ฉบับที่ 940 วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2555 อาทิตย์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

ความกระตือรือร้นในการดำเนินชีวิตคริสตชนเป็นเรื่องที่สำคัญ คริสตชนจำนวนไม่น้อยที่ปล่อยชีวิตของตนให้ผ่านไปวันๆอย่างไร้ความหมาย คนประเภทนี้ถ้าจะพิจารณาไปแล้วก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เขามาร่วมบูชาขอบพระคุณปฏิบัติศาสนกิจดีพอสมควร แต่น่าเสียดายเขาขาดความกระตือรือร้นในการดำเนินชีวิต ไม่คิดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือพยายามทำความเข้าใจต่อคำสอน และศาสนกิจที่เขาปฏิบัติอยู่ให้ลึกซึ้งมากขึ้น การผ่านเวลาไปเรื่อยๆอย่างไร้ความหมาย ไม่เคยหยุดคิดพิจารณาไตร่ตรองอะไรบ้างเลยเป็นเรื่องที่อันตราย เพราะในที่สุดจะเกิดการปฏิบัติพอให้ผ่านๆไป ไม่รู้ความหมายไม่รู้ว่าอะไรเป็นสาระสำคัญที่ต้องปฏิบัติ หรือต้องเตรียมตัวมาก่อนอย่างดี เพื่อทำให้การปฏิบัตินั้นมีประสิทธิภาพประสิทธิผล

เวลาเรียนคำสอนถ้าเราสังเกตจะพบว่าคำสอนแบ่งเป็น 3 ภาค ภาคแรกเป็นเรื่องพระธรรมล้ำลึกหมายถึงข้อความเชื่อต่างๆ ซึ่งสติปัญญาของมนุษย์ไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมด ในภาคนี้เราจึงต้องใช้ความเชื่อเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ในการเข้าถึงความจริง แม้เป็นเช่นนี้เราก็ต้องพยายามที่จะเรียนรู้ทำความเข้าใจสุดความสามารถ ภาคที่สองเป็นเรื่องพระธรรมปฏิบัติภาคนี้จะกล่าวถึง สิ่งที่คริสตชนต้องปฏิบัติในฐานะผู้มีความเชื่อ อาทิ คุณธรรมต่างๆ พระบัญญัติของพระเป็นเจ้าและพระศาสนจักร ฯลฯ การที่คนๆหนึ่งจะนับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่ง จำเป็นต้องรู้ว่าศาสนานั้นๆมีวิถีการดำเนินชีวิตอย่างไร อะไรควรปฏิบัติ อะไรไม่ควรปฏิบัติถ้าปฏิบัติแล้วถือว่าเป็นความผิด ภาคที่สามเป็นเรื่องความช่วยเหลือของพระเป็นเจ้า เนื่องจากการดำเนินชีวิตเป็นคนดี การบรรลุถึงความสุขนิรันดรซึ่งเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของมนุษย์ เป็นเรื่องที่ลำบากมีการผจญล่อลวงมีอุปสรรค์มากมาย พระเป็นเจ้าจึงต้องประทานความช่วยเหลือให้แก่เรามนุษย์ เพื่อมนุษย์จะได้สามารถบรรลุถึงเป้าหมายปลายทางของชีวิตนั้น อาทิ พระหรรษทาน และศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ฯลฯ เราจะเห็นได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวถึงนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เราจะต้องพยายามเรียนรู้ทำความเข้าใจ เพื่อการดำเนินชีวิตที่ดี ปลอดภัย และถูกต้องทั้งสิ้นการนับถือศาสนาโดยไม่รู้คำสอน การปฏิบัติสิ่งที่ไม่เข้าใจความหมายเป็นสิ่งที่อันตราย นอกจากจะเป็นสิ่งที่ทำให้การกระทำต่างๆไม่เกิดผล หรือด้อยคุณภาพแล้ว ยังนำมาซึ่งสิ่งปนเปื้อนในการนับถือศาสนาอีกด้วย อาทิ การปฏิบัตินอกจารีต ความเชื่อถือผิดๆไร้สาระไม่มีเหตุผล ฯลฯ ด้วยเหตุนี้พ่อจึงขอเป็นเสียงหนึ่งที่ย้ำเตือนพี่น้องที่เคารพรักทุกๆท่าน เราต้องมีความกระตือรือร้นในการศึกษาหาความรู้ด้านศาสนามากขึ้น เราต้องเป็นคริสตชนที่กระตือรือร้น (Active) อย่าเป็นคริสตชนที่คอยแต่รับเฉยชาไปเรื่อยๆ (passive) เพราะการเป็นคริสตชนหรือการนับถือศาสนาด้วยความกระตือรือร้น จะทำให้เราเจริญเติบโตขึ้นในความเชื่อเป็นคริสตชนที่มีชีวิตชีวา ส่วนการดำเนินชีวิตเรื่อยๆเฉื่อยๆปล่อยเวลาให้ผ่านไปวันๆ ปฏิบัติศาสนกิจแบบแกนๆ จะทำให้การนับถือศาสนาเป็นภาระน่าเบื่อ และจะมีปัญหาข้อแก้ตัวต่างๆเกิดขึ้นมากมาย อาทิ พระคัมภีร์อ่านไม่รู้เรื่อง ทำไมศาสนาของเราไม่สอนเรื่องจิตภาวนา ทั้งๆที่เรามีปราชญ์นักบุญเรื่องนี้หลายท่าน นักบุญยอห์นแห่งไม้กางเขน เทเรซาแห่งอาวิลลา เทเรซาแห่งพระกุมารเยซู ฯลฯ ซึ่งเราสามารถศึกษาหาความรู้ได้ พ่อเชื่อว่าถ้าเราคริสตชนเพิ่มความกระตือรือร้นอีกสักหน่อยทุกอย่างจะไปได้ดี เพราะพวกเรามีต้นทุนชีวิตเพียบพร้อมหลายอย่างอยู่แล้ว

จากคุณพ่อเจ้าวัด

พระเจ้าทรงเรียกเราทุกวัน

พระกระแสเรียกที่เป็นเอกเป็นเบื้องต้นของมนุษย์ทุกคนคือ “พระเจ้าทรงเรียกมนุษย์ทุกคนให้มุ่งสู่ความครบครันความศักดิ์สิทธิ์ เพราะพระองค์ปรารถนาให้มนุษย์ทุกคนได้รับความรอดพ้น” เพราะฉะนั้นการตอบสนองพระกระแสเรียกจึงเริ่มจากการกลับใจ เชื่อข่าวดี และติดตามพระเยซูคริสตเจ้าไปในหนทางของพระองค์ “พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้แล้ว จงกลับใจ และเชื่อข่าวดีเถิด”(มก.1:15) องค์ประกอบ 3 ประการที่เราพบจากพระวาจาของพระเจ้าประจำวันอาทิตย์นี้ เป็นสามสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ คนๆหนึ่งที่ยอมเปลี่ยนวิถีทางดำเนินชีวิตจากชีวิตเดิมๆ มาดำเนินชีวิตตามจิตตารมณ์พระวรสารแสดงว่าเขาเชื่อข่าวดี และการดำเนินชีวิตตามจิตตารมณ์พระวรสารนั่นก็คือการติดตามพระเยซูคริสตเจ้านั่นเอง ตรงกันข้ามถ้าคนหนึ่งไม่เชื่อข่าวดีเขาจะไม่ยอมปรับเปลี่ยนวิถีทางดำเนินชีวิต นั่นหมายความว่าเขาจะไม่ตอบสนองพระกระแสเรียก ไม่ยอมติดตามองค์พระเยซูคริสตเจ้าด้วย

พระเยซูคริสตเจ้าทรงเรียกซีโมนกับอันดรูว์น้องชาย “จงตามเรามาเถิดเราจะทำให้ท่านเป็นชาวประมงหามนุษย์”(มก.1:17) ท่านทั้งสองได้ละทิ้งวิถีชีวิตเดิมแล้วติดตามพระองค์ไป “ซีโมนกับอันดรูว์ก็ทิ้งแหไว้ แล้วตามพระองค์ไปทันที”(มก.1:18) ยากอบกับยอห์นก็ทำเช่นเดียวกัน ทำให้เราทราบว่าการตอบสนองพระกระแสเรียกคือ การเชื่อข่าวดี กลับใจละทิ้งจากวิถีชีวิตเดิมๆแล้วติดตามหรือตอบสนองการเรียกของพระเจ้า โดยปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์ทันที และอัครสาวกสี่ท่านแรกได้ทำเช่นนั้น ตรงกันข้ามกับสิ่งที่นักบุญมาระโกได้บันทึกว่ายอห์นบัปติสตาถูกจำจอง “หลังจากที่ยอห์นถูกจำจอง”(มก.1:14) ท่านยอห์นบัปติสตาถูกจับเพราะท่านไปตักเตือนการกระทำความผิดของกษัตริย์เฮโรด การตักเตือนกษัตริย์เฮโรดของท่านยอห์นบัปติสตาเป็นการเรียกของพระเจ้าด้วย พระองค์ทรงเรียกกษัตริย์เฮโรดให้กลับใจ แต่กษัตริย์เฮโรดไม่เชื่อข่าวดีไม่ยอมกลับใจเปลี่ยนวิถีทางดำเนินชีวิต จนในที่สุดเขาได้ประหารชีวิตยอห์นบัปติสตาโดยการตัดศีรษะ เขาไม่กล้าพอที่จะทวนกระแสสังคมทำตามมโนธรรมของตนเองเพราะกลัวเสียหน้า ไม่กล้าพอที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตกลับใจเพราะกลัวสูญเสียตำแหน่งและอำนาจ การตอบสนองพระกระแสเรียกจึงเรียกร้องความกล้าหาญ ที่จะทวนกระแสสังคม พร้อมที่จะสละทุกสิ่งเพื่อพระเจ้าและทำตามพระประสงค์ของพระองค์

คริสตชนต้องพร้อมเสมอที่จะตอบสนองพระกระแสเรียกทุกๆเวลาทุกๆสถานการณ์แห่งชีวิต เพราะเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในโลก ในสังคม ในครอบครัว ในชีวิตของเรา เป็นการเรียกของพระเจ้าให้เราคริสตชนตื่นตัว ลุกขึ้นทำอะไรบางสิ่งบางอย่างเพื่อตอบสนองพระประสงค์ของพระองค์ ในการทำให้โลก สังคม และครอบครัวดีขึ้นน่าอยู่มากขึ้น อบอวนไปด้วยความรัก ความเมตตา ความยุติธรรม สันติสุข และความชื่นชมยินดี ซึ่งเป็นการร่วมมือกับพระองค์ในการเสริมสร้างพระอาณาจักรของพระเจ้าให้ปรากฏเป็นจริงบนแผ่นดินนี้ พระเจ้าทรงเรียกเราทุกๆวัน “พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้แล้ว จงกลับใจ และเชื่อข่าวดีเถิด”(มก.1:15) เราคริสตชนจึงจำเป็นต้องไวต่อสถานการณ์ รู้จักอ่านเครื่องหมายแห่งกาลเวลา เพราะนั่นเป็นเสียงเรียกของพระเจ้า เพื่อเราจะได้สามารถตอบสนองอย่างเหมาะสมและทันท่วงที

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. เวลานี้พ่อขอปรับตารางเวลามิสซาบูชาขอบพระคุณ และภารกิจทุกอย่างที่เราเคยทำร่วมกันเข้าสู่ภาวะปกติ
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้ที่อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจจะช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาจะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซาเวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. วันอาทิตย์ที่ 29 ม.ค. 2012 ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา และผู้ที่สนใจจะมาช่วยมิสซา รวมทั้งผู้ที่สนใจมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซาเวลา 10.30 น. เพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกันและซ้อมการช่วยมิสซา
  4. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 5 ก.พ. 2012 หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญสมาชิกสภาภิบาลทุกท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพียง
  5. ประกาศแต่งงานระหว่าง Mr. Kyaw Swar Min บุตรของ Mr. David Lim และ Mrs.Sophia Min กับ อักแนส วราภรณ์ บุบผา บุตรีของ นาย สุวรรณ บุบผา และ นาง สมหวัง พิศนอก ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงาน ต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าอาวาสทราบ

สารวัดประจำสัปดาห์ ในรูปแบบของไฟล์

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 22-01-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.