ฉบับที่ 13010 วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2013 อาทิตย์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

บอกเล่าให้ฟัง

เรื่องบอกเล่าในสารวัดฉบับนี้พ่อขอยกเอาความคิดของนักคิดบางท่านมานำเสนอ ซึ่งพ่อคิดว่าถ้าใครก็ตามที่ได้ไตร่ตรองความเป็นจริงเกี่ยวกับชีวิต และสรรพสิ่งอย่างลึกซึ้งเขาจะพบกับสัจธรรม ถ้าความจริงเที่ยงแท้มีเพียงหนึ่งเดียวตามความเชื่อของเรา ทุกคนที่ทำเช่นนี้จะเข้าถึงเป้าหมายเดียวกัน อองรี อาเมียล กล่าวว่า “ชีวิตคนเราจะดีได้ ก็ต่อเมื่อปฏิบัติตามเจตจำนงที่พระเจ้ามุ่งหวังไว้เท่านั้น ความชั่วร้ายในรูปความทุกข์ทรมาน และความตายจะปรากฏให้เห็นได้ในทุกแห่ง ต่อบุคคลผู้ยอมรับบัญญัติของโลกวัตถุ ถือเอาโลกของสัตว์เป็นบัญญัติหลักของชีวิต เพียงเมื่อเขาลดตัวลงไปอยู่ในภาวะของสัตว์เท่านั้น เขาจึงบังเกิดความกลัวตายและกลัวทุกข์ หนทางเดียวที่จะหลีกหนีความกลัวนี้ได้ ก็คือปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเจ้าที่แสดงออกในความรัก ความกลัวตายและความกลัวทุกข์ทรมานย่อมไม่มี ในผู้ที่ใช้ชีวิตตามพระบัญญัติของพระเจ้า จงเป็นอย่างที่ท่านเป็น และอย่างที่ท่านต้องเป็น ส่วนที่เหลือเป็นหน้าที่ของพระเจ้า”

เรารู้จักพระบัญญัติของพระเจ้า ทั้งจากคำสอนของศาสนาต่างๆในโลกนี้ และจากมโนธรรมของเราเอง เมื่อไม่มีกิเลสและอคติขวางกั้น เราก็จะเข้าใจคุณประโยชน์ของพระบัญญัติของพระเจ้าที่มีต่อชีวิตเราได้อย่างง่ายดาย เพราะความดีที่แท้จริงทั้งมวลล้วนกำเนิดมาจากความปรารถนาของพระบัญญัตินี้ทั้งสิ้น อิมมานูเอล คานท์ กล่าวว่า “การทำหน้าที่ให้บรรลุผลกับความพอใจในความสุขส่วนตัวนั้นเป็นสองเรื่องที่ต่างกัน หน้าที่มีกฎของมันเอง แม้เราจะพยายามเอาหน้าที่ไปปะปนกับความสุข มันก็ยังแยกออกจากกันเองอยู่ดี”ที่พ่อนำเอาความคิดของนักคิดอื่นๆมานำเสนอในที่นี้บ้าง เพื่อแสดงให้เห็นว่าใครก็ตามที่แสวงหาความจริงด้วยใจซื่อตรง ไตร่ตรองอย่างจริงจังและลึกซึ้ง เขาจะพบกับสัจธรรม เพราะสัจธรรมความจริงแท้มีเพียงหนึ่งและจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ความจริงที่พระศาสนจักรสอนล้วนเป็นความจริงที่ตรงกับกฎเกณฑ์ธรรมชาติ เพราะกฎเกณฑ์ธรรมชาตินั้นพระศาสนจักรถือว่าเป็นกฎของพระเจ้า และความสามารถที่จะหยั่งรู้ถึงกฎนี้พระเจ้าทรงใส่ไว้ในมนุษย์ทุกคน ที่ถูกสร้างขึ้นตามภาพลักษณ์ของพระองค์ ด้วยเหตุนี้เองความคิดของผู้ที่หยั่งรู้เข้าถึงสัจธรรมทั้งหลาย จึงสอดคล้องกับคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้าแทบทั้งสิ้น เมื่ออ่านความคิดของนักคิดเหล่านี้แล้ว พ่อคิดถึงคำสอนของพระศาสนจักรหลายๆเรื่องเป็นต้นเรื่องการแต่งงาน พระศาสนจักรสอนว่า “ให้วางแผนครอบครัวตามธรรมชาติ เพราะพระเจ้าได้ประทานวงจรการให้กำเนินชีวิตไว้ในเพศหญิงทุกคน มีช่วงเวลาที่มีเพศสัมพันธ์แล้วไม่มีบุตรอยู่หลายๆวันในรอบหนึ่งเดือน” คริสตชนจำนวนมากไม่ยอมรับบอกว่าการวางแผนครอบครัวอย่างนี้ไม่ได้ผล ถามว่านักวิทยาศาสตร์การแพทย์คาทอลิกโง่นักหรือจึงยืนยันออกมาเป็นทฤษฎีที่เป็นระบบชัดเจนตรวจสอบได้ พ่อคิดว่าอองรี อาเมียล กล่าวไว้ชัดเจน “ถ้าเราถือเอาโลกของสัตว์เป็นบัญญัติหลักของชีวิต เพียงเมื่อเราลดตัวลงไปอยู่ในภาวะของสัตว์เท่านั้น” นั่นก็คือเราดำเนินชีวิตตามสัญชาติญาณ ไม่มีการบังคับตัวเมื่อต้องการแล้วต้องได้ หิวแล้วต้องกิน พ่อถามตอนอบรมคู่แต่งงานเสมอว่า “เมื่อเราทำอย่างนี้เราต่างจากสัตว์ตรงไหน” พ่อถามก่อนที่จะอ่านพบข้อคิดของอองรีเสียอีก หวังว่าสิ่งที่พ่อเขียนนี้คงจะช่วยให้เราไตร่ตรองชีวิตได้บ้าง.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

มนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป คนที่รู้สึกว่าตนเองไม่มีบาปคือคนจองหอง

หลังจากพวกฟาริสีและธรรมาจารย์ต่อว่าพระเยซูคริสตเจ้าว่า “คนนี้ต้อนรับคนบาปและกินอาหารร่วมกับเขา” (ลก.15:2) นักบุญลูกาบันทึกเรื่องอุปมาเพื่ออธิบายเรื่องนี้ไว้ 3 เรื่อง เรื่องแกะที่พลัดหลง เรื่องเงินเหรียญที่หายไป เรื่องลูกล้างผลาญและลูกที่คิดว่าตนทำดีแล้ว ทั้งสามเรื่องนี้ท่านต้องการสะท้อนให้เห็นพระเมตตากรุณาของพระเจ้า และมนุษย์ทุกคนเป็นคนบาปต้องการพระเมตตาจากพระองค์ เป็นต้นในเรื่องลูกล้างผลาญและลูกที่คิดว่าตนทำดีแล้ว ท่านอธิบายแยกแยะประเภทของคนบาปไว้ค่อนข้างชัดเจน ถ้าเราสังเกตบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์และผู้หยั่งรู้ถึงแก่นธรรมทั้งหลาย เมื่อเข้าถึงแก่นธรรมความจริงของชีวิตแล้ว ต่างยอมรับว่าตนเองเป็นคนบาปเป็นต่ำต้อยทั้งสิ้น “ยิ่งวิเคราะห์ตัวตนที่อยู่ภายในให้มากขึ้นเท่าใด ก็จะยิ่งเห็นความไม่สำคัญของตนเองมากขึ้นเท่านั้น นี่เป็นบทเรียนแรกของภูมิปัญญา จงอ่อนน้อมถ่อมตนแล้วเราจะฉลาดขึ้น จงมองให้เห็นความอ่อนแอของตน แล้วเราจะได้พลังอำนาจ” (วิลเลียม เอลเลอรี แซนนิง)

คนบาปประเภทแรก ลักษณะเหมือนลูกชายคนเล็ก เป็นคนเกเรประพฤติตนเสเพลที่เราพบอยู่ทั่วไป พวกเขาชอบประพฤติตนออกนอกลู่นอกทาง เขาคิดอยากจะทำอะไรก็ทำอย่างนั้น ไม่สนใจเรื่องศาสนาเรื่องศีลธรรมจริยธรรม เป็นคนไม่ดีอย่างเปิดเผยไม่ค่อยมีเงื่อนงำอะไรนัก การดำเนินชีวิตของคนพวกนี้เมื่อเราพบเห็นจะสามารถทราบโดยง่ายว่า พวกเขาเป็นคนเสเพลเป็นคนบาป “บุตรคนเล็กรวบรวมทุกสิ่งที่มีแล้วเดินทางไปยังประเทศห่างไกล ที่นั่นเขาประพฤติเสเพลผลาญเงินทองจนหมดสิ้น” (ลก15:13)

คนบาปประเภทที่สอง คือลูกชายคนโต ดูภายนอกดูเหมือนว่าเป็นคนดี ประพฤติตนอยู่ในกรอบอยู่ในร่องในรอย แต่เบื้องหลังไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าเขาเป็นอย่างไร เนื่องจากพวกคนนี้เป็นนักสร้างภาพจัดฉาก เป็นโจรในคราบนักบุญ เป็นผู้ร้ายสวมสูท ชอบทำให้ตนเองดูดีด้วยเห็นเหตุผลที่ซับซ้อนมากมายในชีวิตของตน คนพวกนี้เหมือนกับลูกคนโตซึ่งมีท่าทีเหมือนกับชาวฟาริสีและธรรมาจารย์ที่ภูมิใจว่าตนเป็น “ผู้ชอบธรรม” เพราะเขาถือพระบัญญัติอย่างเคร่งครัดตามตัวอักษรไม่เคยละเมิด “ลูกรับใช้พ่อมานานหลายปีแล้วไม่เคยฝ่าฝืนคำสั่งของพ่อเลย” (ลก.15:29) นี่เป็นภาพลักษณ์ที่ปรากฏภายนอกดูเหมือนว่าดี พระวรสารได้เผยธาตุแท้ที่อยู่ภายในเพื่อเตือนใจพวกหลงและหลอกตนเองว่า “พ่อไม่เคยให้ลูกแพะแม้แต่ตัวเดียวแก่ลูกเพื่อเลี้ยงฉลองกับเพื่อนๆ” (ลก.15:29) แพะเป็นสัญลักษณ์ของบาปความชั่วร้าย นั่นก็แสดงว่าคนประเภทนี้ก็อยากจะเสเพลเหมือนกัน แต่เหตุผลบางอย่างซึ่งซ่อนเร้นอยู่ภายใน ทำให้พวกเขาไม่กล้าแสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง

คนบาปประเภทไหนก็คือคนบาปเหมือนกัน พระเจ้าคงไม่พอพระทัยให้เราเป็นประเภทใดประเภทหนึ่ง แต่ทรงปรารถนาให้มนุษย์ทุกคนยอมรับความอ่อนแอของตน ยอมรับว่าตนเองเป็นคนบาป กลับใจใช้โทษบาปวอนขอพระเมตตาจากพระองค์ “เราบอกท่านทั้งหลายว่าในสวรรค์จะมีความชื่นชมยินดีเช่นนี้เพราะคนบาปคนหนึ่งกลับใจ” (ลก.15:7) ขอให้พระวาจาของพระเจ้าเตือนใจเรา ให้เราพิจารณามโนธรรมของเราอย่างจริง และยอมรับว่าเราเป็นคนอ่อนแอเป็นคนบาปวอนขอพระเมตตาจากพระเจ้าด้วยความสุภาพถ่อมตน ท่าทีเช่นนี้แหละจะนำความรอดพ้นมาสู่เราทั้งหลาย.

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ทางวัดจะเปิดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ประมาณวันจันทร์ที่ 25 มีนาคมจนถึงสิ้นเดือนเมษายน ผู้ปกครองที่ปรารถนาส่งลูกหลานมาเรียนคำสอนเตรียมรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ให้ลงชื่อผู้ที่จะมาเรียน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ความต้องการรถรับ-ส่งได้ที่หน้าวัด
  2. ศาลาอเนกประสงค์ก็คืบหน้าไปได้พอสมควรแล้ว และวัดเราได้ใช้บ้างแล้วในวันฉลองวัด ผู้ที่มีความปรารถนาจะช่วยเหลือในการสร้าง ทำได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือนำมามอบให้คุณพ่อเจ้าวัด
  3. ทุกๆวันอาทิตย์ทางวัดมีสอนคำสอนผู้ใหญ่ เวลา 10.30 น. ขอเชิญผู้ที่สนใจเป็นคาทอลิก และผู้ที่ต้องการมาทบทวนคำสอน มาเรียนคำสอนได้
  4. อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ประกาศรณรงค์ให้คริสตชน ทุกวัด ทุกครอบครัว ทุกคน
    สวดภาวนาเพื่อพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 16 เพื่อแสดงความกตัญญูรู้คุณต่อพระองค์ และสวดภาวนาสำหรับการเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่นี้
  5. วันอาทิตย์ที่ 17 มี.ค. 2013 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่สนใจมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  6. กระบอกมหาพรต เขต 2 รณรงค์สบทบทุนเงินกระบอกมหาพรตเป็นพิเศษ เพื่อช่วยเหลือชาวต่างชาติที่อพยพเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งได้มอบหมายให้วัดอัครเทวดา มีคาแอล สะพานใหม่คอยช่วยเหลือ

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 10-03-2013

Tags: , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.