าทรงสร้างมา จนในที่สุดพระเจ้าทรงทอดพระเนตรเห็นว่าชายนั้นไม่สามารถอยู่คนเดียวกับสิ่งอื่นได้ จึงทรงดำริว่า “ไม่ควรให้ชายนั้นอยู่คนเดียว เราจะสร้างคู่ที่เหมาะสมกับเขาขึ้น” เมื่อสร้างอีกคนหนึ่งขึ้นแล้วพระองค์ทรงให้เขาทั้งคู่อยู่ด้วยกัน ความสัมพันธ์จึงเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติมนุษย์

พี่น้องในยุคปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ทันสมัยพัฒนาก้าวไกลมากขึ้นทุกที เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเหมือนดาบสองคมที่เราต้องรู้จักใช้ และเท่าทันมันให้มากที่สุด เพราะมันมีประโยชน์อนันต์และโทษมหันต์ พ่อมีประสบการณ์หลายครั้งในเรื่องนี้ เวลาที่พ่อกลับบ้าน บ้างครั้งมีคนเชิญพ่อไปรับประทานอาหารร่วมกับครอบครัวของเขา เชื่อไหมครับว่าในระหว่างอยู่ร่วมกันตรงนั้น ผู้ใหญ่ก็คุยกันไปไต่ถามทุกข์สุข ถ่ายทอดเรื่องราวซึ่งเป็นประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่าให้แก่กันและกัน ส่วนเด็กๆไม่มีใครสนใจใคร ไม่สนใจคนรอบข้าง และอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าใครมาอยู่ตรงนั้นกับเขาบ้าง พวกเขาก้มหน้าก้มตาอยู่กับโทรศัพท์ เครื่องมือสื่อสารซึ่งพวกเขาพกพาติดตัวอยู่ตลอดเวลา ภาพที่พ่อพบนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวเพราะเด็กๆกำลังอยู่ในโลกส่วนตัวของเขา เขาจะสนใจอยู่กับเกมส์ที่เขากำลังเล่น กับใครก็ไม่รู้ที่เขากำลังติดต่อด้วย ทำให้เด็กๆที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ขาดทักษะในการเข้าสังคม ขาดความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง หรือขาดมิติทางสังคม บางคนอาจกล่าวว่าสังคมออนไลน์ก็เป็นสังคมอย่างหนึ่ง สิ่งที่กล่าวนี้ก็จริงอยู่เหมือนกัน แต่มันไม่สามารถทดแทนการพบปะกันหน้าต่อหน้าได้หรอกครับ พ่อลองคิดดูเล่นๆว่าถ้าลูกใช้ระบบ video conference ส่งภาพและเสียงไปเยี่ยมพ่อแม่ กับลูกขับรถกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ด้วยตนเอง อย่างไหนจะทำให้พ่อแม่ดีใจมากกว่ากัน โลกส่วนตัวที่เด็กๆสร้างขึ้นหรือเราอาจจะสร้างขึ้นเอง มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่าที่เราคิดไว้มากไม่มีอะไรมาทดแทนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกันได้ บางคนคิดว่าเลี้ยงสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนอาจจะทดแทนได้ แต่ในที่สุดก็ทดแทนไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องระวังการสร้างโลกส่วนตัวจนเป็นการปิดกั้นตนเองในความสัมพันธ์กับผู้อื่น และคิดว่าตนอยู่บนโลกนี้คนเดียวจะทำอะไรก็ได้ไม่ต้องไปสนใจใคร ความจริงแล้วคำพูดและการกระทำของเราส่งผลถึงผู้อื่นเสมอไม่มากก็น้อย ยิ่งกว่านั้นเวลานี้โรคร้ายนี้มันระบาดเข้ามาในวัดแล้ว บางคนมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณพร้อมกับก้มหน้าก้มตากดๆอะไรอยู่ก็ไม่รู้ พ่อบอกได้เลยนะครับว่าเครื่องมือสื่อสารหรือเทคโนโลยีเหล่านี้สร้างความสัมพันธ์กับพระเจ้าไม่ได้หรอก การสร้างความสัมพันธ์กับพระเจ้าต้องสร้างด้วยใจที่พร้อมเท่านั้น.จากพ่อคนเดิม

การเป็นกษัตริย์ปกครองใจคน

พระมหากษัตริย์หมายถึง “ผู้นำของประเทศ องค์พระประมุข เจ้าแผ่นดิน” ในสมัยโบราณยังหมายถึงจอมทัพ เป็นผู้นำทัพเวลามีสงครามด้วย วันอาทิตย์นี้พระศาสนจักรสมโภชพระเยซูคริสตเจ้า กษัตริย์แห่งสากลจักรวาล ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องทำความเข้าใจกับความหมายของการเป็นกษัตริย์ การเป็นผู้นำอย่างชัดเจน เพื่อเราจะได้เข้าใจว่าพระเยซูคริสตเจ้าในฐานะเป็นกษัตริย์ผู้ปกครองมนุษยชาติหมายความว่าอะไร มนุษย์ผู้อยู่ในการปกครองของพระองค์ต้องเป็นอย่างไร การเป็นกษัตริย์ การเป็นผู้นำตามจิตตารมณ์พระวรสารมีความหมายสวนทางแตกต่างจากทางโลกโดยสิ้นเชิง “ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่าคนต่างชาติที่เป็นหัวหน้าย่อมเป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และผู้เป็นใหญ่ย่อมใช้อำนาจบังคับ แต่ท่านทั้งหลายไม่ควรเป็นเช่นนั้น ผู้ที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่ จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น”(มธ.20:25-26) พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนอย่างชัดเจนว่า “การเป็นกษัตริย์หรือเป็นผู้นำ ต้องถ่อมตนลงรับใช้ผู้อื่น” พระองค์ไม่ได้สอนเพียงทฤษฎีแต่ด้วยชีวิตของพระองค์เอง “บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์” (มธ.20:28) การดำเนินชีวิต การรับทนทรมาน และการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เป็นพยานอย่างเด่นชัดถึงคำสอนของพระองค์ นี่แหละกษัตริย์ผู้รับใช้ และพลีชีวิตเพื่อมนุษยชาติ

เมื่อมีกษัตริย์ต้องมีการปกครอง เมื่อมีการปกครองต้องมีกฎหมาย และกฎหมายแนวทางการดำเนินชีวิตสำหรับประชากรของพระองค์ก็คือบทบัญญัติแห่งความรัก “ให้ท่านทั้งหลายรักกันเหมือนดังที่เรารักท่าน” (ยน:15:12) และบทบัญญัติแห่งความรักนี้เป็นบทสรุปของพระบัญญัติและคำสอนทั้งปวง (มธ.22:40) หมายความว่าใครก็ตามที่ปฏิบัติบทบัญญัติแห่งความรัก เขาได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติและคำสอนทั้งปวงอย่างครบถ้วนแล้ว ถ้าเรายอมรับว่าพระเยซูคริสตเจ้าเป็นกษัตริย์ของเรา และเราเป็นประชากรของพระองค์ เราต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งความรักที่พระองค์มอบให้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต การปฏิบัติตามคำสอนหรือบทบัญญัติแห่งความรักที่พระองค์มอบให้ เป็นการยืนยันว่าเรายอมรับพระองค์เป็นกษัตริย์ปกครองใจเรา และเรารักพระองค์จริง “ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา” (ยน.14:15)

ในวันพิพากษาประมวลพร้อมพระเยซูคริสตเจ้าจะเสด็จมาอย่างกษัตริย์ “บุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาในพระสิริรุ่งโรจน์…….พระองค์จะประทับเหนือพระบัลลังก์อันรุ่งโรจน์” (มธ.25:31) เมื่อเช่นนี้การพิพากษาจะต้องดำเนินไปตามบทบัญญัติของพระองค์ หมายความว่าในการพิพากษาพระองค์จะถามเราแต่ละคน ถึงการปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งความรักที่พระองค์มอบให้ นักบุญมัทธิวได้อธิบายไว้อย่างเป็นรูปธรรมว่าดังนี้ “เมื่อเราหิว ท่านให้เรากิน เรากระหาย ท่านให้เราดื่ม เราเป็นแขกแปลกหน้า ท่านก็ต้อนรับ เราไม่มีเสื้อผ้า ท่านก็ให้เสื้อผ้าเรา เราเจ็บป่วย ท่านก็มาเยี่ยม เราอยู่ในคุก ท่านก็มาหา…..ท่านทำสิ่งใดต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อยที่สุดของเราคนหนึ่ง ท่านก็ทำสิ่งนั้นต่อเรา” (มธ.25:35-40) ขอให้สิ่งที่นักบุญมัทธิวเล่าให้เราฟังเกี่ยวกับการพิพากษา เตือนใจเราให้มุ่งมั่นปฏิบัติบทบัญญัติแห่งความรัก และเมื่อวันดังกล่าวมาถึง เราจะได้รับเชิญให้ไปรับความสุขในบ้านของพระบิดาตลอดนิรันดร.

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้เป็นวันกระแสเรียก ขอเชิญพี่น้องบริจาคเพื่อช่วยเหลืองานและส่งเสริมกระแสเรียกได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 7 ธ.ค. 2014 ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลเข้าประชุมโดยพร้อมเพรียง หลังมิสซาเวลา 10.30 น.
  3. วันอาทิตย์ที่ 7 ธ.ค. 2014 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนหลังมิสซามีโปรดศีลล้างบาปเด็ก
    ผู้ใดปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาปให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลล่วงหน้ารับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
  4. ขอรับอาสาสมัครแสดงละครศักดิ์สิทธิ์ในวันคริสตมาสทั้งเด็กและผู้ใหญ่
    ลงชื่อและเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด
  5. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน
    ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่ตารางวัน-เวลาหน้าวัด
  6. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่กลุ่มเยาวชนหน้าวัด
  7. ในช่วงวันคริสตมาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด และสภาภิบาล

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 23-11-2014

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.