บอกเล่าให้ฟัง
น้ำใจสู้ภัยน้ำท่วมเวลานี้ที่วัดก็ยังไม่ทราบว่าจะอยู่ได้อีกนานเท่าไร ในตอนแรกพ่อมองดูสภาพบ้านพ่อ และวัดเห็นว่าทั้งสองที่สูงกว่าพื้นถนนประมาณเมตรกว่าๆก็น่าจะพ้นน้ำแล้ว แต่พอมาเข้าจริงๆแค่เดี๋ยวเดียวก็ถึงบันไดขั้นที่สองแล้ว ยังไม่ทราบเลยว่าน้ำจะเข้าไปในวัดหรือเปล่า ที่วัดของเรามีเด็กที่มีน้ำใจดีมานอนที่วัดเพื่อจะได้ช่วยมิสซา และช่วยทำงานอื่นๆเท่าที่จะทำได้ 3 คน มีผู้ร่วมงานที่อยู่กับวัดมานานอีก 4 คน และพ่ออีก 1 คน เรายังมีเพื่อนบ้านคณะ O.M.I คุณพ่อและคนในบ้านรวม 3 คน บ้านโรงน้ำแข็งอีกหลายคน เป็นครั้งแรกในชีวิตพระสงฆ์ที่ถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณวันเสาร์ตอนค่ำ และวันอาทิตย์แล้วมีสัตบุรุษมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณ 7 คน
น้ำท่วมครั้งนี้เป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ ที่ทำให้เราเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น เราเห็นความงดงามของน้ำใจของมนุษย์ที่หลั่งไหลมาเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ เรายังได้เห็นภาพความโหดร้ายของมนุษย์ที่อิจฉาเห็นแก่ตัว ฉันพังเสียหายคนอื่นก็ต้องพังเสียหายด้วย เราได้เรียนรู้ว่าความเคารพยำเกรงพระเจ้านำมาซึ่งพระพร และการไม่เคารพยำเกรงพระองค์ไม่รักษากฎเกณฑ์ของพระองค์นำมาซึ่งความเสียหายแค่ไหน พระเจ้าทรงสร้างโลกสรรพสิ่งและมนุษย์ และทรงวางกฎเกณฑ์ไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยมนุษย์อย่าหาญสู่กับพระองค์ด้วยความยโสโอหัง สู้อย่างไรก็ไม่มีวันชนะนี่ขนาดพระองค์เพียงแค่ปล่อยให้มันเป็นไปตามผลการกระทำของมนุษย์ ที่ไม่เคารพกฎเกณฑ์ของพระองค์เท่านั้นนะยังขนาดนี้ ข้าแต่พระเจ้าขอทรงพระเมตตาข้าพเจ้าทั้งหลาย ให้ข้าพเจ้าทั้งหลายสามารถลี้ภัยอยู่ในพระองค์ ขอพระองค์โปรดช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายให้เชื่อมั่นในความรักของพระองค์ ขอพระองค์โปรดประทานทางออกสำหรับปัญหานี้โดยเร็ววันด้วยเทอญ
จากคุณพ่อเจ้าวัด
กิจการดังกว่าคำพูด
พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราทราบว่าพระเจ้าทรงสัพพัญญูรู้ทุกสิ่ง พระองค์ทรงหยั่งทราบถึงก้นบึ้งแห่งใจมนุษย์ ส่วนมนุษย์ช่างโง่เขลาเบาปัญญา คิดว่าการเสแสร้งหน้าไหว้หลังหลอกสามารถตบตาพระองค์ได้ ในพันธสัญญาเดิมการถวายบูชาของสมณะผู้ถวายบูชาต้องเอาสิ่งที่ดีที่สุดถวายแด่พระเจ้า แต่พวกเขากลับนำสิ่งที่แย่ๆมาถวายแด่พระเจ้า อาทิ สัตว์ป่วย พิการ ฯลฯ พรางคิดว่าสิ่งที่พวกเขาเผาบูชาถวายแด่พระเจ้า เผาแล้วก็ไหม้เสียไปทำไมต้องเอาของดีๆไปเผาให้เสียของ เบื้องหลังความคิดเช่นนี้ก็คือความไม่ซื่อตรงหน้าไหว้หลังหลอก หน้าตาต่อหน้ามนุษย์ก็ต้องการทำให้ทุกคนเห็นว่าตนเป็นคนดี ผลประโยชน์ก็อยากได้โดยเบียดบังจากเครื่องบูชา ของดีๆเก็บไว้สำหรับตนของชั้นเลวเผาเป็นบูชาแด่พระเจ้า แต่น่าเสียดายกิจการเหล่านี้ตบตาพระเจ้าไม่ได้
กิจการเช่นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางหมู่มวลมนุษย์อยู่เนืองๆ ตราบใดที่มีคนดีคนชั่วอยู่ปะปนมีคนยอมให้กิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลงครอบงำใจ ในพันธสัญญาใหม่พระเยซูคริสตเจ้าตำหนิพวกธรรมาจารย์ และชาวฟาริสีนั่งบนธรรมาสน์ของโมเสส “ถ้าเขาสั่งสอนเรื่องใด ท่านจงปฏิบัติตามเถิด แต่อย่าปฏิบัติตามการกระทำของเขา”(มธ.23:3) พระเยซูคริสตเจ้าทรงตรัสเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าพระองค์ไม่เห็นด้วยกับบทบัญญัติของโมเสส แต่พระองค์ตำหนิพวกที่ใช้ข้อบังคับจากบทบัญญัติซึ่งเป็นดั่งอำนาจในมือของผู้สอน และตีความมากดขี่ข่มเหงประชาชน และทำให้ตนเองดูดี พวกเขาสอนด้วยคำสอนที่ไพเราะถูกต้องตามบทบัญญัติ สั่งให้ผู้อื่นปฏิบัติ ตำหนิติเตียนผู้อื่นแต่พวกเขาเองไม่ปฏิบัติเลยจนนิดเดียว “เขาพูด แต่ไม่ปฏิบัติ เขามัดสัมภาระหนักวางบนบ่าคนอื่น แต่เขาเองไม่ปรารถนาแม่แต่ขยับนิ้ว”(มธ.23:3) พฤติกรรมแบบนี้ส่งผลถึงการสั่งสอนแน่นอน พ่อแม่จะสอนลูกอย่างไรถ้าไม่มีแบบอย่างที่ดีให้ลูกเห็น ยิ่งกว่านั้นถ้าพ่อแม่ประพฤติตนไม่ดีงามก็อย่าหวังว่าจะสอนลูกได้ พระสงฆ์จะประสบความสำเร็จในการเทศน์สอนอย่างไร ถ้าพระสงฆ์องค์นั้นไม่ปฏิบัติอย่างที่เทศน์ให้สัตบุรุษฟัง เพราะฉะนั้นในการสั่งสอนการเทศน์แบบอย่างการกระทำที่ดีจึงมีผลต่อการเทศน์สอนมากกว่าคำพูด
อย่าให้ใครเรียกว่า “อาจารย์” อย่าให้ใครเรียกว่า “บิดา”(มธ.23:8-10) พระเยซูคริสตเจ้าสอนเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าลูกศิษย์จะเรียกผู้สอนว่าอาจารย์ไม่ได้ หรือลูกจะเรียกพ่อว่าพ่อไม่ได้ แต่พระองค์ต้องการจะสอนว่า “อย่ายกย่องตนเอง และไม่ต้องเรียกร้องให้ผู้อื่นมายกย่องตน” เพราะคำว่า “อาจารย์” และ “บิดา” เป็นคำยกย่องให้เกียรติ การยกย่องให้เกียรติเป็นสิ่งที่เรียกร้องจากผู้อื่นไม่ได้ ต้องให้ผู้อื่นให้กับเราเองเมื่อเขาเห็นว่าเราคู่ควร ที่พระเยซูคริสตเจ้าเอาเรื่องเหล่านี้มาผูกรวมกัน คงเป็นเพราะว่า “ความสุภาพ” เป็นดั่งมนต์ขลัง สามารถครองใจคนได้ ทำให้คำสอนมีน้ำหนัก ทำให้คนเป็นคนน่ารัก น่าเคารพ น่านับถือ พระองค์จึงสอนว่า “ผู้ใดเป็นใหญ่จะต้องเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น ผู้ใดยกตนขึ้นจะถูกกดให้ต่ำลง ผู้ใดถ่อมตนลง จะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น”(มธ.23:11-12) ด้วยเหตุนี้ผู้เป็นใหญ่ที่แท้จริงคือผู้ที่สามารถนั่งในใจคนไม่ใช่บนหัวคน
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- วันอาทิตย์นี้ เป็นวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนแม่พระลูกประคำ หลังมิสซาจะมีถวายช่อดอกไม้แด่แม่พระ และทางวัดจะเป็นเจ้าภาพสวดสายประคำในช่วงบ่ายๆ
- ในช่วงนี้นักขับร้องเริ่มซ้อมเพลงเตรียมฉลองคริสตมาส และฉลองวัดกันแล้ว ขอเชิญผู้นักขับร้องซ้อมเพลงหลังมิสซาค่ำวันเสาร์
- ขอรับอาสาสมัครแสดงละครศักดิ์สิทธิ์ในวันคริสตมาสเด็กและผู้ใหญ่ประมาณ 30 คน ลงชื่อและเบอร์โทรศัพท์ได้ที่คุณใหญ่และคุณเล็กได้ที่หน้าวัด
- วันอาทิตย์ที่ 6 พ.ย. 2011 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน ผู้ใดต้องการนำเด็กมารับศีลล้างบาป ช่วยกรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ และนำมาส่งก่อนวันล้างบาป
- ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 6 พ.ย. 2011 ขอเชิญคณะกรรมทุกท่านเข้าประชุมโดยพร้อมเพียง หลังมิสซาเวลา 10.30 น.
- สารวัดฉบับนี้เป็นฉบับน้ำท่วมวัด ท่วมบ้าน เขียนขึ้นเผื่อว่าสามารถส่งขึ้น website ของวัดได้ ถ้าใครสามารถเปิดอ่านก็จะมีข้อคิดประจำสัปดาห์
สารวัดประจำสัปดาห์ ในรูปแบบของไฟล์
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต