บอกเล่าให้ฟัง
พี่น้องหลายๆคนคงมีประสบการณ์เกี่ยวกับการขับรถไปต่างจังหวัด พอขับไปหลายๆชั่วโมงเราจะเริ่มหาปั้มน้ำมันเพื่อพักรถ เข้าห้องน้ำ หรือเติมน้ำมัน การที่เราจะเข้าปั้มไหนเราคงจะต้องเลือกพอสมควรถ้าไม่ใช่นาทีเร่งด่วนจริงๆ การเลือกของเรามักจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่เราเคยประสบมาก่อนแล้ว อาทิบริการดี รวดเร็ว ห้องน้ำสะอาด ฯลฯ ปั้มน้ำมันต่างๆจึงมีการแข่งขันกันที่บริการดี ครบวงจร ห้องน้ำสะอาด ฯลฯ สถานที่อย่างนี้เราเรียกว่า “สถานีให้บริการ” เราจะแวะเข้าไปชั่วครั้งชั่วคราวเมื่อเสร็จธุระแล้วเราจะออกจากที่นั่นทันทีและเดินทางต่อไป
พี่น้องเราอย่าคิดว่า “วัดเป็นสถานีให้บริการ” เป็นตัวเลือกสำหรับเรา อยากมาวัดนี้ก็มา อยากไปวัดอื่นก็ไป เพราะถ้าเราคิดเช่นนี้เราก็จะมาวัดแล้วกลับบ้าน มาแบบชั่วครั้งชั่วคราวเหมือนเข้าปั้มน้ำมัน “วัด” ต้องเป็นมากกว่าสถานีให้บริการ เมื่อคิดถึงวัดเราคิดถึงความเชื่อศรัทธาที่ถูกหล่อหลอมขึ้นในความสัมพันธ์กับพระเป็นเจ้า และพี่น้องคริสตชน เราจึงต้องมีความกตัญญูรู้คุณต่อวัดที่ทำให้เราเติบโตขึ้นในชีวิตความเชื่อ เหมือนกับชาวอิสราเอลในถิ่นเนรเทศพวกเขาคิดถึงพระวิหาร พระวิหารที่เขาคิดถึงคงไม่ใช่อาคารที่พวกเขาสร้างขึ้นเท่านั้น แต่พวกเขาคิดพระเป็นเจ้าผู้ประทับในพระวิหาร ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของพวกเขา และคอยค้ำจุนชีวิตของพวกเขาเสมอมาทำให้พวกเขาเป็นปึกแผ่นมีชีวิตที่สงบสุข พ่อปรารถนาให้เราคิดถึงวัดของเราในลักษณะเช่นนี้ และช่วยกันทำให้วัดของเราเป็นศูนย์รวมใจในการดำเนินชีวิตความเชื่อของเรา และลูกหลานของเราสืบไป
จากคุณพ่อเจ้าวัด
บทบัญญัติแห่งความรัก
“ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาของท่าน”(มธ.22:37) “ท่านต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง”(มธ.22:39) รักพระเจ้าและรักเพื่อนมนุษย์ดูเหมือนว่าเป็นบทบัญญัติสองข้อ แต่ความจริงแล้วเป็นบทบัญญัติเพียงข้อเดียว เราต้องรักพระเจ้าโดยผ่านทางเพื่อนมนุษย์ การรักพระเจ้าและรักเพื่อนมนุษย์จึงแยกจากกันไม่ได้ นักบุญยอห์นกล่าวว่า “ถ้าผู้ใดพูดว่า ฉันรักพระเจ้า แต่เกลียดชังพี่น้องของตน ผู้นั้นย่อมเป็นคนพูดเท็จ เพราะผู้ไม่รักพี่น้องที่เขาแลเห็นได้ ย่อมไม่รักพระเจ้าที่เขาแลเห็นไม่ได้”(1ยน.4:20) มนุษย์ทุกคนเป็นภาพลักษณ์ของพระเจ้า เพราะฉะนั้นเราปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์อย่างไรก็เท่ากับปฏิบัติต่อพระเจ้าด้วย “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่าท่านทำสิ่งใดต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อยที่สุดของเราคนหนึ่ง ท่านก็ทำสิ่งนั้นต่อเรา”(มธ.25:40)
ความรักไม่ว่าเป็นความรักในรูปแบบใด หนุ่มสาวรักกัน เพื่อนรักเพื่อน พ่อแม่รักลูก ฯลฯ ถ้าเป็นความรักที่บริสุทธิ์ เป็นความรักแท้ล้วนมาจากพระเจ้า เพราะพระเจ้าเป็นองค์ความรัก “เราจงรักกันเพราะความรักมาจากพระเจ้า และทุกคนที่มีความรักย่อมบังเกิดจากพระเจ้า และรู้จักพระองค์”(1ยน.4:7) ความรักเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถช่วยเราให้ฟันฝ่าอุปสรรค์ในชีวิตของเราได้สำเร็จ ไม่ว่าปัญหาจะมาจากไหนยิ่งใหญ่แค่ไหนเราจะสามารถผ่านพ้นเอาชนะได้ ถ้าเรารู้สึกว่าในครอบครัวของเราไม่มีความสุข มีไม่ปัญหาหยุมหยิมอยู่เรื่อยๆ มีความหวาดระแวงอยู่เสมอ เราคงจะต้องไตรตรองดูว่าเรารักกันจริงหรือเปล่า รักกับแบบไหนรักกันอย่างไร เพราะความรักแท้อดทนนานไม่เห็นแก่ตัว ไม่จดจำความผิด ความรักแท้ให้อภัยเสมอ ที่ใดมีความรักและความเมตตาพระเจ้าประอยู่ที่นั่น การประทับอยู่ของพระเจ้านี่แหละจะเป็นพลังที่สำคัญในการฟันฝ่าอุปสรรค์ต่างๆ
“เราอย่ารักกันแต่ปากเพียงด้วยคำพูดเท่านั้น แต่เราจงรักกันด้วยการกระทำและด้วยความจริง”(1ยน.3:18) ความรักต้องมีกิจการไม่เช่นนั้นก็เป็นเพียงลมปากที่ไร้ค่า ฉันรักพระเจ้า ฉันรักเธอ ฉันรักลูก ฉันรักครอบครัว ฯลฯ ใครๆก็พูดได้ทั้งนั้น คำเหล่านี้เป็นคำพูดที่รอกิจการมาพิสูจน์ให้ปรากฏจริง “เราให้บทบัญญัติใหม่แก่ท่านทั้งหลายให้ท่านรักกัน เรารักท่านทั้งหลายอย่างไร ท่านก็จงรักกันอย่างนั้นเถิด”(ยน.13:34) บทบัญญัติใหม่ๆที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงมอบให้กับเรา เป็นบทพิสูจน์ความรักของพระเจ้า เพราะพระองค์ไม่ได้ให้เพียงคำสอน แต่พระองค์สั่งให้เรารักอย่างที่พระองค์ทรงรักเราทั้งหลาย “จงมีความรักเถิดเพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน”(1ยน.4:19) เราทราบดีว่าพระเจ้าทรงรักเราอย่างไร พระองค์รักเราจนกระทั่งยอมลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ รับทนทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อช่วยเราให้รอดพ้น บทบัญญัติแห่งความรักเป็นบทสรุปของพระธรรมบัญญัติทั้งมวล ถ้าเรารักกันและกัน รักเพื่อนพี่น้องก็เท่ากับว่าเราปฏิบัติพระบัญญัติของพระเจ้าอย่างครบถ้วนแล้ว ถ้าเรารักพระเจ้าจริงเราต้องปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ และคำสอนของพระองค์ก็มีเพียงสั้นๆนั่นก็คือ จงรักกันและกันอย่างที่พระองค์ทรงรักเราทั้งหลาย บทบัญญัติและคำสอนของประกาศกก็สรุปลงที่บทบัญญัติแห่งความรักนี่เอง
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- วันอาทิตย์ที่ 30 ต.ค. 2011 เป็นวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนแม่พระลูกประคำ หลังมิสซาจะมีถวายช่อดอกไม้แด่แม่พระ และทางวัดจะเป็นเจ้าภาพสวดสายประคำในช่วงบ่ายๆ
- วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะสมัครมาช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาที่จะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น.
- ในช่วงนี้นักขับร้องเริ่มซ้อมเพลงเตรียมฉลองคริสตมาส และฉลองวัดกันแล้ว ขอเชิญผู้นักขับร้องซ้อมเพลงหลังมิสซาค่ำวันเสาร์
- ขอรับอาสาสมัครแสดงละครศักดิ์สิทธิ์ในวันคริสตมาสเด็กและผู้ใหญ่ประมาณ 30 คน ลงชื่อและเบอร์โทรศัพท์ได้ที่คุณใหญ่และคุณเล็กได้ที่หน้าวัด
- วันอาทิตย์ที่ 6 พ.ย. 2011 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน ผู้ใดต้องการนำเด็กมารับศีลล้างบาป ช่วยกรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ และนำมาส่งก่อนวันล้างบาป
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต