ฉบับที่ 966 วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม 2555 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

สังคมโลกของเราต้องเผชิญหน้ากับแนวคิดที่มีคำว่า “นิยม” หรือ “ism” ต่อท้ายหลายครั้งหลายหนมาแล้ว แต่ละครั้งมันนำความเสียหายมาให้กับชีวิตมนุษย์เป็นอย่างมาก และมันยังไม่เคยล่มสลายแต่ยังคงฝังรากลึกอยู่ในการดำเนินชีวิตของมนุษย์อยู่ตลอดเวลา อาทิ วัตถุนิยม (materialism) ทุนนิยม (capitalism) บริโภคนิยม (consumerism) ฯลฯ ปัจจุบันเรากำลังเผชิญหน้ากับแนวคิดสัมพัทธ์นิยม (relativism) คือคิดจะทำอะไรก็ทำโดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่ตามมา ผิดหรือถูก ดีหรือไม่ดีฉันเป็นคนกำหนด เป็นแนวคิดที่เข้าข้างตนเองจะประพฤติปฏิบัติอะไรก็ทำได้ทั้งนั้น และเหตุผลของคนที่ถูกแนวคิดนี้ครอบงำคือ “ใครๆเขาก็ทำกันทั้งนั้น” เพราะฉะนั้นเมื่อเห็นคนในสังคมนิยมทำอะไรก็ทำตามๆกันไปโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ผิดหรือถูกในด้านศีลธรรมและจริยธรรม อาทิ การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายและหญิงที่ไม่ใช่สามีหรือภรรยาของตน การกระทำที่ลามกอนาจารในที่สาธารณะทำได้ เพราะใครๆเขาก็ทำกันทั้งนั้น

แนวคิดอย่างนี้เป็นแนวความคิดหรือค่านิยมที่อันตราย และมันจะค่อยๆออกลูกออกหลานค่อยๆแทรกซึมเข้าในความคิดอ่านของเราทีละเล็กทีละน้อย เริ่มจากเรื่องสนุกสนานและค่อยๆเบี่ยงเบนความคิดของเรา จนในที่สุดมันจะครอบงำความคิดอ่านของเรา ทำให้เราไม่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี พ่ออยากจะยกตัวอย่างง่ายๆเลยนะครับ เราลองไปฟังคำถามและคำตอบอะไรเอ่ยของเด็กสมัยนี้ดูว่าเขาถามตอบกันอย่างไร ใจอะไรไส้ผลไม้ = ก็ใจไม้ไส้ระกำ ขนอะไรเกิดในที่ลับ = ขนยาบ้า ทำไมเรือต้องใช้น้ำมัน = ก็เอาไว้ทอดสมอไง นกอะไรอยู่ในทะเล = นกอินทรี (in=ใน sea=ทะเล) อักษรอะไรกึ่งนั่งกึ่งยืน = อักษรย่อ กาแฟเป็นอะไรตาย = ก็โดนมอคค่า(ฆ่า)ตายไง คนเก็บค่าทางด่วนชื่ออะไร = พอดี (โปรดเตรียมเงินให้พอดี) พระอะไรเอ่ยไม่ถึง 10 = พระอาญาไม่พ้น 9 (เกล้า) ฯลฯ เรื่องเหล่านี้ถูกเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ ถ้าทำกันพอเรียกเสียงฮาบ้างก็พอทำเนา แต่ถ้าทำบ่อยๆจนเป็นที่ยอมรับจนเป็นนิสัย การตัดสินว่าอะไรผิดอะไรถูกจะไม่มีการคำนึงถึงเหตุและผล กฎเกณฑ์ทางศีลธรรมและจริยธรรมอีกต่อไป ฉันจะตอบอย่างไรก็ได้ตามความพอใจ ปรากฏการณ์นี้น่ากลัวเพราะต่อไปการใช้วิจารณญาณตัดสินแยกแยะถูกผิดด้วยเหตุด้วยผล แยกแยะดีชั่วโดยมาตรการทางศีลธรรมและจริยธรรมจะบกพร่องไป เพราะมนุษย์จะใช้ความพึงพอใจของตนเองเป็นหลักด้วยเหตุนี้เราจึงต้องพยายามที่จะสร้างมโนธรรมใหม่ให้กับสังคม อย่ายอมให้ความชั่วความเสื่อมทั้งหลายเข้ารุกรานสังคมของเรา การอ่านพระคัมภีร์การศึกษาคำสอนด้วยความสนใจใฝ่รู้ จึงเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยทำให้มโนธรรมของเราเข้มแข็งเที่ยงตรงไม่ไหลไปตามกระแสได้ง่ายๆอย่างที่เป็นมา วันที่ 11 ตุลาคม 2012 พระศาสนจักรจะประกาศปีแห่งความเชื่อนั้น เป็นเครื่องหมายแห่งกาลเวลาชนิดหนึ่งซึ่งบอกกับคริสตชนทั่วโลกว่า เวลานี้พระศาสนจักรประกาศสงครามกับความผิดหลงที่บิดเบือนมโนธรรมของมนุษย์ทุกชนิด และความชั่วร้ายทุกอย่าง คริสตชนทุกคนจึงต้องฝึกตนให้แข็งแกร่งทางความเชื่อมั่นคงในความดี เพื่อจะได้พร้อมที่จะลุกขึ้นต่อสู้ปกป้องความดีความถูกต้องเสมอ ใครที่อยู่ฝ่ายความดีและความถูกต้องก็อยู่ฝ่ายพระเจ้าด้วย

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ผู้เลี้ยงแกะของพระเจ้า

ผู้เลี้ยงแกะของพระเจ้าเป็นใคร ถ้าเราพิจารณาแนวความคิดในเรื่องพระศาสนจักร ตามคำสอนของพระศาสนจักรในปัจจุบัน เราจะเห็นภาพพจน์ของผู้เลี้ยงแกะ ปัญหา และแนวทางแก้ปัญหาชัดเจนมากขึ้น พระศาสนจักรพยายามซอยพระศาสนจักรออกเป็นระดับต่างๆ เพื่อทำให้เราทราบถึงบทบาทหน้าที่ของเราอย่างชัดเจน ถ้าเราพิจารณาระดับต่างๆของพระศาสนจักรอย่างไม่ต้องละเอียดนักเราจะเห็นภาพของพระศาสนจักรดังนี้ ครอบครัวเราเรียกว่าพระศาสนจักรระดับบ้านมีพ่อแม่เป็นผู้เลี้ยงแกะ วัดและชุมชนเราเรียกว่าพระศาสนจักรระดับวัดและชุมชน ผู้เลี้ยงแกะบุคคลสำคัญของแกะฝูงนี้คือพระสงฆ์และสภาภิบาลลดหลั่นลงมาตามบทบาทหน้าที่ พระศาสนจักรระดับสังฆมณฑลผู้เลี้ยงแกะก็คือพระสังฆราชของแต่ละสังฆมณฑล พระศาสนจักรระดับสากลผู้เลี้ยงแกะหมายถึงพระสันตะปาปา

ไม่ว่าเราจะพิจารณาพระศาสนจักรระดับต่างๆละเอียดแค่ไหน ความรับผิดชอบและการทำหน้าที่ของผู้เลี้ยงแกะล้วนส่งผลถึงกันเสมอ พระเยซูคริสตเจ้าทรงทอดพระเนตรประชาชนที่แสวงหาพระองค์ ทรงรู้สึกสงสารตรัสว่า “เขาเหล่านั้นเป็นดังฝูงแกะไม่มีคนเลี้ยง”(มก.6:34) ในปัจจุบันปัญหาฝูงแกะขาดผู้เลี้ยงยังคงเป็นปัญหาที่สำคัญในสถาบันครอบครัว เป็นที่ยอมรับกันในทุกๆภาคส่วนของสังคมว่า “สถาบันครอบครัวซึ่งเป็นดังสถาบันหลักของสังคมอ่อนแอจนแทบจะล่มสลาย” การหย่าล้างสถิติสูงขึ้นเรื่อยๆ เด็กกำพร้าทั้งโดยนิตินัยและพฤตินัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พฤตินัยหมายถึงมีพ่อแม่ก็เหมือนไม่มีเพราะพ่อแม่ไม่เคยดูแลลูกเลยฯลฯ เมื่อสถาบันครอบครัวเป็นอย่างนี้เราต้องย้อนกลับไปพิจารณาความสัมพันธ์ของสามีภรรยาว่าทำไมจึงเปราะบางเช่นนี้ พ่อแม่ซึงเป็นผู้เลี้ยงแกะของลูกๆเป็นอย่างไรทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ถ้าอยากรู้ก็ต้องไปดูที่การเลือกคู่ครองของคนสมัยนี้และการอบรมคู่แต่งงานใหม่ของพระสงฆ์ เมื่อสถาบันครอบครัวเป็นอย่างนี้ครอบครัวที่สมบูรณ์จะน้อยลง การมีบุตรและอบรมเลี้ยงดูอย่างดีก็จะน้อยลงด้วย ผลที่ตามมาก็คือการผลิตคนมีคุณภาพให้กับสังคม กระแสเรียกการเป็นพระสงฆ์นักบวชจะลดลง ในที่สุดวงจรของปัญหาก็จะย้อนกลับมาที่เดิม ดังนั้นผู้เลี้ยงแกะของพระศาสนจักรทุกระดับชั้นต้องร่วมมือกันตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทหน้าที่ของตนในฐานะผู้เลี้ยงแกะ เป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดีตามแบบขององค์พระเยซูคริสตเจ้าซึ่งเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดีต้นแบบของเรา โดยทำหน้าที่ของตนอย่างดีสุดความสามารถ

“วิบัติแก่บรรดาผู้เลี้ยงที่ทำลายและทำให้ฝูงแกะที่เราเลี้ยงไว้กระจัดกระจายไป….เราจะจัดการกับท่านทั้งหลายและกับกิจการชั่วร้ายของท่าน”(ยรม.23:1-2) “ท่านผู้เลี้ยงแกะทั้งหลาย…ท่านทำให้ฝูงแกะกระจัดกรจาย..เป็นเหยื่อของสัตว์ป่า…เราจะเป็นปฏิปักษ์กับผู้เลี้ยงแกะเหล่านี้”(อสค.34:5-10) ประกาศกเยเรมีย์และเอเสเคียลได้เผยพระวจนะของพระเจ้าบริภาษผู้เลี้ยงแกะที่เลวขนาดนี้ แสดงว่าพระเจ้าทรงรักประชากรซึ่งเป็นดังฝูงของพระองค์มาก และจะไม่ยอมให้แกะของพระองค์เสียไปแม้แต่ตัวเดียว เราจึงต้องตระหนักอยู่เสมอว่าในฐานะที่เราเป็นผู้เลี้ยงแกะตามสัดส่วนของเรา เราต้องพยายามดูแลฝูงแกะในความรับผิดชอบของเราอย่างดีที่สุด และนี่คือการแก้ปัญหาที่ต้นตอถ้าผู้เลี้ยงทุกระดับร่วมมือกัน ทำหน้าที่สุดความสามารถปัญหาต่างๆจะคลี่คลาย จนกระทั้งฝูงแกะจะกลายเป็นฝูงเดียวและมีผู้เลี้ยงแกะแต่ผู้เดียว

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ศาลาเอนกประสงค์ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว สำหรับผู้ที่เคยแจ้งเจตจำนงที่จะช่วยเหลือ ถ้ายังมีเจตจำนงเหมือนเดิม และท่านอื่นๆที่ต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการสร้างสามารถมามอบให้กับพ่อ และบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัดตามความสามารถ
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. หลังมิสซานี้ จิตอาสาโรงพยาบาลศุภมิตร จะมาทำการตรวจคัดกรองผู้ที่ตาฝ้าฟาง เป็นต้อกรจก ต้อเนื้อ เพื่อหาทางรักษาให้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
  4. วันอาทิตย์ที่ 29 ก.ค. 2012 ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาหัดช่วยมิสซา และผู้ที่สนใจที่อ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อฝึกช่วยมิสซาและพระคัมภีร์ร่วมกัน
  5. วันเสาร์ที่ 11 – วันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. 2012 เขต 2 จัดอบรมส่งเสริมชีวิตครอบครัวที่บ้านคริสตีนาปากเกร็ด เริ่มวันเสาร์เวลา 9.00 น. จบเวลา 12.00 น. วันอาทิตย์ สำหรับผู้ที่แต่งงานเรียบร้อยแล้ว สนใจลงชื่อได้ที่หน้าวัด (ต้องเข้าอบรมทั้งคู่)

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สัปดาห์ที่ 22-07-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.