ฉบับที่ 984 วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2555 สมโภชพระเยซูเจ้า กษัตริย์แห่งสากลจักรวาล

บอกเล่าให้ฟัง

พ่อได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งพบแง่คิดบางอย่างที่น่าสนใจ จึงเอาความคิดนั้นมาไตร่ตรองและนำมาแบ่งปันให้กับพี่น้อง เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์อะไรบ้างในการดำเนินชีวิตของเรา นักเขียนท่านนั้นเขียนไว้ว่า “มนุษย์สามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ โดยไม่มีความเชื่อ และความรัก แต่มนุษย์ไม่สามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากความหวัง” เมื่อพ่ออ่านประโยคนี้แล้วมันสะดุดใจและมันน่าคิดมากทีเดียว เพราะความเชื่อ ความหวัง (ความวางใจ) ความรัก เป็นฤทธิ์กุศลหลักที่สำคัญตามคำสอนในศาสนาคาทอลิก เมื่อเราเรียนคำสอนเราจะพบว่าในเรื่องฤทธิ์กุศลพระศาสนจักร จะสอนเริ่มด้วยฤทธิ์กุศลเหนือธรรมชาติ 3 ประการ ความเชื่อ ความหวัง และความรัก ต่อจากนั้นก็จะเป็นฤทธิ์กุศลหรือคุณธรรมอื่นๆ เพราะฤทธิ์กุศลทั้ง 3 ประกาศนี้ถือว่าเป็นฤทธิ์กุศลหลักซึ่งเป็นต้นกำเนิดของฤทธิ์กุศลอื่นๆ ถ้าเราไม่เชื่อในพระเจ้า ไม่มีความหวังในพระองค์ ไม่รักพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์ เราจะปฏิบัติฤทธิ์กุศลอื่นๆ ทำไม เพื่ออะไร

ถ้าเราไม่มีความเชื่อในพระเจ้า เราสามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ แต่เราจะเป็นคนที่ไม่มีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ หลายคนอาจจะต่อต้านเรื่องพระเจ้าว่าเป็นเรื่องเหลวไหลงมงาย ศาสนาเป็นเหมือนยาเสพติดที่มอมเมาประชาชน จริยธรรม ศีลธรรม เป็นกุศโลบายที่ขู่ให้คนกลัวไม่กล้าทำบาปทำผิด คนที่เป็นเช่นนี้จะเป็นคนดีได้อย่างไร ถ้าเราไม่มีความรักต่อพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์ เราก็จะเป็นคนที่เห็นแก่ตัว เอาเปรียบคนอื่น คดโกง ทำร้ายคนอื่น ยึดผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง ทั้งการขาดความเชื่อและความรักถ้าใครเป็นเช่นนี้ก็จะเป็นคริสตชนที่ไม่ดี ไม่ปฏิบัติศาสนกิจ เพราะเป็นคนดียังเป็นไม่ได้แล้วจะเป็นคริสตชนที่ดีได้อย่างไร เนื่องจากการเป็นคริสตชนที่ดีต้องดำเนินชีวิตตามบทบัญญัติแห่งความรัก ซึ่งเรียกร้องมาตรฐานที่สูงกว่าการเป็นคนดีโดยทั่วไปอยู่แล้วถ้าเราไม่มีความหวัง ในตอนต้นผู้เขียนกล่าวถึงความหวังทั่วๆไปเท่านั้น ไม่ได้เจาะจงในเรื่องพระเจ้าหรือศาสนา ท่านกล่าวว่า มนุษย์ดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความหวัง หวังในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง จากความหวังมนุษย์จะเริ่มคาดหวังว่า จะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ได้อย่างนั้นอย่างนี้ และมีอย่างนั้นอย่างนี้สมดังใจ และสิ่งเหล่านี้นี่เองที่เป็นแรงผลักดันให้มนุษย์ดำเนินชีวิตทะยานไปข้างหน้าอยู่เสมอ ความหวังที่กล่าวถึงนี้ยังไม่ได้ระบุว่าเป็นสิ่งที่ดีหรือเลว แต่มันเป็นแรงเสริมแรงผลักดันที่สำคัญทำให้มนุษย์มีชีวิตอยู่ อาทิ เราตรากตรำทำงานหนักเพื่ออะไร ก็เพื่อครอบครัวจะได้มีความสุขกินดีอยู่ดี นักเรียนอ่านหนังสือเตรียมสอบ เพื่อจะได้เข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ฯลฯ การกระทำที่เราทำอยู่ทุกๆวันล้วนมาจากความหวัง และคาดหวังทั้งสิ้น ท่านผู้เขียนให้ข้อคิดว่า “เราต้องไตร่ตรองว่า เราหวังอะไร ดีหรือไม่ดี ผิดหรือถูก” เพราะถ้าเราตั้งความหวังไม่ถูกต้อง หวังลมๆแล้งๆ ตั้งความหวังไว้กับสิ่งที่เป็นมายาอนิจจัง เมื่อวันเวลามาถึงเราจะพบกับความผิดหวังเป็นทุกข์ พระเยซูคริสตเจ้าสอนเราว่า “พระเจ้าเป็นองค์ความหวัง พระองค์เป็นองค์ความรัก ความเมตตา และไม่เคยทำให้เราผิดหวัง ความหวังของเราคือความสุขนิรันดร” เราจึงต้องตั้งความหวังไว้กับพระองค์แล้วเราจะไม่ผิดหวัง ส่วนเรื่องดีอื่นๆในโลกอนิจจังล้วนเป็นพลังเสริมชั่วคราว เพื่อช่วยเราให้สามารถบรรลุถึงความหวังแท้คือความสุขนิรันดร

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ใครเป็นกษัตริย์ที่แท้จริงของเรา

กษัตริย์หมายถึงผู้ปกครองประชากรของประเทศหรืออาณาจักร การเป็นกษัตริย์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องมีอาณาจักรปกครอง ด้วยเหตุนี้เวลาที่ปีลาตถามพระเยซูคริสตเจ้าว่า “ท่านเป็นกษัตริย์ของชาวยิวหรือ”(ยน.18:33) พระองค์จึงตอบว่า “อาณาจักรของเรามิได้มาจากโลกนี้”(ยน.18:36) พระองค์ตอบเช่นนี้ต้องการจะบอกว่าพระองค์เป็นกษัตริย์จริง แต่เป็นกษัตริย์ที่ปกครองอาณาจักรฝ่ายจิตหรืออาณาจักรสวรรค์ ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ความรัก ความยุติธรรม ความชื่นชมยินดี และสันติสุข ในโอกาสที่พระศาสนจักรสมโภชพระเยซูเจ้ากษัตริย์แห่งสากลจักรวาล พระศาสนจักรต้องการตั้งคำถามให้เราไตร่ตรองว่า “ใครเป็นกษัตริย์ของเรา” คำถามนี้ไม่ใช่คำถามเกี่ยวกับประเทศหรืออาณาจักรฝ่ายโลก แต่เป็นคำถามเกี่ยวกับฝ่ายจิต เราอยู่ในช่วงสิ้นปีพิธีกรรมเวลาผ่านไปแล้วอีกหนึ่งปี เราผ่านชีวิต เรื่องราว และ ผู้คนมากมาย เราจึงต้องหันกลับมาทบทวนดูว่า อะไรที่มีอิทธิพลเหนือจิตใจเรา ครอบครองหรือปกครองจิตใจเราอยู่

“ไม่มีผู้ใดเป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนายได้ เขาจะชังนายคนหนึ่งและรักนายอีกคนหนึ่ง เขาจะจงรักภักดีต่อนายคนหนึ่ง และดูหมิ่นนายอีกคนหนึ่ง ท่านทั้งหลายจะปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าและเงินทองพร้อมกันไม่ได้”(ลก.16:13) สิ่งที่พระเยซูคริสตเจ้าตรัสไว้คือความจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา ชนชาติอิสราเอลประชากรของพระเจ้า ทราบดีว่าองค์พระเจ้าเป็นกษัตริย์ของพวกเขา และพระองค์ทรงแต่งตั้งโมเสสให้เป็นปกครองดูแลพวกเขาแทนพระองค์ แต่เมื่อโมเสสขึ้นไปรับพระบัญญัติบนภูเขาซีนาย และค้างอยู่บนนั้นหลายวัน พวกเขานำเงินทองโลหะที่มีมาหล่อหลอมทำรูปวัว แห่กันรอบค่ายพร้อมกับประกาศว่า “นี่เป็นพระเจ้าที่นำพวกเขาออกจากประเทศอียิปต์” เพราะฉะนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับคำถามที่ว่า “ใครเป็นกษัตริย์ของเรา” เราเพิ่งแน่ใจว่าคำตอบคือพระเยซูคริสตเจ้า เพราะในปีหนึ่ง เราผ่านเรื่องราว ผ่านงาน ผ่านคน และผ่านชีวิตสับสนวุ่นวายมามากมาย เราแน่ใจแล้วหรือว่าเรายังคงซื่อสัตย์ในความเชื่อ พระเยซูคริสตเจ้ายังคงเป็นเอกในชีวิตของเรา เราได้จัดความสำคัญให้พระเจ้าเป็นอันดับที่หนึ่งในชีวิตของเรา

จากคำตรัสของพระเยซูคริสตเจ้าในพระวรสารนักบุญลูกา แสดงให้เราเห็นชัดเจนว่าหลายคนเปลี่ยนใจ เขายอมให้ทรัพย์สินเงินทองเป็นพระเจ้า เป็นกษัตริย์ครอบครองจิตใจของเขาไปแล้ว บางคนอาจจะกำลังลังเลสงสัยเพราะกำลังเผชิญกับปัญหาต่างๆ ขอแล้วไม่ได้ดั่งใจ หรืออีกหลายคนก็อาจจะยังไม่เคยมีพระเจ้าเป็นกษัตริย์ครองใจเลยก็เป็นได้ เพราะการเป็นคริสตชนสำหรับคนประเภทนี้เป็นเพียงสิ่งที่ได้รับมาจากบรรพบุรุษ และปฏิบัติตามๆกันมาโดยไม่คิดที่จะแสวงหาความเข้าใจในความเชื่อที่ลึกซึ้ง คนพวกนี้จึงไม่มาร่วมบูชาขอบพระคุณ ไม่ปฏิบัติศาสนกิจ อีกหลายคนก็มาบ้างไม่มาบ้างหรือมาปีละครั้งสองครั้งในเทศกาลคริสต์มาสและปัสกา ยิ่งกว่านั้นหลายคนปฏิบัติทุกอย่างดูดีไปหมดแต่ไม่เข้าใจอะไรเลย นี่เองจึงเป็นเหตุผลที่สำคัญที่พระศาสนจักรเชิญชวน ให้เราไตร่ตรองชีวิตคริสตชนอย่างจริงจังถึงความเชื่อ ความสัมพันธ์กับพระเจ้า เพื่อเราจะได้สามารถกลับใจทันท่วงที เพราะพระเยซูคริสตเจ้าจะเสด็จมาในฐานะกษัตริย์ผู้พิพากษาในวันเวลาที่เราไม่คาดคิด ถ้าวันนั้นมาถึงในขณะที่เรามีพระองค์เป็นกษัตริย์ครองใจเรา เราจะพบกับพระองค์ด้วยความชื่นชมยินดี

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสต์มาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภาอภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด
  3. ขออาสาสมัครเด็กเล่นละครคริสต์มาสต้องการผู้แสดงจำนวนมาก ลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด เริ่มซ้อมแล้ว
  4. ขอเชิญร่วมส่งภาพถ่ายเข้าประกวด ในหัวข้อ “กิจกรรม ความรัก ความศรัทธา” ชิงรางวัล 4,000 บ. 2,000 บ. 1,000 บ. และ 500 บ. 2 รางวัล เริ่มส่งได้ช่วงนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค. 2013 ส่งได้ที่คณะกรรมการสภาภิบาล
  5. ขอให้ทุกๆครัวครอบลงชื่อและรายละเอียดของครอบครัว ทางวัดจะมอบของที่ระลึกให้ครอบครัวละ 1 ชิ้น ในโอกาสปีแห่งความเชื่อ ในคืนวันที่ 24 และวันที่ 25 ธ.ค. 2012
  6. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 25-11-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.