สารวัด ฉบับที่ 821 วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2552 อาทิตย์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

มิสซาบูชาขอบพระคุณ เป็นคารวะกิจสูงสุดที่มนุษย์สามารถถวายแด่พระเป็นเจ้าได้ เป็นการเฉลิมฉลองศีลมหาสนิท และเป็นการทำให้ธรรมล้ำลึกปัสกา การถวายบูชาบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปมนุษยชาติของพระเยซูคริสตเจ้าเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ “วิญญาณข้าพเจ้าเอ๋ย จงยินดีเถิด จงขอบคุณพระเป็นเจ้า ที่ได้รับของประทานอันสูงส่ง และความสุขใจพิเศษ เท่าที่พระองค์จะประทานให้ได้ แก่ผู้ที่ยังอยู่ในเหวน้ำตานี้ ด้วยว่า เมื่อเจ้ารื้อฟื้นธรรมล้ำลึกนี้ และรับพระวรกายของพระคริสตเจ้ากี่หน เจ้าก็ประกอบกิจกรรมการไถ่บาป และกลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในบุญกุศลทั้งหมดของพระคริสตเจ้าเท่านั้นหน เมื่อเจ้าถวายบูชา หรือร่วมพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ เจ้าต้องถือว่าศีลนี้ใหญ่ ศีลนี้ใหม่ ศีลนี้ชื่นใจเหมือนกับเป็นวันนั้น ที่พระคริสตเจ้าเริ่มเสด็จเข้ามาสู่ครรโภทรของพระนางพรหมจารี มากลายเป็นมนุษย์ หรือเหมือนกับวันที่พระองค์กำลังแขวนอยู่บนไม้กางเขน กำลังรับทนทรมานและมรณะ เพื่อความรอดพ้นของเรามนุษย์นั้นทีเดียว” (จำลองแบบพระคริสต์ บทที่ 2 ภาค 4)

จากข้อความที่พ่อคัดมาจากหนังสือจำลองแบบพระคริสต์ แสดงให้เห็นว่าพระศาสนจักรตั้งแต่แรกเริ่มถือว่ามิสซาบูชาขอบพระคุณเป็นคารวะกิจที่สำคัญที่สุดของพระศาสนจักร ด้วยเหตุนี้เราคริสตชนจึงต้องหันมาพิจารณาไตร่ตรองกันใหม่ว่าเราเห็นความสำคัญของการมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณและการรับศีลมหาสนิทมากน้อยแค่ไหน โดยเริ่มจากความตั้งใจของเรา เรามีความปรารถนามาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณมากน้อยเพียงใด ให้ความสำคัญแค่ไหน เตรียมตัวอย่างไร แต่งตัวอย่างไร มาทันเวลาไหม เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่แสดงถึงเจตจำนงของเรา ในองค์การสหประชาชาติมีงบประมาณเป็นแสนๆล้านบาทที่สามารถใช้จ่ายในการทำกิจกรรมต่างๆได้ แต่เมื่อต้องการรณรงค์ให้ประชาคมโลกงดสูบบุหรี่ ซึ่งต้องต่อสู้กับบริษัทบุหรี่ยักษ์ใหญ่ทั่วโลกเขาอนุมัติงบประมาณให้แค่ 1 % อย่างนี้แสดงว่าให้ความสำคัญมากแค่ไหนพี่น้องลองคิดดูเอาเอง และเรื่องมิสซาบูชาขอบพระคุณล่ะเราใส่ใจให้เวลาแค่ไหน

พ่อคิดว่าถ้าเราเห็นความสำคัญของมิสซาบูชาขอบพระคุณและการรับศีลมหาสนิทจริง เราต้องใส่ใจ เตรียมตัว เตรียมจิตใจ และแต่งตัวให้เหมาะสมสำหรับการมาเข้าเฝ้าพระเป็นเจ้า การมาร่วมบูชาของพระเยซูคริสตเจ้า และการมารับองค์พระเยซูคริสตเจ้าเองในศีลมหาสนิท ที่นำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังไม่มีเจตานาที่จะตำหนิใครนะครับ เพียงแต่ต้องการจุดประเด็นให้พี่น้องเอาไปเป็นข้อคิดไตร่ตรองเพื่อเตือนตนเองและสอนลูกหลานเท่านั้น

จากคุณพ่อเจ้าวัด

การเป็นคริสตชนที่ดี

การเป็นคริสตชนที่ดีไม่ได้หมายความว่าเป็นคนที่ถือพะบัญญัติอย่างครบถ้วนไม่เคยทำผิด เศรษฐีหนุ่มคนนั้นเขาบอกกับพระเยซูคริสตเจ้าว่าเขาถือพระบัญญัติอย่างครบถ้วนมาตั้งแต่เป็นเด็กแล้วแต่พระเยซูคริสตเจ้าบอกเขาว่าเขายังขาดอีกบางอย่าง “ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติเหล่านี้ทุกข้อมาตั้งแต่เด็กแล้ว พระเยซูคริสตเจ้า…ตรัสกับเขาว่า ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง จงไปขายทุกสิ่งที่มี มอบเงินให้คนจนและท่านจะมีขุมทรัพย์ในสวรรค์ แล้วจงติดตามเรามาเถิด” (มก.10:20-21) การเป็นคริสตชนที่ดีต้องเริ่มจากการเป็นคนดีเสียก่อน เพราะการเป็นคริสตชนที่ดีมีข้อเรียกร้องมากกว่าการเป็นคนดีทั่วๆไปนั่นก็คือ “ต้องสละทุกสิ่งและติดตามองค์พระเยซูคริสตเจ้าไป”

คนดีคือคนที่ทำความดีสร้างคุณประโยชน์แก่คนรอบข้างและสังคม เราต้องแยกแยะให้ได้ว่าอะไรเป็น “การทำความดี” และอะไรเป็น “การทำกิจการที่ดี” ถ้าเราสามารถแยกแยะได้เราจะพบว่าหลายๆคนมีอายุมากแล้วแต่ยังไม่เคยทำความดีเลย เพราะพวกเขาทำแต่กิจการที่ดีเท่านั้นและอาจจะทำมากกว่าคนทั่วไปด้วย เนื่องจากกิจการที่พวกเขาทำนั้นมีเบื้องหลังแอบแฝง อาทิ บางคนชอบทำบุญออกทีวีหรือทำบุญเพื่อสร้างภาพให้ตนเอง ครอบครัวและบริษัทของตนดูดี พระเยซูคริสตเจ้าตำหนิฟาริสีบางคนว่า “หน้าซื่อใจคดชอบทำกิจการดีอวดชาวบ้าน” การกระทำเช่นนี้ไม่ถือเป็นความดีแต่เป็นการกระทำกิจการที่ดี กิจการที่เราทำอยู่ทุกๆวันออกมาจากน้ำใสใจจริงหรือไม่ทำเพื่ออะไร หรือมีอะไรแอบแฝงอยู่เบื้องหลัง ความดีต้องเป็นกิจการที่มาจากน้ำใสใจจริง ทำทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่หวังผลตอบแทน ไม่มีความฉ้อฉลแอบแฝงอยู่เบื้องหลังและเมื่อทำแล้วจะเกิดความปีติภายในจิตใจ เพราะฉะนั้นถ้าอยากเป็นคริสตชนที่ดีต้องเป็นคนดีที่มุ่งมั่นทำความดีให้ได้เสียก่อน

การเป็นคริสตชนที่ดีต้องสละทุกสิ่งและติดตามพระเยซูคริสตเจ้าไป การสละทุกสิ่งเป็นเงื่อนไขที่พระเยซูคริสตเจ้าเรียกร้องอย่างหนักแน่นไม่เคยเปลี่ยน “ใครอยากติดตามเราต้องสละทุกสิ่งเลิกคิดถึงตนเอง แบกกางเขนของตน” “ต้องสละพ่อแม่พี่น้องชายหญิง” “ต้องขายทุกสิ่งแจกจ่ายแก่คนจน” ที่พระเยซูคริสตเจ้าเรียกร้องหนักแน่นอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าทรัพย์สมบัติทางโลกไม่ดีมีไม่ได้ ตรงกันข้ามพระเยซูคริสตเจ้าสอนว่า ให้เราใช้ทรัพย์สมบัติอันอธรรมทางโลกเป็นเครื่องมือนำพาเราไปสวรรค์ สาเหตุที่ขอเรียกร้องในการติดตามพระเยซูคริสตเจ้าต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ต้องให้ทุกอย่างแค่พระองค์ ต้องสละทุกสิ่ง เป็นไปอย่างหนักแน่นไม่เคยเปลี่ยน เพราะใครก็ตามที่ติดใจอยู่กับทรัพย์สมบัติข้าวของทางโลกใจของเขาจะไม่มีทางปักแน่นอยู่ที่องค์พระเยซูคริสตเจ้า เขาจะติดตามพระองค์ไม่ได้เพราะใจของเขาไม่ได้อยู่กับพระองค์ “ทรัพย์สมบัติของท่านอยู่ที่ไหนใจของท่านก็อยู่ที่นั่น” เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความต้องการที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจตนนั่นก็คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ เขาจึงไม่ได้ติดตามองค์พระเยซูคริสตเจ้าหรือทำเพื่อพระอาณาจักรสวรรค์ การกระทำเช่นนี้ไม่ถือว่าเป็นการทำความดีแต่เป็นเพียงการกระทำกิจการที่ดีเท่านั้นเพราะมีเบื้องหลังซับซ้อนเกินไป คนที่ไม่ได้ทำความดีก็เป็นคนดีไม่ได้ ถ้าเป็นคนดีไม่ได้แล้วจะเป็นคริสตชนที่ดีได้อย่างไร

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วัดของเราเริ่มซ่อมขับร้องเตรียมฉลองคริสตมาสและฉลองวัดแล้ว ในเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป ทุกวันเสาร์รอบแรกเวลา 17.30 น. รอบสองหลังมิสซา ขอความร่วมมือจากพี่น้องมาช่วยกันขับร้องสรรเสริญพระเป็นเจ้า
  2. การไปสวดตามบ้านในเดือนตุลาคมเริ่มสวดแล้ว ผู้ใดสนใจไปร่วมสวดติดต่อสอบถามได้ที่สภาอภิบาลหน้าวัด
  3. ในปีพระสงฆ์ขอเชิญพี่น้องทุกท่าน ร่วมกิจกรรมสวดภาวนาร่วมกันในครอบครัว ที่สภาอภิบาลจัดขึ้นต่อไป
  4. วันเสาร์ที่ 31 ต.ค. 2009 เขต 2 จะจัดฉลองปีพระสงฆ์ ณ วัดมารีย์สวรรค์ ดอนเมือง เวลา 9.30 น. จะเริ่มฟังแก้บาป มีพระสงฆ์ฟังแก้บาปประมาณ 20 องค์ และในโอกาสนี้หัวหน้าเขตได้ขออนุญาตให้พระสงฆ์ที่ฟังแก้บาปยกบาปต้องสงวนได้ เชิญชวนพี่น้องทุกท่านไปร่วมงานในโอกาสพิเศษนี้ด้วย

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.