ฉบับที่ 989 วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 2555 ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า

บอกเล่าให้ฟัง

จากความเชื่อของมนุษย์เกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ อาทิ เจ้าป่า เจ้าเขา ฯลฯ จนพัฒนามาเป็นความเชื่อในศาสนาต่างๆ ทำให้เราทราบแน่ชัดว่ามนุษย์สามารถรู้ได้ว่าพระเจ้ามีอยู่จริงโดยอาศัยเหตุผล แต่เหตุผลล้วนๆไม่สามารถช่วยให้มนุษย์ทราบว่าพระเจ้าเป็นอย่างไร ถ้าเราอ่านพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมเราจะพบว่า ประชากรของพระเจ้าสามารถรู้จักพระเจ้าระดับหนึ่ง และเป็นพระองค์เองที่ค่อยๆเผยแสดงพระองค์ให้ประชากรของพระองค์รู้จักมากขึ้น แน่นอนที่สุดในตอนต้นๆมนุษย์จะต้องรู้ว่า “มีบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่เหนือมนุษย์” ซึ่งมนุษย์ต้องให้ความเคารพยำเกรง ด้วยเหตุนี้ภาพพจน์ของพระเจ้าในพันธสัญญาเดิม จึงเป็นพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่น่ากลัว และเป็นพระเจ้าที่อยู่ห่างไกล แต่ด้วยความรักพระองค์จึงมีความปรารถนาที่เผยพระองค์ให้มนุษย์ได้รู้จักพระองค์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยพยายามสร้างความสัมพันธ์กับมนุษย์ในประวัติศาสตร์แห่งความรอดพ้น

จากการเรียกและเลือกสรรคนบางคน อาทิ โนอาห์ให้สร้างเรือใหญ่เพื่อช่วยสิ่งมีชีวิตให้รอดพ้นจากน้ำมหาวินาศ ทรงเรียกอับราฮัม เพื่อให้ท่านเป็นบิดาของชนชาติใหญ่ประชากรของพระองค์ ทรงเรียกโมเสส จนถึงบรรดาประกาศก ให้มาทำนายบอกกล่าวเรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ ที่พระเจ้าทำเช่นนี้เพราะทรงรักมนุษย์และปรารถนาให้มนุษย์รู้จักพระองค์ลึกซึ้งมากขึ้นทุกๆวัน จนในที่สุดพระองค์ทรงเผยพระองค์ให้มนุษย์รู้จักชัดเจนสมบูรณ์มากที่สุดในองค์พระบุตร ซึ่งเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเองที่เสด็จลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ผู้ต่ำต้อย ในองค์พระบุตรพระเยซูคริสตเจ้า พระเจ้าทรงเปิดดวงพระทัยของพระองค์แก่เรา และทรงทำให้เรามีความเข้าใจพระธรรมชาติที่ลึกล้ำของพระองค์มากขึ้น จากพระเจ้าที่มนุษย์ไม่อาจแลเห็นมาเป็นพระเจ้าที่มนุษย์แลเห็นได้ จากพระเจ้าที่อยู่ห่างไกลกลายเป็นพระเจ้าที่ประทับอยู่ท่ามกลางเรา มาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา จากพระเจ้าที่น่ากลัวบัดนี้เราได้สัมผัสถึงพระทัยดี ความรัก ความเมตตาของพระองค์

วันพระคริสตสมภพจึงเป็นโอกาสที่พระเจ้าทรงเผยแสดงพระองค์ให้มนุษย์รู้จัก เพื่อมนุษย์จะได้เข้าใจพระประสงค์และพระทัยดีของพระองค์ว่าพระองค์ทรงรักมนุษย์มากแค่ไหน หลังจากมนุษย์ตกในบาปมนุษย์สิ้นหวังจมอยู่ในความมืดและเงาแห่งความตายจนต้องพินาศไปในที่สุด บัดนี้การบังเกิดมาของพระเยซูคริสตเจ้าทำให้มนุษยชาติมีความหวังอีกครั้งที่จะได้รับความรอดพ้น ถ้าใครก็ตามเลือกที่จะดำเนินชีวิตบนหนทางของพระองค์ แสงสว่างแท้เข้ามาในโลกแล้วใครที่ติดตามแสงสว่างนั้นด้วยความเชื่อจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า ที่พระเจ้าทรงกระทำเช่นนี้เพื่อมนุษย์จะได้กล้าเข้ามาหาพระองค์ สามารถสร้างความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับพระองค์ได้ เพราะยิ่งมนุษย์มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระองค์มากเท่าไร มนุษย์จะปลอดภัยและมีโอกาสที่จะได้รับความรอดพ้นมากเท่านั้น การสมโภชพระคริสตสมภพจึงเป็นการสมโภชความรักและพระทัยดีของพระเจ้าที่มีต่อมนุษยชาติอย่างไม่เคยเปลี่ยนแปลง ความชื่นชมยินดีที่เปี่ยมล้นอย่างนี้นั่นเอง ทำให้พระศาสนจักรจัดให้คริสตชนฉลองการบังเกิดมาของพระเยซูคริสตเจ้าอย่างยิ่งใหญ่ และด้วยความกตัญญูรู้คุณต่อพระเจ้า

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ครอบครัวโรงเรียนแห่งชีวิต

ถ้าพิจารณามิติแห่งความเชื่อพระศาสนจักรสอนว่า “พ่อแม่เป็นครูคำสอนคนแรกของลูก” แต่เราพิจารณามิติโดยทั่วไปแล้วเราสามารถกล่าวได้ว่า “พ่อแม่เป็นครูแห่งชีวิตของลูก” เพราะเด็กๆเริ่มเรียนรู้ทุกอย่างในครอบครัว โดยพ่อแม่และผู้ใหญ่ในครอบครัวเป็นผู้สอน เราจึงกล่าวได้ว่าครอบครัวเป็นโรงเรียนแห่งชีวิต ซึ่งเราเริ่มต้นเรียนรู้จักชีวิตของมนุษย์จากครอบครัวว่า มนุษย์ต้องดำเนินชีวิตในความสัมพันธ์กับผู้อื่น บางครั้งเราต้องเป็นผู้รับตอนที่เราเป็นเด็กเล็กๆ เราต้องรับการเลี้ยงดูเอาใจใส่จากพ่อแม่และผู้ใหญ่ในบ้าน บางครั้งเราต้องเป็นผู้ให้เมื่อเราเติบโตขึ้นเราต้องช่วยเหลือผู้อื่นตามบทบาทหน้าที่ของเรา เราต้องเรียนรู้ที่จะรัก เสียสละ แบ่งปัน มีน้ำใจ และรู้จักวางใจคนรอบข้าง สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องเกิดขึ้นในครอบครัว ซึ่งจะทำให้มนุษย์เรียนรู้ว่าความรัก ความเสียสละ ความมีน้ำใจที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน เป็นปัจจัยที่จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตเป็นคนดี

สิ่งต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเหตุผลที่สำคัญ ทำให้เราทราบว่าทำไมพระเยซูคริสตเจ้าจึงทรงดำเนินชีวิตอยู่ในครอบครัว อยู่กับพระนางมารีย์และนักบุญโยเซฟเป็นเวลาถึง 30 ปีจึงออกเทศนาสั่งสอน เพราะบรรยากาศในครอบครัวนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่จะทำให้คนหนึ่งเติบโตขึ้นเป็นคนที่มีคุณภาพหรือไม่มีคุณภาพของสังคม เรื่องที่นักบุญลูกาบันทึกไว้ทำให้เราเห็นความสนใจเอาใจใส่ ในเรื่องศาสนาและการดำเนินในความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นของนักบุญโยเซฟและพระนางมารีย์ “โยเซฟพร้อมกับพระมารดาของพระเยซูเจ้าเคยขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มในเทศกาลปัสกาทุกปี”(ลก.2:41) “เพราะคิดว่า พระองค์ทรงอยู่ในหมู่ผู้ร่วมเดินทาง …..โยเซฟพร้อมกับพระนางมารีย์ตามหาพระองค์ในหมู่ญาติและคนรู้จัก”(ลก.2:44) ด้วยการดูแลอย่างดีด้วยความสนใจเอาใจใส่เช่นนี้ นักบุญลูกาจึงบันทึกไว้ด้วยประโยคที่ไพเราะเพื่อเป็นแบบอย่างให้กับครอบครัวว่า “พระเยซูเจ้าเสด็จกลับไปที่เมืองนาซาเร็ธกับบิดามารดา และเชื่อฟังท่านทั้งสอง…. พระเยซูเจ้าทรงเจริญขึ้นทั้งในพระปรีชาญาณ พระชนมายุ และพระหรรษทานเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า และต่อหน้ามนุษย์”(ลก.2:51-52)

เรื่องชีวิตในครอบครัวของพระเยซูคริสตเจ้าที่มีบันทึกไว้สั้นๆในพระวรสาร สะท้อนให้เราเห็นความสำคัญของครอบครัว ครอบครัวแม้จะเป็นส่วนเล็กๆของสังคม แต่ก็มีบทบาทที่สำคัญในการสร้างคน ถ้าเราพิจารณาปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมทุกวันนี้ เราจะพบว่าปัญหาแทบทุกชนิดมักจะมาจากครอบครัว ที่หน่วยใดหน่วยหนึ่งทำหน้าที่บกพร่องไป หรือไม่ได้ทำหน้าที่อย่างที่ควรจะทำ จึงส่งผลทำให้เด็กๆที่เติบโตมาจากครอบครัวที่บกพร่องเช่นนี้ มีความบกพร่องด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม จิตใจ จิตวิญญาณ ขึ้นอยู่กับคนไหนจะถูกกระทบด้านไหนมากที่สุด มักจะแสดงพฤติกรรมผิดปกติออกมาทางด้านนั้น ด้วยเหตุนี้ความสนใจเอาใจใส่ดูแลครอบครัว การสร้างบรรยากาศของครอบครัวให้อบอวนไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และความศรัทธาจึงสำคัญ เพราะบรรยากาศเช่นนี้จะทำให้ครอบครัวของเรา มีส่วนช่วยสร้างคนที่มีคุณภาพมาสู่สังคมและพระศาสนจักร ขอให้ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์เป็นแบบอย่างในการดูแลเอาใจใส่สร้างครอบครัวของเรา เพื่อลูกหลานจะได้เติบโตขึ้นด้วยพระปรีชาญาณและพระหรรษทาน เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าและต่อหน้ามนุษย์

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้เป็นวันครอบครัววัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า หลังมิสซาขอเชิญพี่น้องทานอาหาร ร่วมกิจกรรมสังสรรค์กันเล็กๆน้อยๆในโอกาสวันครอบครัว
  2. วันจันทร์ที่ 31 ธ.ค. 2012 เป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทางจังหวัดขอความร่วมมือให้จัดสวดข้ามปี จึงขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาเวลา 19.00 น. หลังมิสซาจะมีเฝ้าศีลสวดภาวนาสำหรับประเทศไทย
  3. วันอังคารที่ 1 ม.ค. 2013 เป็นวันฉลองวัดของเรา จะมีมิสซาสำหรับผู้ที่ต้องทำงานเวลา 7.00 น. มิสซาฉลองวัดเวลา 10.30 น. อุปสังฆราช คุณพ่อยอแซฟ วุฒิเลิศ แห่ล้อม เป็นประธาน
  4. ขอเชิญร่วมส่งภาพถ่ายเข้าประกวด ในหัวข้อ “กิจกรรม ความรัก ความศรัทธา” ชิงรางวัล 4,000 บ. 2,000 บ. 1,000 บ. และ 500 บ. 2 รางวัล เริ่มส่งได้ช่วงนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค. 2013 ส่งได้ที่คณะกรรมการสภาภิบาล
  5. วันเสาร์ที่ 5 ม.ค. 2013 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุของวัดมาร่วมมิสซาเวลา 10.30 น. ก่อนมิสซามีสวดภาวนาและรับศีลอภัยบาป
  6. วันอาทิตย์ที่ 6 ม.ค. 2013 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน ผู้ที่ปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้าใบกรอกข้อมูลล่วงหน้ารับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ ส่งก่อนวันรับศีลล้างบาป

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 30-12-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.