ฉบับที่ 13003 วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2013 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

จิตใจที่บริสุทธิ์เป็นก้าวแรกของการเป็นคนดี เพราะพระเจ้าเป็นองค์ความดีเป็นความบริสุทธิ์ เมื่อคนๆหนึ่งมีจิตใจที่บริสุทธิ์ก็แสดงว่าเขามีจิตใจที่มีคุณลักษณะเหมือนพระเจ้า ถ้าเขาพยายามรักษาไว้โดยไม่ยอมให้มีสิ่งใดมาแทรกแซง เขาจะสามารถเข้าไปสัมผัสลิ้มรสความดีงามของพระเจ้าได้ ชีวิตของเขาจะมีความสงบสุข ในบทเทศน์บนภูเขาเรื่องความสุขแท้จริงพระเยซูคริสตเจ้าตรัสไว้ว่า “ผู้มีใจบริสุทธิ์ ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้เห็นพระเจ้า”(มธ.5:8) เพราะฉะนั้นบนเส้นทางการดำเนินชีวิตของเรา เราจึงต้องพยายามเฝ้าระมัดระวังจิตใจของเราอย่ายอมให้มีอะไรมาแทรกแซงง่ายๆ ถ้าเราพบว่าจิตใจของเราขุ่นมัวไปด้วยอะไรไม่ว่าจงเร่งชำระจิตใจเสีย ศาสนาทุกศาสนาในโลกเข้าใจความจริงข้อนี้อย่างถ่องแท้ จึงพยายามหาวิธีการ จัดช่วงเวลา เพื่อศาสนิกทั้งหลายจะได้มีโอกาสชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ใสสะอาด

ศัตรูของความบริสุทธิ์ทางด้านจิตใจมีมากมาย แต่ศัตรูตัวร้ายที่สุดของจิตใจบริสุทธิ์ก็คือตัวเราเอง เพราะมนุษย์มักจะคิดถึงตนเองก่อนสิ่งอื่นอยู่เสมอโดยยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง การคิดถึงตนเองยึดตนเองเป็นศูนย์กลางเป็นบ่อเกิดของความชั่วร้ายในจิตใจหลากหลายชนิด ความเห็นแก่ตัว ใช้ตนเองเป็นมาตรการตัดสินทุกสิ่ง ไม่ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น อะไรๆก็ต้องเป็นฉัน เพราะฉันเท่านั้นสำคัญ ฉันเท่านั้นถูกต้อง ฉันต้องเป็นที่หนึ่งตลอดเวลา ความโลภ เกิดจากความพยายามที่จะฟักฟูมตอบสนองความต้องการของตนเอง อยากสบาย อยากมีโน้นอยากมีนี่ไม่รู้จักจบสิ้น โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของใคร พอหาทางตรงไม่ได้ก็ใช้ทางอ้อมทางทุจริต ความอิจฉาริษยา เป็นความไม่พึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีและตนเองเป็น โดยนำตนเองไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น อยากมีอยากเป็นเหมือนผู้อื่นเขา ทนเห็นผู้อื่นเหนือกว่าตนไม่ได้ เมื่อมีและเป็นอย่างผู้อื่นเขาไม่ได้จะรู้สึกขัดเคืองใจ หาทางกลั่นแกล้งทำร้ายผู้อื่น อคติ เป็นทัศนคติในเชิงลบ มองโลกในแง่ร้าย ไม่รู้จักใช้เหตุผลในการแสวงหาความจริงความถูกต้อง ปล่อยใจไปกับรู้สึกและทัศนคติในเชิงลบ จนในที่สุดความคิดเลวร้ายต่อผู้อื่นก็ก่อตัวและแอบแฝงในจิตใจ คิดร้ายและมุ่งทำร้ายผู้อื่น ฯลฯสิ่งที่พ่อเขียนเล่าให้ฟังนี้ไม่ใช่เรื่องวิชาการหรือคำนิยามใดๆ แต่เป็นการเขียนที่มาจากประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตกับผู้คนและพบเห็นมันเกิดขึ้นอยู่เป็นเนืองนิตย์ จึงนำเอามาเขียนเล่าให้ฟังก็เพื่อเป็นอุทาหรณ์ เตือนให้เราเฝ้าระมัดระวังจิตใจของเราให้ดี อย่าปล่อยให้ความเลวร้ายเหล่านี้เข้ามาแผ้วพานแอบแฝง เพราะจิตใจของเรานั้นเป็นที่สะสมได้ทั้งความดีและความเลวร้าย พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนว่า “สิ่งที่ออกมาจากปากนั้นออกมาจากใจ ใจเป็นที่เกิดของความคิดชั่วร้าย การฆ่าคน การประพฤติผิดทางเพศ การผิดประเวณี การลักขโมย การเป็นพยานเท็จ การใส่ร้าย”(มธ.15:18-19) จิตใจของเราจะเป็นที่เกิดของความชั่วร้ายได้อย่างไร ถ้ามันไม่มีสิ่งเหล่านี้สะสมอยู่ก่อนแล้ว การเฝ้าระมัดระวังจิตใจและชำระจิตใจให้บริสุทธิ์อยู่เสมอจึงสำคัญ เพราะคนเราจะดีหรือจะชั่วมันอยู่ที่ใจ เราจึงต้องพยายามสะสางความเลวร้ายความมัวหมอง ออกจากจิตใจของเรา และเติมแต่งจิตใจของเราด้วยคุณธรรมความดี เมื่อจิตใจของเราเต็มไปด้วยความดี กิจการต่างๆที่เราทำก็จะเป็นกิจการที่ดีน่าชื่นชม นี่จึงเป็นก้าวแรกที่คนๆหนึ่งจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นคนดีอย่างสมภาคภูมิ

จากคุณพ่อเจ้าวัด

วอนขอด้วยความสุภาพ ความเชื่อ และความวางใจ

การวอนขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าถือว่า เป็นองค์ประกอบอย่างหนึ่งของการสวดภาวนา ซึ่งเป็นการแสดงถึงความเชื่อ และความวางใจในพระเจ้าของผู้ที่มีความเชื่อทั้งหลาย เพราะเราเชื่อว่าพระเจ้าทรงฤทธานุภาพยิ่งใหญ่และทรงพระเมตตา สามารถช่วยเหลือเติมเต็มในส่วนที่เราขาดไป หรือเกินความสามารถของเรา เราจึงขอความช่วยเหลือจากพระองค์ เราคริสตชนผู้มีความเชื่อจึงต้องเรียนรู้ว่าจะต้องวอนขออย่างไร เพื่อเราจะได้สามารถสวดภาวนาอย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผล จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานสมรสที่หมู่บ้านคานาแคว้นกาลิลี ซึ่งพระนางมารีย์ได้ขอความช่วยเหลือจากพระเยซูคริสตเจ้า เป็นแบบอย่างทำให้เรารู้ว่าเวลาเราสวดภาวนาเราต้องวอนขอต่อพระเจ้าอย่างไร

พระนางมารีย์วอนขอสิ่งที่จำเป็นจริงๆ และไม่ได้วอนขอเพื่อตนเองแต่วอนขอเพื่อผู้อื่น “เมื่อเหล้าองุ่นหมด พระมารดาของพระเยซูเจ้าจึงมาทูลพระองค์ว่า เขาไม่มีเหล้าองุ่นแล้ว”(ยน.1:3) ในวัฒนธรรมของชาวยิวในงานมงคลสมรส ถ้าเหล้าองุ่นไม่พอเพียงสำหรับแขกที่มาในงาน จะสร้างความเสียหายให้แก่เจ้าภาพเป็นอย่างมาก พระนางมารีย์จึงไปขอให้พระเยซูคริสตเจ้าช่วยเหลือกู้หน้าเจ้าภาพไว้ ในการสวดภาวนาเราวอนขออะไร หลายๆคนขอให้มีสุขภาพดี ขอความสงบสุขแก่ครอบครัว ขอเกี่ยวกับเรื่องการงานอาชีพ ฯลฯ การวอนขอเช่นนี้ก็สามารถขอได้ไม่ถือเป็นความผิดอะไร เพราะดูเหมือนว่าเราวอนขอเพื่อตนเอง แต่เบื้องหลังการวอนขอเช่นนี้มันส่งผลดีถึงผู้อื่นอยู่บ้างเหมือนกัน อาทิ ถ้าเรามีสุขภาพดีเราจะสามารถทำหน้าที่ของเราในการสร้างประโยชน์สุขเพื่อผู้อื่นได้เหมือนกัน นักบุญยากอบสอนว่า “ท่านวอนขอ แต่ไม่ได้รับ เพราะท่านวอนขอไม่ถูกต้อง คือวอนขอเพื่อนำไปตอบสนองกิเลสตัณหาของท่าน”(ยก.4:3)

พระนางมารีย์วอนขอด้วยความสุภาพ ความเชื่อ และความวางใจ พระนางไม่ได้เข้าไปขอความช่วยเหลือจากพระเยซูคริสตเจ้าในฐานะแม่ผู้ซึ่งสามารถออกคำสั่งกับลูกได้ แต่พระนางไปบอกถึงความจำเป็นความเดือดร้อนที่กำลังจะเกิดขึ้น และสำนึกด้วยว่าพระนางไม่สามารถช่วยเจ้าภาพได้ด้วยตนเอง แต่เชื่อมั่นว่าลูกของพระนางสามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้แน่ๆ ด้วยเหตุนี้พระนางจึงกำชับคนรับใช้ว่า “เขาบอกให้ท่านทำอะไร ก็จงทำเถิด”(ยน.2:5) หลังจากนั้นแล้วพระนางก็ไม่ได้ไปเซ้าซี้และกล่าวอะไรอีกเลย แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพระนางวางใจว่า พระเยซูคริสตเจ้าลูกของพระนางจะต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่งในการแก้ปัญหาครั้งนี้อย่างแน่นอน ความสุขภาพ ความเชื่อ และความวางใจ จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้การสวดภาวนาของเรามีประสิทธิภาพประสิทธิผล

หลายๆครั้งในชีวิตเราอยู่ในภาวะอับจนหนทาง ทำอะไรดูจะขัดข้องไปหมด ปัญหาไม่มีทางออก เราทำอะไรไม่ได้เลย จงเลียนแบบพระนางมารีย์ ในการยอมรับความอ่อนแอของตนเองด้วยความสุขภาพ เข้าไปหาพระเจ้าด้วยความเชื่อมั่นในฤทธานุภาพและพระเมตตาของพระองค์ว่า พระองค์จะประทานความช่วยเหลือที่ดีที่สุดสำหรับเรา และฝากทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ด้วยความไว้วางใจ กล่าวกับพระองค์ซื่อๆว่า “ขอให้ทุกสิ่งเป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์ ลูกเชื่อและวางใจว่าพระประสงค์ของพระองค์นั้นดี และเป็นประโยชน์สำหรับลูกแน่นอน”

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซาเพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน และจัดตารางเวลา
  2. วันอาทิตย์ที่ 27 ม.ค. 2013 ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่สนใจจะมาช่วยมิสซา และอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. ศาลาอเนกประสงค์ก็คืบหน้าไปได้พอสมควรแล้ว และวัดเราได้ใช้บ้างแล้วในวันฉลองวัด ผู้ที่มีความปรารถนาจะช่วยเหลือในการสร้าง ทำได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือนำมามอบให้คุณพ่อเจ้าวัด
  4. ครอบครัวใดมีผู้สูงอายุที่บ้านและมาร่วมมิสซาไม่ได้ ถ้าปรารถนาให้พ่อไปส่งศีลในวันศุกร์ต้นเดือน ให้แจ้งที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด
  5. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 3 ก.พ. 2013 หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกๆท่านเข้าประชุมกันโดยพร้อมเพียง
  6. วันพุธที่ 13 ก.พ. 2013 เป็นวันพุธรับเถ้า เริ่มเทศกาลมหาพรต ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณเสกและโปรยเถ้า เวลา 19.00 น.

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 20-01-2013

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.