สารวัด ฉบับที่ 879 วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน 2553 สมโภชพระเยซูเจ้า กษัตริย์แห่งสากลจักรวาล

บอกเล่าให้ฟัง

พี่น้องหลายท่านคงทราบแล้วว่า “พระศาสนจักรในประเทศไทยประกาศให้เปลี่ยนบทภาวนาใหม่” การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนในเนื้อหาสาระ แต่เป็นการเปลี่ยนศัพท์หรือคำที่ใช้เพื่อให้มีความหมายตรงกับต้นฉบับและถูกต้องมากขึ้น พี่น้องหลายท่านอาจจะตื่นตระหนกกับเหตุการณ์นี้ เพราะบทภาวนาที่เราสวดอยู่เป็นประจำจนขึ้นใจไม่ต้องเปิดหนังสือ บัดนี้ต้องเปลี่ยนเสียแล้วเราจะต้องจดจำนับหนึ่งใหม่กันอีก บางคนเมื่อคิดถึงวัยของตนเองก็เริ่มถอดใจแล้วเพราะกลัวจะจำบทภาวนาใหม่ไม่ได้ อีกบางคนอาจจะคิดว่า “ถ้าสวดภาวนามันลำบากนักก็อย่าสวดภาวนาเสียเลยจะดีกว่า” พ่อขอร้องว่าอย่าคิดอย่างนี้เลยเพราะที่จริงการสวดภาวนามันอยู่ที่ใจไม่ใช่ที่บทภาวนา บทภาวนาเป็นเพียงอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ช่วยให้เราสวดภาวนาได้ง่ายขึ้น เพราะพระศาสนจักรแต่งคำภาวนาสำเร็จรูปไว้ให้แล้ว เราไม่จำเป็นต้องคิดขึ้นเอง พ่อคิดว่าถ้าจะให้การสวดภาวนามีชีวิตชีวามากขึ้นเราน่าจะใช้คำภาวนาที่มาจากใจบ้างก็ดีนะครับ เหมือนลูกคุยกับพ่อแม่เวลานั้นเราคงจะไม่ได้ใช้สูตร หรือต้องแต่งบทสนทนาไว้ล่วงหน้า

การเปลี่ยนแปลงเป็นสัจธรรมของสรรพสิ่งในโลกอีกอย่างหนึ่ง โลกของเราหมุนทุกวัน ชีวิตและสรรพสิ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ บทภาวนาเดิมของเราก็ไม่อาจหลีกพ้นสัจธรรมความจริงนี้ไปได้ เพราะก่อนจะมาถึงบทภาวนาชุดนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงมาหลายครั้งหลายหนแล้ว เพียงแต่ในเรื่องของบทภาวนาเขาไม่นิยมให้มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ เหตุผลก็เป็นอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อพี่น้องทราบข่าวนั่นแหละ เพราะการเปลี่ยนมีผลกระทบกับความรู้สึกเคยชินของเราเป็นอย่างมาก และในช่วงแรกๆก็คงจะความยุ่งยากสับสนกันมาก ในการประกาศผู้ใหญ่ของพระศาสนจักรก็คำนึงถึงเรื่องนี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกันจึงประกาศว่า “ในการสวดภาวนาร่วมกันในวัดหรือแบบสาธารณะให้ใช้บทภาวนาปรับปรุงใหม่ โดยให้ทุกวัดจัดเตรียมหนังสือบทภาวนาปรับปรุงใหม่ไว้และให้คนที่มาสวดอ่านตามกันไป ส่วนการสวดภาวนาส่วนตัวที่บ้านหรือในครอบครัวในช่วงแรกถ้ายังไม่สะดวกที่จะใช้ของใหม่ก็สามารถใช้บทภาวนาเดิมได้” ส่วนเด็กหรือคนที่มาสมัครเป็นคริสตังใหม่ก็ต้องเริ่มใช้บทภาวนาฉบับปรับปรุงใหม่เลยเพื่อจะได้เป็นการเรียนรู้ครั้งเดียว สำหรับการไปรับศีลอภัยพ่อจะจัดเตรียมบทแสดงความทุกข์ที่ปรับปรุงใหม่ไว้ให้ในที่แก้บาป หรือพี่น้องอาจใช้หนังสือบทภาวนาที่ทางวัดจะจัดเตรียมไว้ให้ เพราะฉะนั้นจะสวดแบบเก่าหรือแบบใหม่ยังไม่สำคัญเท่ากับการที่เราต้องสวดภาวนาทุกๆวันเพื่อสรรเสริญ โมทนาคุณ ขอโทษ และวิงวอนขอพระหรรษทานที่จำเป็นจากพระเป็นเจ้าช่วยเราในการดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระองค์

จากคุณพ่อเจ้าวัด

กษัตริย์ตามวิถีทางของพระเจ้า

กษัตริย์หมายถึงผู้ปกครองและผู้นำของประเทศ ตามทัศนะเดิมสามารถกล่าวได้ว่ากษัตริย์เป็นเจ้าชีวิตเลยทีเดียว กษัตริย์ตามความหมายนัยนี้เป็นกษัตริย์ตามวิถีทางของโลก กษัตริย์ตามวิถีทางของพระเจ้าจะต้องเป็นผู้ที่เสียสละเป็นคนแรกในการรับใช้ผู้อื่น “กษัตริย์ของคนต่างชาติย่อมเป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และผู้มีอำนาจเรียกตนเองว่าเจ้าบุญนายคุณ แต่ท่านทั้งหลายจงอย่าเป็นเช่นนั้น ท่านที่เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด จงทำตนเป็นผู้น้อยที่สุด ผู้ที่เป็นผู้นำจงเป็นผู้รับใช้”(ลก.22:25-26) วันนี้เราสมโภชพระเยซูคริสตเจ้าเป็นกษัตริย์ พระองค์เป็นกษัตริย์ตามวิถีทางของพระเจ้าไม่ใช่วิถีทางของโลก “ท่านเป็นกษัตริย์ของชาวยิวหรือ……อาณาจักรของเรามิได้มาจากโลกนี้…….ท่านพูดว่าเราเป็นกษัตริย์นั้นถูกต้องแล้ว”(ยน.18:33-37) ประชาชนพยายามยัดเยียดความเป็นกษัตริย์ตามวิถีทางของโลกให้แต่พระองค์ปฏิเสธ บนไม้กางเขนพระองค์ทรงแสดงความเป็นกษัตริย์ในวิถีทางของพระเจ้าให้ประจักษ์แก่ตาผู้คน โดยยอมทำตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า พลีชีวิตเพื่อทำให้มนุษยชาติได้รับความรอดพ้น และทรงให้อภัยแก่ทุกคนที่ทำผิดต่อพระองค์ “บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่นและมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์”(มก.10:45) “พระบิดาเจ้าข้าโปรดอภัยความผิดแก่เขาเถิด เพราะเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร”(ลก.23:34)

กษัตริย์หรือผู้นำตามวิถีทางของพระเจ้าซึ่งปรากฏชัดบนไม้กางเขน เป็นจิตตารมณ์ของเราคริสตชนทุกคนที่จะต้องดำเนินชีวิตเลียนแบบอย่าง พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จมาเพื่อรับใช้และพลีชีวิตเพื่อมนุษยชาติ พระองค์ไม่ได้สอนด้วยคำพูดแต่สอนด้วยแบบอย่างชีวิต และสั่งให้เราทำตามพระองค์ซึ่งปรากฏอยู่ในพระวรสารนักบุญลูกา และมาร์โกที่อ้างถึงข้างต้น เราสมโภชพระเยซูคริสตเจ้าเป็นกษัตริย์ เป็นการสมโภชความยิ่งใหญ่การเป็นผู้ปกครองของพระองค์ สิ่งที่เราต้องไตร่ตรองก็คือ เรายอมรับในความเป็นกษัตริย์ของพระองค์หรือไม่ เรายอมให้พระองค์ครองใจเราหรือไม่ ถ้าเรายอมรับพระองค์ยอมให้พระองค์ครองใจเราจริง นั่นก็หมายความว่าเราต้องให้เกียรติพระองค์ รักพระองค์ และปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ “ถ้าท่านทั้งหลายรักเราท่านจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา”(ยน.14:15) บทบัญญัติของพระองค์คือเราให้เรารักและรับใช้กันและกัน โจรผู้ร้ายสองคนบนไม้กางเขนที่ถูกตรึงพร้อมกับพระองค์ คนหนึ่งไม่ยอมพระองค์ อีกคนหนึ่งยอมรับพระองค์ คนที่ไม่ยอมรับก็ดูหมิ่นพระองค์ ส่วนคนที่ยอมรับเขาให้เกียรติและวอนขอพระเมตตาจากพระองค์ “ข้าแต่พระเยซูโปรดระลึกถึงข้าพเจ้าด้วย เมื่อพระองค์จะเสด็จสู่พระอาณาจักรของพระองค์”(ลก.23:42) การยอมรับพระองค์นั้นนำความรอดพ้นมาสู่เขา “วันนี้ ท่านจะอยู่กับเราในสวรรค์”(ลก.23:43) ขอให้พระวาจาของพระเจ้าที่เราได้ฟังในวันนี้สัมผัสใจเรา เหมือนกับสัมผัสใจของโจรผู้ร้ายด้านขวาคนนั้น เพื่อเราจะได้เปิดใจของเรายอมรับพระองค์มาเป็นกษัตริย์ครองใจของเรา โดยพร้อมที่จะเลียนแบบพระองค์ในการดำเนินชีวิตเสียสละรักและรับใช้ผู้อื่น เช่นเดียวกับพระองค์ที่ยอมสละชีวิตบนไม้กางเขนเพื่อความรอดพ้นของมนุษยชาติ

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ขอความร่วมมือจากเด็กๆและเยาวชนช่วยแสดงละครศักดิ์สิทธิ์คืนวันคริสตมาส ลงชื่อได้ที่หน้าวัด
  2. ขอให้เด็กๆที่อายุไม่เกิน 18 ปี ลงชื่อที่หน้าวัด เพื่อรับบัตรสอยดาวซึ่งจะจัดขึ้นในคืนวันที่ 24 ธ.ค. 2010
  3. ขอเชิญทุกๆครอบครัวลงชื่อและรายละเอียดของครอบครัว เพื่อรับของขวัญในคืนวันคริสตมาส ทางวัดจะแจกของขวัญครอบครัวละหนึ่งชิ้น
  4. ในช่วงวันคริสตมาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด และผอ.สภาอภิบาล
  5. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่านและผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่านรวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เวลา 10.30 น.
  6. ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมารและนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้านลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  7. วันเสาร์ที่ 27 พ.ย. 2010 เป็นวันส่งท้ายปีพิธีกรรมพระสันตะปาปา ประสงค์ให้ทุกวัดจัดพิธีตื่นเฝ้าสวดภาวนาเป็นพิเศษ พิธีที่วัดของเราจะเริ่มเวลา 18.30 น. – 19.15 น. แล้วเริ่มมิสซาบูชาขอบพระคุณ และของดนพวารพระมารดานิจจานุเคราะห์

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.