บอกเล่าให้ฟัง
ฤทธิ์กุศลความมัธยัสถ์ เป็นฤทธิ์กุศลหรือคุณธรรมที่เกี่ยวกับความประพฤติ ซึ่งหลายๆคนเข้าใจว่าเป็นเรื่องของการประหยัดในเรื่องการใช้จ่ายทรัพย์สินเงินทองเท่านั้น แต่ความจริงแล้วฤทธิ์กุศลความมัธยัสถ์ หมายถึงการรู้จักยับยั้งควบคุมความสนุกทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 นั่นก็คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ตั้งแต่สมัยโบราณเขาถือกันว่าประสาทสัมผัสทั้ง 5 เป็นทางเข้าออกของความดีความชั่วเพราะฉะนั้นเราจึงต้องควบคุมมันไว้ให้อยู่ในร่องในรอยไม่ปล่อยไปตามความต้องการของกิเลสตัณหา ไม่เช่นนั้นแล้วสิ่งที่เข้ามากระทบประสาทสัมผัสของเราก็อาจจะทำให้เราตกในบาปได้เหมือนกัน อาทิ ตาของเราชอบมองดูอะไร หูของเราชอบฟังเรื่องอะไร ปากของเราชอบพูดเรื่องอะไรดีหรือชั่ว สิ่งเหล่านี้อาจจะนำมาซึ่งความโลภความฟุ้งเฟ้อ ความโกรธ ความหลง ความลามก และการปลงใจในความอุลามกก็ได้ฯลฯ ด้วยเหตุนี้สมัยก่อนเวลาโปรดศีลเจิมคนไข้ พระสงฆ์จะเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง อาทิ ศีรษะ ตา หู จมูก ปาก มือ เท้า เพราะอวัยวะเหล่ามีส่วนทำให้เราตกในบาป
นอกจากความมัธยัสถ์ทางประสาทสัมผัสแล้ว เราก็ไม่สามารถมองข้ามความหมายของการประหยัดไปได้ เป็นต้นในสภาพเศรษฐกิจที่กำลังตกต่ำในปัจจุบัน การดำเนินชีวิตอย่างฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อก็สามารถทำให้เราเป็นทาสของวัตถุนิยม บริโภคนิยม สุขนิยมได้เหมือนกัน อีกทั้งยังเป็นสาเหตุทำให้มนุษย์ทำลายสภาพแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติโดยหวังเพียงผลประโยชน์อีกด้วย สถานการณ์เช่นนี้จึงเป็นสถานการณ์ที่เรียกร้องความร่วมมือจากทุกๆคนที่จะช่วยกันทำให้โลกของเราสังคมของเราน่าอยู่และปลอดภัย โดยการประพฤติปฏิบัติฤทธิ์กุศลหรือคุณธรรมความมัธยัสถ์อย่างเคร่งครัดมากขึ้น
จากคุณพ่อเจ้าวัด
พระเยซูคริสตเจ้าเป็นใครสำหรับเรา
คำถามนี้เป็นคำถามที่ท้าทายเราทุกๆคน ที่ประกาศตนเองว่าเป็นคริสตชนผู้มีความเชื่อในองค์พระเยซูคริสตเจ้า และเป็นศิษย์ติดตามพระองค์อย่างใกล้ชิด เป็นคำถามที่เชิญชวนให้เราพิจารณาไตร่ตรองอย่างดีว่าเรารู้จักองค์พระเยซูคริสตเจ้าจริงหรือไม่ รู้จักอย่างไร พระองค์เป็นใครสำหรับเรา คำตอบที่มาจากคำตอบของนักบุญเปโตรที่เราพบในพระคัมภีร์ดูเหมือนว่าง่ายและถูกต้องที่สุด แต่ในชีวิตจริงมันอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด “เปโตรทูลตอบว่า พระองค์คือพระคริสตเจ้า” (มก.8:29) เพราะคำตอบของนักบุญเปโตรเป็นทั้งคำตอบและการยืนยันความเชื่อในเวลาเดียวกัน นักบุญยากอบสอนว่า “ความเชื่อที่ไม่มีกิจการเป็นความเชื่อที่ใช้ไม่ได้” (ยก.2:14) เพราะฉะนั้นเรามีความเชื่ออย่างไรต้องปฏิบัติอย่างนั้น นักบุญเปโตรเองถึงแม้ว่าท่านจะตอบอย่างถูกต้อง และยืนยันความเชื่อในองค์พระเยซูคริสตเจ้า แต่เมื่อเผชิญกับเรื่องราวของพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้าที่ท่านไม่เข้าใจท่านก็ไขว้เขวเหมือนกัน
เราทุกๆคนอาจจะยืนยันความเชื่อเหมือนท่านนักบุญเปโตร แต่ในชีวิตจริงเราได้ตอบรับคำเชื้อเชิญขององค์พระเยซูคริสตเจ้าหรือไม่ก็เป็นสิ่งน่าคิดอยู่เหมือนกัน “ถ้าผู้ใดอยากติดตามเรา ก็ให้เขาเลิกนึกถึงตนเอง ให้แบกไม้กางเขนของตน และติดตามเรา” (มก.8:34) การยืนยันความเชื่อในยามสุขสบายสมความปรารถนาทุกประการมันเป็นเรื่องที่ง่าย แต่เมื่อความทุกข์ยากลำบากมาเยือนชีวิต ขอแล้วไม่ได้สมความปรารถนาวันนั้นแหละ ความเชื่อของเราจะได้รับการพิสูจน์เช่นเดียวกับท่านนักบุญเปโตร คำตอบต่อคำถามข้างต้นของเราอาจจะเหมือนนักบุญเปโตร “พระองค์คือพระคริสตเจ้า บุตรพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” แต่การดำเนินชีวิตของเราตรงกับคำตอบนั้นหรือเปล่า พระเยซูคริสตเจ้าบอกกับเราว่าใครก็ตามที่ปฏิบัติต่อพี่น้องที่ต่ำต้อยคนหนึ่งนี้ก็เท่ากับปฏิบัติต่อพระองค์เอง กี่ครั้งมาแล้วที่เราเมินเฉยต่อความต้องการของผู้อื่นเป็นต้นพี่น้องที่ต่ำต้อย กี่ครั้งมาแล้วที่เราแสดงความใจจืดใจดำไม่แสดงความรักต่อเพื่อนพี่น้องทั้งๆที่เราช่วยได้ นักบุญยากอบสอนว่า ความเชื่อที่ปราศจากกิจการที่ดีมีเมตตาเป็นความเชื่อที่ใช้ไม่ได้ กิจการของความเชื่อก็คือความรัก ความรักแบบคริสตชนที่แท้จริงต้องสามารถอุทิศตนเพื่อผู้อื่นตามแบบอย่างของพระเยซูคริสตเจ้าพระอาจารย์ของเรา
เราอย่ายืนยันความเชื่อแต่ปากแต่ต้องยืนยันด้วยกิจการ เราอย่ารักกันแต่ปากแต่ต้องรักกันด้วยกิจการและตามความเป็นจริง เราอย่ารู้จักพระเยซูคริสตเจ้าตามที่เราคิดเราปรารถนาแต่ต้องรู้จักตามที่พระองค์เป็น การรู้จักพระองค์ที่แท้จริงคือการดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระองค์ ตอบรับคำเชื้อเชิญของพระองค์โดยปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ คำสอนของพระองค์ก็มีเพียงสั้นเท่านั้นคือ “ท่านทั้งหลายจงรักกันและกันอย่างที่เรารักท่าน” ถ้าเราปฏิบัติได้อย่างนี้แสดงว่าเรารู้จักและรักพระองค์จริง
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- วันเสาร์ที่ 26 ก.ย. 2009 อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ จัดฉลองศาสนนาม “มีคาแอล”เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อพระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู ณ บ้านเณรยอแซฟ สามพราน เวลา 9.00 – 14.00 น. ขอให้ทุกวัดนำธงของวัดไปร่วมขบวนแห่ และจัดผู้แทน 2 ท่านขึ้นไปแสดงกตัญญุตาต่อพระคุณเจ้าช่วงปลายมิสซาด้วย
- วันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. 2009 ทางเขต 2 ได้มอบหมายให้วัดของเราไปเยี่ยมศูนย์มาร์ติน ปากเกร็ด ทางวัดจะไปในช่วงบ่ายพี่น้องท่านใดสนใจจะไปร่วมกิจกรรมด้วยเชิญไปร่วมกันได้
- ประชุมสภาอภิบาล วันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. 2009 หลังมิสซา เวลา 10.30 น.
- เดือนตุลาคมเป็นเดือนแม่พระ ทางวัดจะจัดให้มีการสวดตามบ้าน บ้านใดต้องการให้นำรูปแม่พระไปสวดที่บ้านวันไหน ให้ลงที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ สถานที่หรือจุดสังเกตที่ชัดเจนได้ที่ปฏิทินสวดตามบ้านหน้าวัด
- ซ้อมขับร้องเตรียมคริสตมาส และฉลองวัดจะเริ่มในเดือนตุลาคม วันเสาร์ ขอความร่วมมือจากพี่น้องทุกท่านมาร่วมเป็นนักขับร้องด้วย
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต