ฉบับที่ 973 วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน 2555 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

เวลานี้หลังมิสซาวันอาทิตย์วัดของเรามีชีวิตชีวามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีเด็กๆมาสวดภาวนาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน กลุ่มต่างๆ ผู้อ่านบทอ่าน ผู้ช่วยมิสซา สภาภิบาล พลมารีย์ ก็ช่วยกันมาเป็นแกนนำในการอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน เพื่อพี่น้องทุกๆท่านที่สนใจจะได้สามารถมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกันได้ โดยมีกลุ่มต่างๆเป็นแกนนำหลักอยู่แล้ว พ่อคิดว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่ดี เป็นการทำให้วันอาทิตย์มีความหมายมากขึ้น “วันอาทิตย์อย่าลืมฉลองเป็นวันศักดิ์สิทธิ์” พระบัญญัติประการนี้มิได้หมายความว่า “คริสตชนมาร่วมมิสซาในวันอาทิตย์ก็พอแล้ว” แต่เป็นการทำให้วันพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์จริงๆสมกับเป็นวันที่เราถวายเกียรติแด่พระเจ้า ถ้าจะถามว่ากิจการอื่นๆทำได้หรือไม่ คำตอบก็คือได้แต่ต้องมาร่วมมิสซาอาจจะก่อนหรือหลังก็ได้เพราะตามวัดต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงกัน ได้พยายามจัดมิสซาเพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องอยู่แล้ว กิจการต่างๆที่ทำให้วันอาทิตย์เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ จะต้องเป็นกิจการที่ดีและส่งเสริมคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อาทิ กิจศรัทธาต่างๆ การพักผ่อนร่วมกันในครอบครัว การทำกิจเมตตา การจัดวันอาทิตย์ให้เป็นวันพบปะกันในครอบครัว การรับประทานอาหารร่วมกันฯลฯ จะเห็นได้ว่ากิจการที่มีคุณค่าทางศาสนา วัฒนธรรม สุนทรียศาสตร์ ที่สามารถหล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ให้เติบโตขึ้นในมิติต่างๆสามารถทำได้ในวันอาทิตย์

ด้วยเหตุนี้พ่อจึงเชิญชวนพี่น้องทุกๆท่านร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางวัดจัดขึ้นตามความสามารถ พวกเราอย่ากังวลว่าเรามาทุกครั้งไม่ได้ เราทำไม่เป็น เราไม่รู้จักใคร เราอ่านพระคัมภีร์ไม่เป็น เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเราต้องมีการเริ่มต้นฝึกฝนเสมอ และกิจกรรมต่างๆเปิดกว้างให้พี่น้องสามารถร่วมได้ตามความสะดวก พี่น้องเชื่อไหมตั้งแต่อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯมีนโยบายเรื่องวิถีชุมชนวัด(BEC) ซึ่งมีระบบวิธีการที่ชัดเจนคือ 1. ต้องเป็นคนที่อยู่ในละแวกบ้านเดียวกันรวมตัวกัน 2. ต้องมีพระวาจาของพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง 3. ต้องมีการประชุมกันสม่ำเสมอ 4. ต้องมีกิจกรรมร่วมกัน เช่น ช่วยกันแก้ไขปัญหาต่างๆในชุมชน กิจเมตตา ฯลฯ 5. ต้องขึ้นกับพระศาสนจักร เป็นที่รับรู้ของคุณพ่อเจ้าอาวาส พ่อไม่ทราบว่าจะเริ่มอย่างไรแค่ฟังก็ปวดหัวแล้ว พ่อจึงเลิกคิดถึงทฤษฎีแต่คิดถึงสิ่งที่พวกเราพอจะทำกันได้โดยเริ่มต้นที่วัด ซึ่งเป็นที่รวมใจของสัตบุรุษอยู่แล้ว จนกระทั่งเวลานี้สัตบุรุษจากวัดอื่นเขาถามพ่อถึงกิจการต่างๆที่วัดของเราทำ เพราะพวกเขาก็ไม่ทราบว่าจะเริ่มกันอย่างไร คุณพ่อ อาเดียอาโนที่มาเทศน์เรื่องธรรมทูตที่วัดของเรา ท่านได้มีโอกาสมาร่วมอ่านพระคัมภีร์กับพวกเราหลังมิสซา ท่านบอกกับพ่อว่าดีแล้วให้ทำกันต่อไป และถ้าท่านมีเวลาว่างท่านจะมาอ่านพระคัมภีร์กับพวกเราอีกพี่น้องพ่ออยากให้พวกเราคิดถึงเมล็ดซีนาปีส ซึ่งพระเยซูคริสตเจ้าเคยตรัสไว้ในคำอุปมาว่า “มันเป็นเมล็ดพืชที่เล็กที่สุด แต่เมื่อปลูกลงไปแล้วมันจะเติบโตขึ้นเป็นต้นไม้ใหญ่” ที่พ่อกล่าวเช่นนี้ไม่ปรารถนาที่จะทำให้เราจองหองภูมิใจในผลงาน เพราะนี่เป็นการเริ่มต้นเท่านั้น และเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นนั้นเป็นพระพรของพระเจ้า ผ่านทางการร่วมมือร่วมใจของพวกเรา เราจึงต้องขอบพระคุณพระจ้า และร่วมมือร่วมใจกันต่อไป ทำให้วัดของเรามีชีวิตชีวาเป็นศูนย์รวมใจของพวกเราให้จงได้ และพร้อมกันนั้นพวกเราจะต้องพยายามทำให้วันพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ และมีความหมายกับเรามากที่สุด

จากคุณพ่อเจ้าวัด

เอฟฟาธา “จงเปิดเถิด”

พระวาจาที่พระเยซูคริสตเจ้าตรัสในการรักษาคนหูหนวก “เอฟฟาธา” แปลว่า “จงเปิดเถิด”(มก.7:34) เป็นพระวาจาที่สำคัญต่อการพัฒนาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราคริสตชน การเปลี่ยนแปลงพัฒนาจะเกิดในชีวิตของมนุษย์ ก็ต่อเมื่อคนๆหนึ่งเปิดตามอง เปิดหูฟัง เปิดใจที่จะรับรู้สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นรอบๆตัวเขา รับรู้ถึงผลที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น แล้วตัดสินใจว่าจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไร จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่เปลี่ยนแปลง จะพัฒนาหรือไม่พัฒนา จะกลับใจหรือไม่กลับใจ ถ้าเขาไม่ยอมรับรู้ไม่เปิดตา เปิดหู เปิดใจ ยอมรับรู้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น เขาก็จะไม่รู้สึกรู้สมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และคิดว่า “ไม่ใช่เรื่องของเขา” “เป็นเรื่องไกลตัว” เหมือนคนไข้ไปหาหมอแล้วไม่ยอมรับว่าตนเองป่วย เขาจะไม่มีทางหายป่วยเพราะเขาจะไม่ได้รับการรักษา คนบ้ามักจะคิดว่าตนเองไม่บ้า ฯลฯ

เอฟฟาธา “จงเปิดเถิด” ในแง่หนึ่งจึงเป็นการปลุกจิตสำนึกตระหนักรู้ (awareness) ให้กับเรา เราจะเห็นได้จากกระบวนการในการพัฒนาชีวิตภายในที่มีอยู่มากมายในพระศาสนจักร เมื่อเราเปิดตามองสิ่งต่างๆด้วยสายตาแห่งความเชื่อ เปิดหูรับฟังพระวาจาของพระเจ้า ความต้องการของเพื่อนพี่น้อง ใจเรารับรู้สัมผัสได้ถึงความรักความเมตตาของพระเจ้า พระประสงค์ของพระองค์ คนที่ตระหนักถึงสิ่งต่างๆเหล่านี้จะเกิดความเชื่อความศรัทธา และแสดงออกโดยแสดงความรักความเมตตาต่อเพื่อนพี่น้อง ยอมเปลี่ยนแปลงตนเองถ้าตนเองเป็นสาเหตุของความเสื่อมเสียที่เกิดขึ้น เพราะนั่นเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า ในองค์กรเยาวชน YCS เขายึดจิตตารมณ์ การพิจารณาไตร่ตรอง ตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติ (See Judge Act) มีวิธีการอ่านพระคัมภีร์และรำพึงอย่างหนึ่ง เริ่มด้วย การพิจารณาไตร่ตรองสถานการณ์จริง ฟังเสียงของพระเจ้าที่ตรัสในใจเราโดยผ่านทางสถานการณ์นั้น และปฏิบัติด้วยความรักความเมตตาต่อเพื่อนพี่น้อง ( Look Listen Love) เราจะพบว่ากระบวนการเหล่านี้เรียกร้อง การเปิดตา เปิดหู เปิดใจ น้อมรับพระประสงค์ของพระเจ้าทั้งสิ้น

ประกาศกอิสยาห์ ได้ทำนายถึงกิจการที่จะปรากฏในวันที่พระเจ้าเสด็จมา (อสย.35:4.7) เมื่อพระเยซูคริสตเจ้าเสด็จมาพระองค์ได้ทำกิจการเหล่านั้น “ทันใดนั้นหูของเขากลับได้ยิน สิ่งที่ขัดลิ้นก็หลุดออก เขาพูดได้ชัดเจน”(มก.7:35) แต่ทำไมชาวยิวจำนวนมากมายที่รู้เห็นกิจการเหล่านั้นไม่เชื่อว่าพระองค์เป็นพระเจ้า นักบุญยากอบได้สอนบรรดาคริสตชนว่าอย่าวางการปฏิบัติตามความเชื่อบนพื้นฐานของความลำเอียงการตัดสินจากภายนอก แต่ต้องไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งถึงคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้า เมื่อคนร่ำรวยกับคนยากจนมาบ้านของท่าน ท่านจะเชิญพวกเขาไปนั่งที่ไหนบ้าง “คนร่ำรวย “เชิญนั่งตามสบายที่นี่เถิด” คนยากจน “จงนั่งข้างที่วางเท้าของฉันซิ” ท่านก็เป็นผู้เลือกชั้นวรรณะและตัดสินโดยมาตรการเลวร้าย”(ยก.2:1-4) สิ่งต่างๆที่พระคัมภีร์กล่าวถึงเกิดขึ้นจากการขาดจิตสำนึกตระหนักรู้ถึงพระประสงค์ของพระเจ้า ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตประจำวันของเรา พระเจ้าทรงปรารถนาให้เราร่วมมือกับพระองค์ในการเปลี่ยนแปลงโลก สังคม และชีวิตของเราให้ดีขึ้นอยู่เสมอ เราจึงต้องเปิดตา เปิดหู เปิดใจที่จะน้อมรับพระประสงค์ของพระองค์ที่ผ่านมาในชีวิตของเราและปฏิบัติตาม เพื่อเราจะได้สามารถเป็นเครื่องมือของพระเจ้าในการรักและรับใช้เพื่อนพี่น้อง เอฟฟาธา “จงเปิดเถิด”

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ศาลาเอนกประสงค์ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว สำหรับผู้ที่เคยแจ้งเจตจำนงที่จะช่วยเหลือ ถ้ายังมีเจตจำนงเหมือนเดิม และท่านอื่นๆที่ต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการสร้างสามารถมามอบให้กับพ่อ และบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัดตามความสามารถ .
  2. วันอาทิตย์นี้ ทางวัดของเราจะไปเยี่ยมศูนย์มาร์ตินที่ปากเกร็ด หลังเที่ยง ผู้ใดปรารถนาที่จะสมทบทุนช่วยกิจการของศูนย์มาร์ตินที่ดูแลเด็กด้อยโอกาส ทำได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  3. เขต 2 จัดคลินิกครอบครัวสุขสันต์ ครั้งที่ 3 วันเสาร์ที่ 15 ก.ย. 2012 ที่วัดเซนต์จอห์น ลงทะเบียนเวลา 9.00 น. จบเวลา 15.00 น. ผู้ใดต้องการเข้าร่วมลงชื่อได้ที่หน้าวัด
  4. วันอาทิตย์ที่ 16 ก.ย. 2012 คุณพ่อ นุพันธ์ ทัศมาลี จะมาทำมิสซาแรกที่วัดของเรา มิสซาเวลา 8.30 น. ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาและรับพรจากพระสงฆ์ใหม่
  5. เดือนตุลาคมเป็นเดือนแม่พระลูกประคำ ผู้ที่ปรารถนาที่จะเชิญพระรูปแม่พระ และคณะสวดประคำไปสวดที่บ้าน ลงชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ที่สังเกตที่สังเกตได้ง่ายได้ที่หน้าวัด

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สัปดาห์ที่ 09-09-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.