บอกเล่าให้ฟัง
พ่อชอบอ่านหนังสือในแนวจิตวิทยาเพราะเรียนมาทางนี้ แต่ไม่ใช่ผู้ที่หลงใหลในวิธีการทางจิตวิทยามากนัก พ่อคิดว่าจิตวิทยาเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่ง ที่ทำให้เราเข้าใจชีวิตและพฤติกรรมของมนุษย์มากขึ้นเท่านั้น ที่พ่อคิดเช่นนี้มีเหตุผลอยู่สองประการหลัก ประการแรกมนุษย์เป็นสิ่งสร้างของพระเจ้าที่พระองค์สร้างขึ้นมาตามภาพลักษณ์ของพระองค์ พูดง่ายก็คือพระองค์สร้างขึ้นมาใกล้เคียงกับพระองค์มากที่สุด ในเมื่อเรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้าเป็นพระธรรมล้ำลึกเกินกว่าสติปัญญาของมนุษย์จะหยั่งถึงได้อย่างครบถ้วน เรื่องราวที่เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ก็จะต้องเป็นพระธรรมล้ำลึกรองๆลงมา แล้วไฉนเราจึงเชื่อมั่นในวิธีการทางศาสตร์ต่างๆ ที่มนุษย์ค้นคิดขึ้นเองว่าจะอธิบายชีวิตมนุษย์ได้อย่างครบถ้วนทุกแง่มุม ประการที่สองมนุษย์ถูกสร้างด้วยความรัก เพราะฉะนั้นพระเจ้าจะต้องคอยช่วยเหลือปกป้องค้ำจุนชีวิตมนุษย์อยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้เมื่อเราพิจารณาความเป็นมาเป็นไปในชีวิตของมนุษย์ เราจึงต้องพิจารณาสองมิติเสมอ มิติของมนุษย์ผู้ซึ่งอ่อนแอถูกจำกัดอยู่ในเวลาและสถานที่ และมิติของพระเจ้าในด้านของพระหรรษทาน การไขแสดงทางพระคัมภีร์บอกกับเราอย่างชัดเจนว่า “ไม่มีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้สำหรับพระเจ้า” ซึ่งเราพบความมหัศจรรย์นี้อยู่บ่อยๆบนโลกใบนี้ อัจฉริยบุคคลจำนวนมากเดินออกมาจากสลัม มาจากครอบครัวยากจนคนด้อยโอกาส คนปัญญาอ่อนที่หมอลงความเห็นว่าต้องตายภายในเจ็ดวัน อย่าว่าแต่เล่นเปียโนเลยเอาแค่ลุกขึ้นมานั่งก็ยังสิ้นหวังแล้ว แต่คนปัญญาอ่อนคนนี้ลุกขึ้นมานั่งเล่นเปียโนและได้เล่นเปียโนการกุศลเพื่อช่วยเหลือคนปัญญาอ่อนทั่วโลก
จากคุณพ่อเจ้าวัด
พลังแห่งการประทับอยู่ของพระเจ้า
พระเยซูคริสตเจ้าทรงส่งบรรดาศิษย์ออกไปประกาศข่าวดีเป็นคู่ๆ โดยกำชับว่าให้เอาอุปกรณ์ยังชีพไปน้อยที่สุด “มิให้นำสิ่งใดไปด้วยนอกจากไม้เท้าเท่านั้น ไม่ให้มีอาหาร ไม่ให้มีย่าม ไม่ให้มีเศษเงินใส่ไว้ ให้สวมรองเท้าได้ แต่ไม่ให้เอาเสื้อสำรองไปด้วย”(มก.6:8-9) รายละเอียดจากพระวรสาร 3 ฉบับ มัทธิว มาระโก และลูกา มีความแตกต่างกันในเรื่องไม้เท้ากับรองเท้า แต่ถ้าพิจารณาโดยภาพรวมเราพบสรุปได้ว่า “ในการประกาศข่าวดีจงอย่าเชื่อมั่นฝากความหวังความสำเร็จ ไว้กับพลังศักยภาพของอุปกรณ์และสิ่งภายนอก” ทั้งๆที่พระองค์ทรงทราบดีว่าในการออกไปประกาศข่าวดีจะต้องประสบกับปัญหาและภัยอันตรายต่างๆ “เราส่งท่านทั้งหลายไปดุจลูกแกะในฝูงสุนัขป่า”(ลก.10:3) แสดงว่ามีอะไรบางอย่างที่ดีและสำคัญกว่าที่บรรดาศิษย์ต้องมีและพกพานำไปด้วยเสมอ นั่นก็คือ “ความเชื่อมั่นในพลังแห่งการประทับอยู่ของพระเจ้า”
การส่งไปเป็นคู่ๆ คำมั่นสัญญาของพระเยซูคริสตเจ้า “ถ้าท่านสองคนในโลกนี้พร้อมใจกันอ้อนวอนขอสิ่งหนึ่งสิ่งใด พระบิดา….จะประทานให้ เพราะที่ใดมีสองหรือสามคนชุมนุมกันในนามของเรา เราอยู่ที่นั่นในหมู่พวกเขา”(มธ.18:19-20) คำภาวนาเพื่อบรรดาสาวกก่อนที่จะสิ้นพระชนม์ “โลกจะเกลียดชังเขา…..ข้าพเจ้าอธิษฐานภาวนา เพื่อให้ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน”(ยน.17:14-21) สิ่งต่างๆที่กล่าวถึงนี้เป็นการตอกย้ำให้เห็นความสำคัญของพลังแห่งความรักและความเป็นหนึ่งเดียวกันของบรรดาศิษย์ ซึ่งเป็นพลังแห่งการประทับอยู่ของพระเจ้าท่ามกลางพวกเขา และพลังนี้เองเป็นพลังอำนาจที่สามารถปกป้องคุ้มครองบรรดาศิษย์ให้ปลอดภัย และประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของพระองค์ และพลังอำนาจนี้สามารถเกิดขึ้นทุกๆที่และทุกๆครั้งที่เราทำตามคำสั่งของพระองค์ ในครอบครัวของเรา ในชุมชนวัด ในที่ทำงานของเรา ฯลฯ
อำนาจที่พระเยซูคริสตเจ้ามอบให้อัครสาวกก่อนออกไปประกาศข่าวดี “ประทานอำนาจเหนือปีศาจ และพลังการรักษาโรค”(ลก.9:1) ถ้าเราพิจารณาในด้านความรับผิดชอบอำนาจจะมาพร้อมกับหน้าที่เสมอ เพราะฉะนั้นหน้าที่ของผู้ประกาศข่าวดีไม่ใช่มีเฉพาะการประกาศข่าวดีเท่านั้น แต่ต้องต่อสู้กับความชั่วร้ายและภัยทางสังคมด้วย พระวรสารบางตอนบันทึกไว้ชัดเจนว่า ต้องขจัดความชั่วร้ายและภัยทางสังคมเสียก่อน แล้วจึงประกาศว่าพระอาณาจักรของพระเจ้ามาถึงแล้ว เพราะถ้ายังมีปัญหาเรื่องยาเสพติด การพนันซึงเป็นดั่งปีศาจสิงสู่ และมีความแตกแยก การฉ้อโกง เรื่องผิดศีลธรรมซึ่งเปรียบเหมือนความป่วยไข้ทางสังคมอยู่ การประกาศข่าวดีจะเป็นไปได้ยาก ผู้ประกาศข่าวดีจึงมีหน้าที่ในการขจัดเรื่องเหล่านี้ ซึ่งเปรียบเสมือนการปรับผืนดินให้พร้อมที่จะรับเมล็ดพันธุ์ซึ่งผู้หว่านเตรียมมาหว่านลง
คริสตชนทุกคนมีหน้าที่ประกาศข่าวดีตามคำสอนของพระศาสนจักรในยุคปัจจุบัน พระวาจาของพระเจ้าประจำอาทิตย์นี้จึงกระตุ้นเตือนใจเราให้เป็นผู้ประกาศพระวาจาที่ดีด้วยวาจาและด้วยการดำเนินชีวิตเป็นพยาน ถ้าเราได้พยายามทำหน้าที่ของเราอย่างดีแล้วก็ไม่ต้องกลัวสิ่งใด เพราะพระเจ้าผู้ประทับอยู่ท่ามกลางเราจะเป็นพลังค้ำจุนชีวิตของเรา และช่วยเหลือเราให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานเหล่านั้น
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- ศาลาเอนกประสงค์ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว สำหรับผู้ที่เคยแจ้งเจตจำนงที่จะช่วยเหลือ ถ้ายังมีเจตจำนงเหมือนเดิม และท่านอื่นๆที่ต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการสร้างสามารถมามอบให้กับพ่อ และบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัดตามความสามารถ
- ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์นี้ เพื่อเลือกตั้งตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ ขอให้สภาภิบาลชุดใหม่เข้าประชุมโดยพร้อมเพียง
- วันอาทิตย์ที่ 22 ก.ค. 2012 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
- วันอาทิตย์ที่ 29 ก.ค. 2012 ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาหัดช่วยมิสซา และผู้ที่สนใจที่อ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อฝึกช่วยมิสซาและพระคัมภีร์ร่วมกัน
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สัปดาห์ 15-07-2012
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต