บอกเล่าให้ฟัง
“ฉลาดแล้วต้องเฉลียว” ในการดำเนินชีวิตของเรามีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราปฏิบัติสืบเนื่องกันมาจนคุ้นเคย จนกระทั่งเมื่อมีใครมาถามว่า “ทำไมต้องปฏิบัติเช่นนี้” หลายๆคนคงจะตอบไม่ได้ หรือบางคนอาจจะตอบว่าก็เขาปฏิบัติอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว คำตอบเช่นนี้แสดงว่าเราไม่ทราบเหตุผลนั่นเอง มีความฉลาดความรู้เท่านั้นจึงไม่เพียงพอ ต้องมีความเฉลียวด้วยเพราะเฉลียวคือความสงสัยซึ่งเป็นวิสัยของนักปรัชญา ทำให้มนุษย์เริ่มค้นหาปฐมเหตุที่มาที่ไปของสรรพสิ่ง เกิดเป็นหลักคิดและความเข้าใจในทุกสิ่งที่ปฏิบัติ เราลองทบทวนสิ่งที่เราปฏิบัติดูซิว่าเราเข้าใจหรือไม่ว่า “ทำไมเราต้องปฏิบัติเช่นนั้น” พ่อเชื่อว่าถ้าเราทำเช่นนี้คงมีคำถามมากมาย ที่ทำให้ต้องเราไปค้นหาตำราเปิดหนังสืออ่านและไปถามผู้รู้
พระวาจาเกิดผลในชีวิตของเรา
อุปมาเรื่องผู้หว่านทำให้เราทราบว่า ทำไมพระวาจาของพระเจ้าจึงเกิดผลและไม่เกิดผลในชีวิตของผู้ฟัง สภาพพื้นดินที่แตกต่างกันเปรียบดังสภาพจิตใจ และความพร้อมของผู้ฟังพระวาจานั้นแตกต่างกันไป ตามสถานการณ์ สภาพแวดล้อม รวมทั้งวันเวลาที่รับฟัง “บางเมล็ดตกอยู่ริมทาง…..ตกบนพื้นหินที่มีดินเล็กน้อย…..ตกในพงหนาม…..บางเมล็ดตกในที่ดินดี จึงเกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง ใครมีหูก็จงฟังเถิด”(มธ.13:4–9) สภาพจิตใจและความพร้อมในการรับฟังพระวาจานี้แหละ เป็นมูลเหตุสำคัญที่ทำให้พระวาจาเกิดผลหรือไม่เกิดผลและเกิดผลไม่เท่ากัน
พระเยซูคริสตเจ้าทรงเล่าอุปมาเรื่องผู้หว่าน เพื่อเน้นถึงความสำคัญของพระวาจาของพระเจ้าต่อชีวิตของเรา พระวาจาของพระเจ้าที่ประกาศออกไปแล้วจะต้องไม่เสียเปล่า ดังที่ประกาศกอิสยาห์กล่าวไว้ “พระวาจาของพระเจ้าจะไม่กลับไปโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ แต่จะนำความอุดมมาให้เสมอเพราะพระวาจาของพระเจ้ามีพลัง” (อสย.55:10 – 11) พระวาจาของพระเจ้ามีพลังในการเจริญเติบโตบังเกิดผลก็จริง แต่ความร่วมมือของมนุษย์ในการตอบสนองต่อพระวาจาก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะพระเป็นเจ้าทรงเคารพอิสรภาพในการเลือกดำเนินชีวิตของมนุษย์อย่างที่สุด ด้วยเหตุนี้พระวาจาของพระเจ้าจะเกิดผลหรือไม่เกิดผลจึงเป็นความรับผิดชอบของเราด้วย จากเรื่องผู้หว่านทำให้เราตระหนักถึงความรับผิดชอบของเราสองสถานภาพ ในฐานะที่เราเป็นผู้หว่านหรือผู้ประกาศพระวาจา และในฐานะที่เราเป็นผู้ที่รับฟังพระวาจา
ในฐานะผู้หว่านหรือผู้ประกาศพระวาจา เราต้องคำนึงอยู่เสมอว่าเรากำลังหว่านหรือประกาศอะไร สิ่งนั้นเป็นพระวาจาของพระเจ้า เป็นความดีความถูกต้องหรือไม่ เพราะเราหว่านอะไรเราจะเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น ดังนั้นก่อนที่เราจะทำหรือพูดอะไร เราต้องไตร่ตรองอย่างดีเสียก่อนว่า สิ่งนั้นเป็นความดี เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เราจึงจะสามารถเป็นเครื่องมือของพระเป็นเจ้าในการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความดีงามลงในใจคน อีกมุมมองหนึ่ง ในฐานะผู้หว่านหรือผู้ประกาศพระวาจา เนื่องจากพื้นดินมีหลายประเภทและเราไม่ทราบว่าเมล็ดพันธุ์จะไปตกที่ไหน ผู้หว่านที่ดีจะต้องหว่านด้วยความเพียรทน หว่านด้วยความเชื่อมั่น และด้วยความไว้วางใจ ถ้าแม้นว่าเราพบเห็นผลงานความสำเร็จอยู่บ้าง จงมีใจสุภาพขอบคุณพระเป็นเจ้าสำหรับผลดีที่เกิดขึ้น และสำนึกอยู่เสมอว่า เราเป็นเพียงคนใช้สามัญ เราได้ทำตามหน้าที่เท่านั้น เพราะนั่นไม่ใช่ความสามารถของเรา แต่เป็นฤทธานุภาพของพระเป็นเจ้าที่ทำให้บังเกิดผล
ในฐานะผู้รับฟังพระวาจา พื้นดินที่แตกต่างเปรียบเหมือนสภาพจิตใจที่พร้อมหรือไม่ในการรับฟังพระวาจา อีกทั้งสภาพจิตใจของเราก็เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพราะบุคคล สภาพแวดล้อม อารมณ์ สามารถนำพาทำให้สภาพจิตใจของเราแปรเปลี่ยนตลอดเวลา เราจึงต้องพยายามสำรวจสภาพจิตใจของเราบ่อยๆ และพยายามปรับเปลี่ยนสภาพจิตใจให้เป็นดั่งดินดีที่พร้อมจะรับเมล็ดพันธุ์ดีที่หว่านลง ถ้าเราทำได้เช่นนี้ประสิทธิภาพประสิทธิผลของการรับฟังพระวาจาจะเกิดขึ้น เพราะผู้หว่านได้หว่านในสิ่งที่เลือกสรรแล้ว พื้นดินก็พร้อมสรรพที่จะรับเมล็ดพันธุ์ดี เมื่อเมล็ดพันธุ์หรือพระวาจาตกลงในที่ๆเหมาะสม ก็จะเกิดผลตามสัดส่วนของความพร้อมนั้น นั่นหมายความว่าพระวาจาเกิดผลในชีวิตของเรา ใครมีหูก็จงฟังเถิด
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- วันอาทิตย์นี้ เวชบุคคลคาทอลิกของวัดเรา จะมาให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ผู้ที่สนใจสามารถรับบริการได้ที่หน้าวัด
- วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ต้องการอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน และซ้อมช่วยมิสซา
- วันอาทิตย์ที่ 20 ก.ค. 2014 ขอให้ผู้อ่านบทอ่านและผู้ที่ปรารถนาจะอ่านบทอ่าน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
- ขอเชิญพี่น้องทุกท่าน ร่วมมิสซาต้อนรับพระธาตุนักบุญยอห์นปอลที่ 2 และยอห์นที่ 23 พระสันตะปาปา ในวันอังคารที่ 15 และ วันพุธที่ 16 ก.ค. 2014 มิสซาเวลา 19.00 น. หลังมิสซามีเคารพพระธาตุของนักบุญทั้งสองท่าน
- ประกาศแต่งงาน ระหว่างนายทศพร พยอมหอม บุตรของนายสำอาง และนางอุไรวรรณ พยอมหอม กับ มารีอา สุวลี สุภาวิทย์ บุตรีของยอแซฟ เสวก และนางจำเนียร สุภาวิทย์ ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงานต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าอาวาสทราบ
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 13-07-2014
Tags: วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สมโภชพระจิตเจ้า, สารวัด