ฉบับที่ 14015 วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน 2014

บอกเล่าให้ฟัง

ในช่วงเวลานี้พระศาสนจักรในประเทศไทยพยายามที่จะสร้างพระศาสนจักรแห่งการมีส่วนร่วม โดยอาศัยกระบวนการสร้างกลุ่มวิถีชุมชนวัด (Basic Ecclesial Community) วิทยากรท่านหนึ่งได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีปัญหามากมาย อาทิ ยาเสพติด เด็กๆเยาวชนมีเพศสัมพันธ์ตามศาลาสาธารณะ การพนันแทบทุกประเภท ฯลฯ แล้วท่านก็ถามชาวบ้านที่มาฟังบรรยายว่า “พวกเราชอบหมู่บ้านแบบนี้ไหม ปรารถนาให้หมู่บ้านของเราเป็นอย่างนี้ไหม” “หมู่บ้านของเรามีปัญหาอย่างนี้บ้างหรือไม่” ชาวบ้านก็ตอบกันส่วนใหญ่ว่า “ปัญหาส่วนใหญ่มันก็คล้ายๆกัน” เมื่อเป็นเช่นนี้เราควรทำอะไรเพื่อจะแก้ปัญหา ในที่ประชุมตกลงกันว่าจะทดลองตั้งกลุ่มวิถีชุมชนวัด เมื่อกลุ่มเหล่านี้เข้มแข็งขึ้นแล้วปัญหาก็เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด

พ่อได้ยินเรื่องนี้แล้วพ่อคิดถึงชีวิตของมนุษย์ กุญแจสำคัญที่จะทำให้มนุษย์เปลี่ยนแปลงตนเอง มีการกลับใจเกิดขึ้นในชีวิตของคนๆหนึ่ง ก็ต่อเมื่อคนๆนั้นยอมรับความเป็นจริงในตัวเอง เขามีปัญหาหลายอย่างที่ต้องแก้ไข เขาได้รับความทุกข์ทรมานและความเจ็บช้ำเพราะบาป ในที่สุดเขาอยากหลุดพ้นจากสภาพดังกล่าว อยากมีชีวิตที่ดีกว่า ช่วงเวลานี้เองเขาจะหาวิธีการเพื่อทำให้ชีวิตดีขึ้น และนี่คือมูลเหตุที่สำคัญของการกลับใจ เหมือนกับลูกคนเล็กในเรื่องลูกล้างผลาญหรือบิดาผู้ใจดี ลูกคนเล็กคนนั้นประสบกับความทุกข์ยากลำบากแสนสาหัสแบบสุดๆ อันเป็นผลจากการทรยศและออกจากบ้านของบิดาไป จนเขาอยากจะกินข้าวที่หมูกินแต่เจ้าของก็ไม่อนุญาต เขาจึงคิดได้ว่าที่บ้านของบิดา คนใช้ในบ้านยังมีอาหารที่ดีกว่าอาหารที่หมูกิน แล้วเขาก็ตัดสินใจกลับบ้านไปขอโทษบิดาของตน ถ้าไม่มีช่วงเวลาที่เขารู้สึกแย่ๆอย่างนี้เขาก็คงจะเพลิดเพลินกับชีวิตที่เหลวแหลกต่อไปกุญแจที่สำคัญของการกลับใจอีกประการหนึ่งก็คือ การสำนึกถึงความดี ความรัก ความเมตตาของพระเจ้า เหมือนกับลูกคนเล็กคนนั้น เขาสำนึกถึงความดีของบิดา และความสุขที่ได้รับจากบิดา ความสุขที่เขาเคยสัมผัสเมื่ออยู่บ้าน เขาละทิ้งสภาพแย่ๆทันทีแล้วกลับบ้าน การสำนึกถึงความดี ความรัก ความเมตตาของพระเจ้านอกจากจะเป็นกุญแจสำคัญของการกลับใจแล้ว ยังเป็นบ่อเกิดของความเคารพยำเกรงพระเจ้าอีกด้วย ถ้าใครก็ตามสำนึกได้ว่าบาปเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามพระเจ้าขนาดไหนเขาคงไม่กล้าทำบาป นี่คือความเคารพยำเกรงพระเจ้า ความเคารพยำเกรงพระเจ้าก็มาจากความรักนั่นเอง

ขอให้การรำพึงถึงมหาทรมาน และกิจการต่างๆที่พระศาสนจักรแนะนำให้เราปฏิบัติตลอดเทศกาลมหาพรตนี้ ช่วยเราให้ไตร่ตรองชีวิต พิจารณามโนธรรม และความรักของพระเจ้าอย่างลึกซึ้ง เพื่อเราจะได้เข้าถึงกุญแจสำคัญแห่งการกลับใจสองดอกนี้ และสามารถมีส่วนร่วมในพระธรรมล้ำลึกปัสกาด้วยความชื่นชมยินดี โดยการผ่านสภาพชีวิตเก่าเข้าสู่สภาพชีวิตใหม่ในองค์พระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ นี้คือชัยชนะและความชื่นชมยินดีแห่งปัสกาที่แท้จริง เพราะเราได้ตายจากมนุษย์เก่ากลับคืนชีพมีชีวิตใหม่ เหมือนพระเยซูคริสตเจ้าได้ทรงรับทนทรมาน สิ้นพระชนม์ และทรงกลับคืนพระชนมชีพ ได้ชัยชนะต่อบาปและความตายในวันปัสกา

จากคุณพ่อเจ้าวัด

รำพึงมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า

พระเยซูคริสตเจ้าตรัสว่า “ข้าแต่พระบิดา เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ข้าพเจ้าสรรเสริญพระองค์ที่ทรงปิดบังเรื่องเหล่านี้ จากบรรดาผู้มีปรีชาและรอบรู้ แต่ทรงเปิดเผยแก่บรรดาผู้ต่ำต้อย ”(มธ.11:25-26) หนทางแห่งความรอดพ้น เป็นหนทางของคนที่มีใจสุภาพถ่อมตน หนทางนี้เป็นหนทางที่ผู้ปรีชาฉลาดฝ่ายโลกมักมองข้าม ไม่เข้าใจ และไม่เลือกเดิน เพราะคนทั่วไปมักเลือกเดินหนทางที่สะดวกสบาย เลือกทำสิ่งง่ายๆ และถ้าเป็นสิ่งที่ถูกใจตนเองได้ก็ยิ่งดี แต่พระเยซูคริสตเจ้ากลับสอนว่าใครอยากไปสวรรค์ ต้องเดินบนหนทางแห่งไม้กางเขน “ถ้าผู้ใดอยากติดตามเรา ก็จงเลิกคิดถึงตนเอง จงแบกไม้กางเขนของตนและติดตามเรา”(มธ.16:24) หนทางแห่งความรอดพ้นเป็นหนทางที่เสียสละตายต่อน้ำใจของตนเอง มีความเพียรทนเพื่อจะได้มีชีวิตใหม่ “ผู้ใดใคร่รักษาชีวิตของตนให้รอดพ้นก็จะสูญเสียชีวิตนิรันดร แต่ถ้าผู้ใดเสียชีวิตของตนเพราะเรา ก็จะพบชีวิตนิรันดร”(มธ.16:25) ประตูสวรรค์เป็นประตูแคบๆ หลายๆคนอยากจะเข้าไปแต่ก็เข้าไม่ได้ คนที่จะสามารถเข้าไปได้ต้องพยายามดิ้นรนจนถึงที่สุด ตัดสละทุกสิ่งที่เป็นอุปสรรค เหมือนกับการทำตัวลีบๆเพื่อจะได้สามารถแทรกเข้าประตูแคบนั้น “จงพยายามเข้าทางประตูแคบ….. หลายคนพยายามจะเข้าไป แต่จะเข้าไม่ได้”(ลก.13:24) ความคิดเช่นนี้เป็นความคิดโง่ๆสำหรับผู้ปรีชาฉลาดฝ่ายโลก แต่กลับเป็นเรื่องที่จำเป็นและหลักแหลมสำหรับคนฝ่ายธรรม

การเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มของพระเยซูคริสตเจ้าครั้งนี้ เป็นการตอบสนองประสงค์ขององค์พระบิดาเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงทราบดีว่าพระประสงค์ของพระบิดาเจ้าก็คือ พระองค์ต้องรับทนทรมาน และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์ทรงทราบและทำนายล่วงหน้าแล้วแต่พระองค์ก็ยังเสด็จไป เพราะพระองค์เสด็จมาไม่ใช่เพื่อทำตามอำเภอใจของตนเอง แต่เพื่อทำตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า “บัดนี้พวกเรากำลังขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม บุตรแห่งมนุษย์จะถูกมอบแก่บรรดาหัวหน้าสมณะและบรรดาธรรมาจารย์ เขาจะถูกตัดสินประหารชีวิต และถูกมอบให้คนต่างชาติสบประมาท เยาะเย้ย โบยตีและนำไปตรึงกางเขน”(มธ.20:18-19) การกระทำเช่นนี้ทำให้คนที่ชื่อ “เยซู” เป็นคนที่โง่ที่สุดในสายตาของผู้ปรีชาฉลาดฝ่ายโลก แต่กลับเป็นคนฉลาดหลักแหลมของผู้ปรีชาฉลาดฝ่ายธรรม เพราะพระสัญญาของพระบิดาเจ้าเป็นจริง และประสงค์ของพระองค์สำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์ “แต่วันที่สามบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพ”(มธ.20:19)

การเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มของพระเยซูคริสตเจ้า เป็นการเสด็จเข้าไปเยี่ยงกษัตริย์ผู้ทรงชัย ไม่ใช่ผู้แพ้ และชัยชนะของพระองค์จะต้องผ่านหนทางแห่งมหาทรมาน การสิ้นพระชนม์ แล้วกลับคืนพระชนมชีพอย่างผู้มีชัยชนะ นี่คือพระธรรมล้ำลึกปัสกาชัยชนะอย่างแท้จริงของพระองค์ การมีส่วนร่วมในพระธรรมล้ำลึกนี้จึงต้องเป็นการมีส่วนร่วมทั้งครบ ในมหาทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ การรำพึงถึงพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า จึงทำให้เรามีความหวังมีกำลังใจในยามที่ความทุกข์ยากลำบากมาเยือนชีวิตของเรา เพราะเราแน่ใจว่าเรากำลังเดินในหนทางเดียวกับพระเยซูคริสตเจ้า เข้าส่วนในมหาทรมาน การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ และในที่สุดเราจะได้ชัยชนะกลับคืนชีพเช่นเดียวกับพระองค์ด้วย

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนเพื่อเตรียมรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในค่ายคำสอน ทำได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. วันนี้ หลังมิสซามีพิธีรดน้ำขอพรพระสงฆ์ในวัดและผู้ใหญ่ที่ศาลาเรือนไทยเนื่องในวันสงกรานต์
  3. วันอังคารที่ 15 เม.ย. 2014 มีวจนพิธีกรรมศีลอภัยบาปเพื่อเตรียมสมโภชปัสกา มิสซาเวลา 19.00 น.
  4. ตรีวารปัสกา วันพฤหัสฯศักดิ์สิทธิ์ วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ พิธีกรรมในวันเหล่านี้จะเริ่มเวลา 19.00 น.
  5. ในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ คริสตชนทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ต้องอดเนื้อ หรือทำพลีกรรม อย่างใดอย่างหนึ่งทดแทน คริสตชนทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป จนถึง 59 ปีบริบูรณ์ ต้องอดอาหาร การอดอาหารหมายถึง การทานอิ่มได้เพียงมื้อเดียว อีกสองมื้อทานพออยู่ได้
  6. วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ มีเดินมรรคาศักดิ์สิทธิ์รอบวัด เวลา 15.00 น.
  7. วันอาทิตย์ที่ 20 เม.ย. 2014 เป็นวันอาทิตย์ปัสกา มิสซาเวลา 8.30 น.ในวันนี้จะมีพิธีรับศีลมหาสนิทครั้งแรกและการรื้อฟื้นคำสัญญาศีลล้างบาปของเด็กๆ หลังมิสซามีแจกไข่ปัสกา ตารางเวลาต่างๆของสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ดูได้ที่เสาหน้าวัด

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 13-04-2014

Tags: , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.