ฉบับที่ 986 วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2555 อาทิตย์ที่ 2 เทศการเตรียมรับเสด็จฯ

บอกเล่าให้ฟัง

พระธรรมล้ำลึกเกี่ยวกับพระเยซูคริสตเจ้าผู้ถูกตรึงและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เพื่อช่วยมนุษยชาติให้ได้รับความรอดพ้น เป็นความโง่เขลาสำหรับชาวกรีกและเป็นที่สะดุดสำหรับชาวยิว “พระคริสตเจ้าผู้ทรงถูกตรึงกางเขน อันเป็นข้อขัดข้องมิให้ชาวยิวรับไว้ได้ และเป็นเรื่องโง่เขลาสำหรับชาวกรีก”(1คร.1:23) แต่สำหรับเราคริสตชนพระธรรมล้ำลึกแห่งไม้กางเขนเป็นพระอานุภาพและพระปรีชาญาณของพระเจ้า (1คร.1:24) และเครื่องหมายแห่งความรักของพระเจ้า เพราะพระองค์พิสูจน์ความรักของพระองค์ โดยมอบพระบุตรสุดที่รักพระองค์เดียวของพระองค์ ลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ ยอมรับทนทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนพระชนมชีพเพื่อช่วยมนุษยชาติให้ได้รับความรอดพ้น “พระเจ้าทรงพิสูจน์ว่าทรงรักเรา เพราะพระคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์เพื่อเราขณะที่เรายังเป็นคนบาป บัดนี้ เมื่อเราได้รับความชอบธรรม โดยอาศัยพระโลหิตของพระองค์แล้วเดชะพระองค์ เราก็ยิ่งจะรับความรอดพ้นจากการถูกพระเจ้าลงโทษ”(รม.5:8-9)

ไม้กางเขนของพระเยซูคริสตเจ้าเป็นเครื่องหมายแห่งความรักของพระเจ้า เราคริสตชนจึงภูมิใจในไม้กางเขนนั้น และถือว่าไม้กางเขนเป็นอัตลักษณ์ของเรา ทุกครั้งที่เราจะประกอบพิธีกรรม สวดภาวนา เราจะเริ่มด้วยการทำเครื่องหมายสำคัญแห่งไม้กางเขน ในสถานที่สำคัญๆ อาทิ วัด อารามต่างๆ ในสุสาน โรงเรียนคาทอลิกตามห้องเรียน ฯลฯ จะต้องมีไม้กางเขนอยู่เพื่อแสดงถึงความเป็นคริสตชนของเราเสมอ ในบ้านของเราคริสตชนไม้กางเขนถือเป็นจุดศูนย์รวมหรือศูนย์กลางของบ้าน ในการเสกบ้านที่เต็มรูปแบบจะเริ่มด้วยการเสกประตูบ้าน ต่อจากนั้นเป็นการเสกไม้กางเขน ซึ่งพระสงฆ์จะกล่าวเชิญชวนว่า “ต่อไปนี้จะเป็นการเสกไม้กางเขนซึ่งเป็นจุดรวมของบ้าน ครอบครัวประชุมกันต่อหน้าไม้กางเขน เพื่อสรรเสริญพระเจ้า และอ้อนวอนขอพระคุณที่ต้องการจากพระองค์” ในบทภาวนาเสกไม้กางเขนก็ได้พรรณนาถึงคุณค่าและความสำคัญของไม้กางเขนไว้อย่างชัดเจน “ข้าแต่พระเป็นเจ้าผู้สถิตนิรันดร โปรดทรงเสกไม้กางเขนนี้ ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าทั้งหลายระลึกถึงพระบุตรผู้ทรงช่วยให้รอดพ้นความตายนิรันดร ขอให้ผู้มาพึ่งและสวดวอนขอได้รับความช่วยเหลือ ขอให้เครื่องหมายนี้เป็นแนวทางไปสู่ความเชื่อ ช่วยให้เขาเลียนแบบอย่างพระบุตร ขอให้ไม้กางเขนบรรเทาใจเขาในยามตกทุกข์ได้ยาก และปกปักรักษาเขาให้รอดพ้นภยันตรายทั้งปวง ทั้งนี้ขอพึ่งพระบารมีพระเยซูคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย อาแมน”บ้านของคริสตชนจึงต้องมีไม้กางเขน และติดตั้งไว้ในที่เด่นสง่าเพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความเป็นคริสตชนของเราไม้กางเขนเป็นสัญลักษณ์เป็นเครื่องหมายภายนอกของความเป็นคริสตชน เพราะแสดงถึงพระธรรมล้ำลึกสำคัญแห่งความเชื่อของพระศาสนจักร แต่ในความเป็นจริงมีคริสตชนหลายคนอายที่จะทำเครื่องหมายสำคัญแห่งไม้กางเขน ตามบ้านเรือนของเราคริสตชนมีรูปแม่พระ รูปนักบุญอื่นๆมากมาย แต่หลายๆครอบครัวไม่มีไม้กางเขนซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของบ้านติดอยู่ หรือถ้ามีก็อาจมีอันเล็กๆซึ่งไม่เด่นสง่า เคยได้ยินคริสตชนบางคนปรารภว่า “ไม้กางเขนที่มีพระเยซูเจ้าถูกตรึงอยู่เห็นแล้วน่ากลัว” แต่ไม่ใช่เพราะการยอมสิ้นพระชนม์อย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้หรือ มนุษยชาติจึงได้รับความรอดพ้น เราจึงต้องภูมิใจในไม้กางเขนอย่างที่พระศาสนจักรภูมิใจ จนจัดให้มีการฉลองเทิดทูนไม้กางเขนขึ้นในวันที่ 14 กันยายนของทุกปี

จากคุณพ่อเจ้าวัด

เสียงตะโกนจากถิ่นทุรกันดาร

เมื่อคิดถึงถิ่นทุรกันดารทำให้เราคิดถึงความทุกข์ยากลำบาก ความแล้งแค้น ภยันตรายต่างๆ คิดถึงแดนเนรเทศที่ชาวอิสราเอลเคยอยู่ ยามที่พวกเขาตกเป็นเมืองขึ้นของชนชาติอื่น ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า พระวาจาของพระเจ้ากล่าวถึงเสียงร้องจากถิ่นทุรกันดาร “มีเสียงของผู้ที่ร้องในถิ่นทุรกันดารว่า จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงเตรียมทางเดินของพระองค์ให้ตรงเถิด”(ลก.3:4) ภาพของหุบเหว ทางเดินที่คดเคี้ยวขรุขระกันดารและอันตราย เป็นสภาพของชีวิตมนุษย์หลังจากที่มนุษย์ตกในบาปแล้ว ความมืดมนของชีวิตเงาแห่งความตายเข้าปกคลุม เสียงของยอห์นบัปติสตาที่ส่งเสียงออกมาจากสภาพอันน่าทุเรศทุรังของมนุษย์อย่างนี้ จึงเป็นเสียงแห่งความหวังที่บ่งบอกให้มนุษย์ทราบว่า “พระเจ้าทรงซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญา ที่ทำไว้กับมนุษย์ว่าจะช่วยมนุษย์ให้รอดพ้น” เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าจึงเป็นเทศกาลแห่งความหวัง

ยอห์นบัปติสตาส่งเสียงออกมาว่า “จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า……ให้ตรง….หุบเขา….ถมให้เต็ม….ภูเขาและเนิน….ปรับให้ต่ำลง…ทางคดเคี้ยว….เป็นทางตรง…ทางขรุขระ…ทำให้ราบเรียบ”(ลก.3:4-5) เสียงนี้เป็นเสียงเตือนให้มนุษย์หันกลับมาสำรวจความเป็นจริงของชีวิตของตนเอง เทศกาลนี้จึงเป็นเทศกาลแห่งการกลับใจด้วย โดยเริ่มจากการเผชิญหน้ากับถิ่นทุรกันดาร ความทุเรศทุรัง ความมืดมน ซึ่งเป็นความเป็นจริงแห่งชีวิต การกลับใจจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ามนุษย์ยังยึดติดกับสภาพเดิมๆ ไม่รู้สึกรู้สมกับความน่ารังเกียจ ความเจ็บช้ำซึ่งเกิดจากบาปที่ตนทำ ไม่ยอมรับความเป็นจริงแห่งชีวิตของตน สภาพเช่นนี้เป็นสภาพที่อันตรายและจะเป็นทางนำมนุษย์ไปสู่ความหายนะ ซึ่งนักบุญยอห์นอัครสาวกได้กล่าวถึงตั้งแต่เริ่มต้นพระวรสารของท่าน แสงสว่างแท้คือองค์พระวจนาตถ์ส่องสว่างเข้ามาในโลกแล้ว แต่โลกไม่ต้อนรับพระองค์ “พระวจนาตถ์ประทับอยู่ในโลกและโลกถูกสร้างโดยอาศัยพระองค์แต่โลกไม่รู้จักพระองค์”(ยน.1:10) มนุษย์ที่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความเป็นจริงของตน เขาจะดำเนินชีวิตแบบเดิมๆชีวิตจะจมอยู่ในความมืดมนต่อไป และยิ่งวันจะยิ่งจมลึกลงไปเรื่อยจนไม่มีโอกาสเห็นแสงสว่างแห่งธรรม จนกระทั่งต้องถึงแก่ความพินาศตลอดนิรันดร

“แล้วมนุษย์ทุกคนจะเห็นความรอดพ้นจากพระเจ้า”(ลก.3:6) คำกล่าวของท่านยอห์นบัปติสตาแสดงนัยสำคัญแห่งการกลับใจใช้โทษ ท่านบอกให้ถมหุบเหวปรับทางที่คดเคี้ยวขรุขระให้ตรงและราบเรียบ นั่นแสดงว่าเราต้องพิจารณาสภาพชีวิตของเรา เราจะยอมอยู่ในสภาพความมืดมนแห่งชีวิตอีกนานเท่าไร เราจะหลงอยู่ในวังวนแห่งความผิดหลงการเหินห่างจากพระเจ้าอีกนานเท่าใด เสียงร้องจากถิ่นทุรกันดารบอกกับเราว่า เราต้องพยายามหาทางหลุดพ้นจากสภาพที่ย่ำแย่ และจะนำเราไปสู่ความหายนะ โดยการฟังเสียงของพระเจ้า พระวาจาของพระเจ้าที่ออกมาจากถิ่นทุรกันดาร สามารถเยี่ยวยารักษาทุกสิ่ง ถ้าเราฟังพระวาจานั้นแล้วน้อบรับและปฏิบัติตาม ด้วยความสุภาพถ่อมตนยอมรับความเป็นจริงแห่งชีวิต ว่าแท้ที่จริงแล้วเราเป็นคนอ่อนแอ ต้องการพระเมตตาจากพระเจ้าเพื่อช่วยเหลือเยียวยารักษา การฟังเสียงของพระเจ้า น้อมรับ และวอนขอพระเมตตาของพระองค์ช่วยเหลือเช่นนี้ จะทำให้เราทุกคนพบกับความรอดพ้นที่พระเจ้าทรงนำมาให้

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสต์มาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภาอภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด
  3. วันอาทิตย์ที่ 16 ธ.ค. 2012 เทศน์ตรีวารเตรียมฉลองวัดครั้งที่ 1 ค.พ. ปิยะชาติ มะกรครรภ์ เป็นประธานและเทศน์ ในมิสซา เวลา 8.30 น.
  4. ขอเชิญร่วมส่งภาพถ่ายเข้าประกวด ในหัวข้อ “กิจกรรม ความรัก ความศรัทธา” ชิงรางวัล 4,000 บ. 2,000 บ. 1,000 บ. และ 500 บ. 2 รางวัล เริ่มส่งได้ช่วงนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค. 2013 ส่งได้ที่คณะกรรมการสภาภิบาล
  5. ขอให้ทุกๆครัวครอบลงชื่อและรายละเอียดของครอบครัว ทางวัดจะมอบของที่ระลึกให้ครอบครัวละ 1 ชิ้น ในโอกาสปีแห่งความเชื่อ ในคืนวันที่ 24 และวันที่ 25 ธ.ค. 2012
  6. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 09-12-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.