ฉบับที่ 926 วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2554 สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

การเป็นสมาชิกกลุ่มองค์กรต่างๆและกลุ่มกิจกรรมต่างๆของวัด ถือว่าเป็นการช่วยเหลือพระศาสนจักรทางหนึ่งเหมือนกัน ในบทบัญญัติของพระศาสนจักรระบุไว้ว่า “จงบำรุงพระศาสนจักรตามความสามารถ” ในวัดของเรามี สภาภิบาล พลมารี ชมรมผู้สูงอายุ และเยาวชน กลุ่มกิจกรรมต่างๆก็มี ผู้อ่านบทอ่าน ผู้ช่วยมิสซา นักขับร้อง ฯลฯ พ่อรู้สึกว่ากลุ่มต่างๆ ต้องการสมาชิกใหม่อยู่เสมอ ที่จริงการสังกัดเป็นสมาชิกกลุ่มองค์กรและกิจกรรมต่างๆเป็นสิ่งที่ดี เป็นทางเลือกอย่างหนึ่งทำให้เรามีแนวทางในการดำเนินชีวิตคริสตชน และปฏิบัติตามกระแสเรียก เพราะในกลุ่มองค์กรและกิจกรรมต่างๆจะมีจิตตารมณ์และแนวทางดำเนินชีวิตที่ชัดเจน สิ่งต่างๆเหล่านี้มีส่วนช่วยในการดำเนินชีวิตของเราได้มาก

พี่น้องหลายๆท่านอาจจะเข้าใจผิดว่า การเป็นสมาชิกกลุ่มองค์กรหรือกิจกรรมต่างๆต้องเป็นคนที่ดีพร้อม แต่พ่อขอบอกกับพี่น้องว่าคนที่ดีพร้อมสมบูรณ์แบบในทุกๆเรื่องไม่มีในโลกนี้ เราทุกคนรวมทั้งพ่อด้วยต่างมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข คนดีที่เราเห็นความจริงแล้วเขาก็เป็นเพียงผู้ที่พยายามดำเนินชีวิตดีเท่านั้น ไม่ใช่ไม่มีบาปไม่มีข้อบกพร่อง ตราบใดที่มนุษย์คนหนึ่งยังมีชีวิตอยู่บนโลกอนิจจังใบนี้ ชีวิตของเขาก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างครบถ้วน วันนี้เราอาจจะเห็นว่าเขาเป็นคนดีแต่วันข้างหน้าเราก็ไม่ทราบแล้ว เพราะฉะนั้นการฉลองนักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายส่วนใหญ่พระศาสนจักรจะฉลองในวันตาย มีเพียง 3 ท่านเท่านั้นที่ฉลองวันเกิดและตาย นั่นคือ พระเยซูคริสตเจ้า พระนางมารีย์ และนักบุญ ยอห์นบัปติสตา ถ้าเราพิจารณาชีวิตของท่านทั้งสามแล้วเราจะพบว่าเราสมควรจะฉลองตั้งแต่พวกท่านเกิดมาบนโลกใบนี้แล้ว เพราะท่านทั้งสามมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในแผนการแห่งความรอดพ้นของมนุษยชาติ

การที่พ่อกล่าวไว้เช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าการเป็นคนดีครบครันไม่สำคัญ ตรงกันข้ามเป็นเรื่องที่สำคัญมากและเรื่องนี้ต้องอยู่ในความพยายามของเราเสมอ พ่อเคยพูดอยู่เรื่อยๆว่า “ก่อนเป็นคริสตังดีต้องเป็นคนดีให้ได้ก่อน ก่อนจะเป็นพลมารี สภาภิบาล ฯลฯ ที่ดี เป็นคริสตังดีให้ได้ก่อน” นี่แสดงให้เห็นว่าเราต้องพยายามอยู่เสมอ พระคุณเจ้ายวงนิตาโยเวลาท่านอบรมเณรตอนที่พ่อเป็นเณรเล็กท่านกล่าวว่า “ถ้าเป็นเณรที่ดีมาก ก็จะเป็นพระสงฆ์ที่ดี ถ้าเป็นเณรที่ดี ก็จะเป็นพระสงฆ์พอใช้ ถ้าเป็นเณรที่พอใช้ได้ ก็จะเป็นพระสงฆ์ที่ใช้ไม่ได้” ถามว่าทำไมก็เพราะในบ้านเณรมีผู้อบรมคอยดูแล มีระเบียบวินัยเคร่งครัด ดังนั้นการเป็นคริสตชนการเป็นสมาชิกองค์กรต่างๆเมื่อเปรียบเทียบกับคนทั่วไปก็คงจะคล้ายๆกัน

พี่น้องพระศาสนจักรยังต้องการผู้มีน้ำใจดีอีกมาก พระศาสนจักรหมายถึงพวกเราทุกคนที่รับศีลล้างแล้วรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ถ้าพวกเราไม่เป็นน้ำใจเดียวกันจริงๆพระศาสนจักรจะอยู่ได้อย่างไร องค์กรต่างๆกลุ่มกิจกรรมต่างๆของพระศาสนจักรจะอยู่ได้อย่างไรถ้าพวกเราไม่เกื้อหนุน ตั้งแต่พ่อย้ายมาอยู่วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต พ่อยังไม่ทราบเลยว่าจะต้องขอบคุณในน้ำใจดีของพี่น้องสักกี่ครั้ง ร้อยครั้ง พันครั้ง หมื่นครั้ง ก็คงยังไม่สาสม แต่พี่น้องต้องจดจำไว้อย่างหนึ่งว่าวัดและชุมชนวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าเป็นของพี่น้องทุกคน พระสงฆ์ท่านมาแล้วไม่นานหมดหน้าที่ท่านก็ต้องไป แต่สำหรับพ่อแล้วพ่ออยู่ที่ไหนพ่อก็รักที่นั่นและรักคนที่นั่นด้วย

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ของของซีซาร์จงคืนให้ซีซาร์ และของของพระเจ้าก็จงคืนให้พระเจ้าเถิด

ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์ก็คือ มนุษย์มักจะหลงไปในเรื่องสิทธิ์ในการครอบครอง คิดว่าทุกสิ่งที่ตนเองเป็นและมีเป็นกรรมสิทธิ์ของตน จะใช้อย่างไรหรือจะทำอะไรกับมันก็ได้ “ใครเล่าเป็นผู้ที่แบ่งเขตแดนว่าส่วนนี้เป็นของประเทศนี้ ส่วนนั้นเป็นของประเทศนั้น” แม่น้ำสายเดียวกันไหลผ่านหลายประเทศเขตแดน ผืนป่ากว้างใหญ่ไพศาลครอบคลุมหลายเขตแดน สัตว์ป่านกกาในอากาศมันหากินเดินทางข้ามไปข้ามมามันไม่ต้องขอวีซาหรือขออนุญาตใคร แต่มนุษย์ทำเช่นนั้นไม่ได้ แม่น้ำผืนป่าอยู่ในเขตแดนของใครเขาก็คิดว่าเป็นของเขาจะทำอะไรกับมันก็ได้โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนความเสียหายของส่วนรวม บางประเทศสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำเพื่อประโยชน์ของประเทศของตน โดยไม่คำนึงถึงประเทศที่อยู่หัวน้ำท้ายน้ำ ถ้าเราพิจารณาสิ่งเหล่านี้อย่างถ่องแท้แล้วเราจะพบว่า “ทุกสิ่งมาจากพระเจ้า และเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์แต่ผู้เดียว” มนุษย์นี่แหละเป็นผู้ขีดคั่นแบ่งเขตออกกฎเกณฑ์ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์และเอาเปรียบผู้อื่น

ในการสร้างโลกและสรรพสิ่งพระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่ง และมอบหมายให้มนุษย์ปกครองดูแล ด้วยเหตุนี้มนุษย์ทุกคนจึงมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะใช้สิ่งสร้างเพื่อการดำรงชีวิตอยู่ของตนในขอบเขตอันสมควร จึงไม่มีใครหรือประเทศใดมีสิทธิ์ขาดในการครอบครองและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเห็นแก่ตัว แต่ทุกสิ่งจะต้องใช้ด้วยจิตตารมณ์แห่งความรัก การแบ่งปันและช่วยเหลือเกื้อกูล การแบ่งเขตแดนเพื่อปกครองดูแล การมีระเบียบกฎเกณฑ์ก็เป็นเรื่องที่ดีและทำได้ เพื่อมนุษย์จะได้มีความชัดเจนในสิทธิและหน้าที่ของตน แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของมนุษยธรรมและเมตตาธรรม เพื่อทุกสิ่งจะได้ดำเนินไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า ในการสร้างความยุติธรรม ความรัก สันติสุข และความชื่นชมยินดีให้กับมนุษยชาติ

หลายๆครั้งมนุษย์ทวงถามความยุติธรรมจากพระเจ้า “ทำไมฉันต้องลำบากอย่างนี้ ทำไมฉันต้องป่วยเป็นโรคร้ายรักษาไม่ได้ และทำไม….แล้วก็ทำไม” เหมือนโยบที่ไม่เข้าใจว่าทำไมความทุกข์ยากลำบากต้องเกิดขึ้นกับตน แต่ในความเชื่อศรัทธาที่ท่านมีทำให้ท่านเข้าใจสัจธรรมว่าท่านไม่มีสิทธิ์ทวงถาม “ข้าพเจ้ามาจากครรภ์มารดา….ตัวเปล่า และข้าพเจ้าจะกลับไปตัวเปล่า พระเจ้าประทาน และพระเจ้าทรงเอาไปเสีย สาธุการแด่พระนามพระเจ้า”(โยบ 1:21) ในบทรำพึงของโยบท่านรำพึงเพียงแค่สิ่งของอนิจจังภายนอกเท่านั้น สำหรับเราคริสตชนเนื่องจากการเผยแสดงสมัยของเราชัดเจนและลึกซึ้งกว่า เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบังเกิดเป็นมนุษย์มาเผยแสดงด้วยพระองค์เอง เราจึงต้องรำพึงลึกให้ซึ้งมากกว่า “ชีวิตของเรามาจากไหน ร่างกายของเรามาจากไหน ทุกสิ่งบนโลกใบนี้มาจากไหน” คำตอบก็คือล้วนมาจากพระเจ้า ไม่มีสักสิ่งเดียวที่เป็นของเรา เมื่อมนุษย์ทวงถามความยุติธรรมจากพระเจ้า พระเยซูคริสตเจ้าจึงสอนเราว่า “ของของซีซาร์จงคืนให้ซีซาร์ ของของพระเจ้า ก็จงคืนให้พระเจ้า”(มธ.22:21) ในเมื่อทุกสิ่งเป็นของพระเจ้าซึ่งมอบหมายให้เราปกครองดูแล สิ่งที่พระเยซูคริสตเจ้าสอนจึงเตือนให้เราสำนึกอยู่เสมอว่า เราจะต้องใช้ทุกสิ่งที่เราเป็นและมีในการตอบสนองพระประสงค์ของพระองค์ เพื่อสร้างประโยชน์สุขให้กับสังคมมนุษย์ด้วยความยุติธรรมและความรัก โดยการรักและรับใช้ผู้อื่นเป็นการถวายคืนแด่พระเจ้า ไม่ใช่ใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ครอบครองไว้เสียฝ่ายเดียวอย่างเห็นแก่ตัว

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. เดือนตุลาคมเป็นเดือนแม่พระ ผู้ใดต้องการรับแม่พระเพื่อไปสวดสายประคำที่บ้าน ขอให้ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ต้องการมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น.
  3. วันอาทิตย์ที่ 23 ต.ค. 2011 ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะสมัครมาช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาที่จะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น.
  4. ในช่วงนี้นักขับร้องเริ่มซ้อมเพลงเตรียมฉลองคริสตมาส และฉลองวัดกันแล้ว ขอเชิญผู้นักขับร้องซ้อมเพลงหลังมิสซาค่ำวันเสาร์
  5. ช่วงตุลาคมมีค่ายกระแสเรียกหลายค่าย ผู้ที่สนใจติดตามได้ที่บอร์ดหน้าวัด

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.