ฉบับที่ 988 วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2555 อาทิตย์ที่ 4 เทศการเตรียมรับเสด็จฯ

บอกเล่าให้ฟัง

ใครที่มี “ความเพียรอดทนจนถึงที่สุดจะได้รับความรอดพ้น” การเตรียมฉลองคริสต์มาสและฉลองวัดของเรา กำลังคืบหน้าไปเรื่อยๆ มีปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องแก้กันอยู่เรื่อยๆ ปีนี้มีปัญหาสนามที่จอดรถไม่ยอมแห้ง วัดของเรากำลังสร้างศาลาอเนกประสงค์ และในวิทยาเขตกำลังสร้างซ่อมแซมหลายสิ่งหลายอย่าง เราจึงต้องหาทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากันไป ใครมีความคิดอะไรก็ลองบอกกล่าวกันดูเผื่อว่าจะมีทางออกอะไรดีขึ้นมาบ้าง ที่เราสามารถผ่านสิ่งต่างๆมาได้เพราะพวกเราช่วยกันคิดช่วยกันทำ ถ้าลำพังพ่อคนเดียวคงทำอะไรได้ไม่มากนัก ขอขอบพระคุณพระเจ้าที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งทำให้เราเข้าใจ รู้จัก รักกัน และช่วยเหลือกันมากขึ้น ตามที่เราคงเคยได้ยินมาแล้ว “เพื่อนแท้พบกันยามยากลำบาก”

ในแต่ละปีเราจัดเตรียมฉลองคริสต์มาสและฉลองวัด ในบรรยากาศที่แตกต่างกันไป เมื่อปีที่แล้วเราจัดท่ามกลางความสูญเสียในช่วงน้ำลดแล้ว ก็เป็นคริสต์มาสที่มีความหมายไปแบบหนึ่ง เพราะบรรยากาศมันสะท้อนภาพของมนุษย์ที่กำลังหมดตัว และพระเจ้ามาทำให้มนุษย์ร่ำรวยขึ้น การบังเกิดมาขององค์พระเยซูคริสตเจ้าทำให้จิตใจของมนุษย์ร่ำรวยไปด้วยพระพร ทำให้การสิ้นหวังกลับมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ในปีนี้เราเตรียมฉลองคริสต์มาสและฉลองวัดในบรรยากาศของการสิ้นพิภพ เพราะมีหลายๆคนคาดคะเนว่า “เดือนธันวาคม 2012 โลกจะแตก” ภาพยนตร์2012 โลกาวินาศมีอิทธิพลทางความรู้สึกของผู้คนพอสมควร ดูจากข่าวต่างประเทศหลายคนเตรียมตัวป้องกัน เหมือนกับสร้างเรือโนอา อีกหลายคนไปสำรวจตามภูเขาสูงเป็นที่หลบภัย บางคนพยายามไปค้นหาที่ๆคาดว่าจะเป็นฐานที่ปล่อยพลังในการทำลายล้างของมนุษย์ต่างดาว ฯลฯ ความจริงบรรยากาศแบบนี้ก็เหมือนกับแนวความคิด การเตรียมรับเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่งของพระเยซูคริสตเจ้าอยู่แล้ว พระคัมภีร์ได้เล่าเรื่องราวซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งกาลเวลาที่น่ากลัวมากๆ แต่เรากลับฟังแล้วเฉยๆไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรในการเตรียมตัวต้อนรับพระคริสตเจ้า สู้เหตุการณ์เขาเล่าว่าที่อ้างมูลเหตุอะไรก็ไม่รู้ไม่ได้กล่าวโดยสรุปแล้วสิ่งที่เล่ามาทั้งหมดก็มีความดีอยู่เหมือนกัน เพราะมันสามารถกระตุ้นความคิดอ่านของเรา ในการเตรียมต้อนรับองค์พระคริสตเจ้าที่จะเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่งได้บ้าง ความจริงเรื่องที่มนุษยชาติกำลังตื่นเต้นตกใจอยู่ในเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นเรื่องที่พระเยซูคริสตเจ้าบอกกับเรามานานแล้วทางพระวรสาร เพียงแต่เหตุการณ์จะเกิดขึ้นเมื่อไรไม่มีใครทราบ แม้แต่พระบุตรมีแต่พระบิดาเจ้าสวรรค์เท่านั้นทรงทราบ เราจึงไม่จำเป็นต้องตื่นเต้นมากเกินไปจนลืมความหมายที่แท้ของการเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า นั่นก็คือเราต้องเตรียมจิตวิญญาณของเราให้พร้อมที่จะรับเสด็จพระองค์ โดยตื่นเฝ้าสวดภาวนาอยู่เสมอ ในความหมายของการดำเนินชีวิตดีเพื่อถวายแด่พระเจ้าตลอดเวลา ไม่ว่าพระองค์จะมาเวลาใดเราจะพร้อมที่จะไปยืนอยู่เฉพาะพระพักตร์ด้วยความชื่นชมยินดี เพราะว่าพระองค์จะทรงทอดพระเนตรเห็นพวกเรากำลังทำหน้าที่ของเราสุดความสามารถ ที่พ่อเล่าเรื่องที่กำลังเป็นข่าวอยู่นี้ให้เราฟัง เพื่อเราจะได้ไม่หลงไปตามกระแสของโลก เตรียมโน้นเตรียมนี่สารพัดแต่ลืมเตรียมจิตใจของเราซึ่งเป็นสาระสำคัญที่สุดในการต้อนรับพระคริสตเจ้า

จากคุณพ่อเจ้าวัด

รับความชื่นชมยินดีและนำไปแบ่งปันกับผู้อื่น

นักบุญลูกาบันทึกเหตุการณ์หลังจากที่พระนางมารีย์รับสารไว้ว่า “หลังจากนั้นไม่นาน พระนางมารีย์ทรงรีบเดินทางไปยังเมืองหนึ่งในแถบภูเขาแคว้นยูเดีย”(ลก.1:39) พระนางรีบเดินทางไปเยี่ยมนางเอลีซาเบธญาติของเธอ ที่ตั้งครรภ์เมื่ออายุมากแล้ว เมื่อทรงทราบข่าวจากอัครเทวดากาเบรียล พระนางมารีย์รีบออกเดินทางทันที สิ่งแรกที่เป็นแรงบันดาลใจให้พระนางทำเช่นนั้น ก็คงจะเป็นเพราะความรักความเมตตารู้สึกเห็นใจญาติ ที่ตั้งครรภ์เมื่ออายุมากแล้วสภาพเช่นนี้คงจะต้องลำบาก พระนางจึงปรารถนาที่จะไปช่วยเหลือในยามนี้ แต่ถ้าเราพิจารณาในเรื่องประสบการณ์ความเชื่อ เราจะพบว่ายังมีแรงบันดาลใจอีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้พระนางรีบเสด็จเยี่ยมนางเอลีซาเบธ นั่นก็คือประสบการณ์แห่งความเชื่อหลังจากพระนางได้น้อมรับข่าวดีแห่งมนุษยชาติ ที่อัครเทวดากาเบรียลนำมาแจ้งให้พระนางทราบ ซึ่งเป็นข่าวที่นำความชื่นชมยินดีมาให้พระนางจนเปี่ยมล้น พระนางจึงมีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะนำประสบการณ์นี้ ไปบอกกับคนที่สามารถเข้าใจเพราะมีประสบการณ์เดียวกัน

หลายๆคนเมื่อพิจารณาเรื่องการเสด็จเยี่ยมนางเอลีซาเบธแล้ว อาจจะคิดว่าที่พระนางต้องรีบเดินทางเช่นนั้น เพราะพระนางต้องการพิสูจน์เครื่องหมายที่อัครเทวดากาเบรียลให้ไว้ว่าจะจริงหรือไม่ “ดูซิ เอลีซาเบธ ญาติของท่าน ทั้งๆที่ชราแล้ว ก็ยังตั้งครรภ์บุตรชาย”(ลก.1:36) ซึ่งไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นเพราะถ้าพระนางไม่แน่ใจในข่าวดีที่อัครเทวดานำมาแจ้ง พระนางคงไม่ตอบรับพระประสงค์ของพระเจ้าด้วยความยินดี “ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด”(ลก.1:38) ธรรมชาติของผู้มีประสบการณ์ความเชื่อ เมื่อมีประสบการณ์ความเชื่อประสบการณ์นั้นจะทำให้เกิดปีติภายใน จนไม่สามารถจะเก็บไว้คนเดียวได้คนๆนั้นจะนำไปบอกเล่าแบ่งปันความปีติยินดีนั้นกับผู้อื่น อาทิ พระนางมารีย์เมื่อน้อมรับพระประสงค์ของพระเจ้าแล้ว ความปีติยินดีภายในทำให้พระนางต้องรีบไปหานางเอลีซาเบธที่มีประสบการณ์เดียวกัน และเป็นผู้เดียวเท่านั้นที่จะเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระนาง นางเอลีซาเบธเมื่อได้ยินคำทักทายของพระนางมารีย์นางมีความชื่นชมยินดี แสดงออกด้วยการสรรเสริญพระเจ้า และลูกในครรภ์ของเธอก็ดิ้นด้วยความยินดี ศิษย์สองคนของพระเยซูคริสตเจ้าเมื่อจำพระองค์ได้ ในระหว่างเดินทางกลับบ้านเอมมาอูสด้วยความสิ้นหวัง พวกเขารีบวิ่งกลับมาหาบรรดาอัครสาวกและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขาด้วยความยินดียิ่ง ฯลฯ

การบังเกิดมาของพระเยซูคริสตเจ้านำความชื่นชมยินดีมาให้กับเรา เป็นความชื่นชมยินดีในความเชื่อ ความหวังและความรัก เพราะการบังเกิดมาของพระองค์ทำให้เราแน่ใจว่าพระเจ้ารักเราจริง พระองค์ทรงทำตามพระสัญญา เสด็จมาช่วยเราให้ได้รับความรอดพ้น และประทับอยู่ท่ามกลางเรา แต่การที่เราจะพูดถึงความปีติยินดีที่เกิดขึ้นภายใน โดยไม่มีกิจการเป็นพยานมันหมายถึงการอวดตัว ด้วยเหตุนี้การฉลองคริสต์มาสที่แท้จริงจึงเป็นการแบ่งปันความหวัง ความสุข ความชื่นชมยินดีที่มาจากพระเจ้าให้กับคนอื่นๆ เพราะเราทราบแน่ชัดแล้วว่าพระเจ้าทรงรักมนุษย์ทุกคน ปรารถนาให้ทุกคนมีสันติสุข ความชื่นชมยินดี เราจึงต้องเป็นเครื่องมือของพระองค์ที่จะนำสันติสุข ความชื่นชมยินดีไปมอบให้กับทุกๆคน

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสต์มาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภาภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. คืนวันที่ 24 ธ.ค. 2012 นพวารเวลา 18.00 น มิสซาเริ่มเวลา 22.00 น. วันที่ 25 ธ.ค. 2012 มิสซาเวลา 9.30 น. วันที่ 31 ธ.ค. 2012 มิสซาเวลา 19.00 น. วันที่ 1 ม.ค. 2013 มิสซาฉลองวัดเวลา 10.30 น.
  3. วันอาทิตย์ที่ 30 ธ.ค. 2012 เทศน์ตรีวารเตรียมฉลองวัดครั้งที่ 3 ค.พ. ปรีชา ธรรมนิยม เป็นประธานและเทศน์ ในมิสซา เวลา 8.30 น.
  4. ขอเชิญร่วมส่งภาพถ่ายเข้าประกวด ในหัวข้อ “กิจกรรม ความรัก ความศรัทธา” ชิงรางวัล 4,000 บ. 2,000 บ. 1,000 บ. และ 500 บ. 2 รางวัล เริ่มส่งได้ช่วงนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค. 2013 ส่งได้ที่คณะกรรมการสภาภิบาล
  5. เชิญร่วมโครงการ “ให้ด้วยใจในวันคริสต์มาส” โดยนำของขวัญมาถวายพระกุมาร ให้ระบุวัยเพศมาบนกล่องด้วย เพื่อสภาภิบาลจะได้นำเอาของขวัญไปมอบให้ผู้ด้อยโอกาสต่อไป

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 23-12-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.