บอกเล่าให้ฟัง
การเตรียมก่อนแต่งงานเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะพระศาสนจักรคาทอลิกถือว่า “การแต่งงานเป็นการทำพันธสัญญาระหว่างเจ้าบ่าวและเจ้าสาว” บุคคลที่จะให้และรับพันธสัญญานี้จะต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม มีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะให้และรับพันธสัญญา เพราะฉะนั้นการเตรียมก่อนแต่งงานจึงต้องใช้เวลาพอสมควรเพื่อให้คู่บ่าวสาวเข้าใจถึงพันธสัญญา ร่วมทั้งสิทธิและหน้าที่ที่จะเกิดขึ้นหลังการแต่งงาน ซึ่งชายและหญิงจะต้องรัก ซื่อสัตย์ ยอมมอบชีวิตของตนต่อคู่สมรสอย่างเด็ดขาดและคนเดียว มอบและรับสิทธิแห่งการมีเพศสัมพันธ์ อีกทั้งองค์ประกอบอื่นๆของใช้ชีวิตร่วมกัน เช่น การอบรมเลี้ยงดูบุตร การอยู่บ้านเดียวกัน การช่วยเหลือกันทั้งฝ่ายกายและจิตใจจนตลอดชีวิต พ่อมักจะตั้งคำถาม 3 ข้อ ให้เป็นการบ้านสำหรับผู้ที่มาอบรมเตรียมแต่งงาน 1. แต่งงานเพื่ออะไรหรือทำไมจึงแต่งงาน 2. หน้าที่ของสามีและภรรยาที่ดีมีอะไรบ้าง 3. หน้าที่ของพ่อแม่ที่ดีมีอะไรบ้าง เมื่ออบรมจบแล้วพ่อจะขอคำตอบจากเขาทั้งสอง ร่วมทั้งถามความสมัครใจเบื้องต้นด้วย ถ้าไม่ผ่านก็แต่งงานไม่ได้ แค่นี้พี่น้องคงจะเข้าใจแล้วว่าทำไมเราต้องให้ความสำคัญและให้เวลากับการเตรียมก่อนแต่งงาน
ที่พ่อเล่าเรื่องนี้ให้พี่น้องฟังเพราะต้องการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง จะได้ไม่ต้องมาถกเถียงกันภายหลัง จากประสบการณ์ที่ผ่านมาส่วนใหญ่มาอย่างไม่เข้าใจ กำหนดวันไว้แล้วคิดว่าทำได้ทันทีแต่ก็ต้องผิดหวังกลับไป ไม่ใช่เพราะพ่อไม่อยากช่วยเหลือ อยากช่วยแต่ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไรเนื่องจากไม่มีเวลาพอที่จะดำเนินการ สิ่งที่พ่อเล่ามาทั้งหมดนี้ก็อยากให้พี่น้องทุกท่านเห็นความสำคัญ และขอความร่วมมือจากพี่น้องให้ปฏิบัติตามสิ่งที่เล่ามาทั้งหมดนี้ด้วย สถาบันครอบครัวเป็นหน่วยเล็กๆในสังคมแต่สำคัญ พระศาสนจักรจึงถือว่าการเตรียมก่อนแต่งงานเป็นสิ่งที่จำเป็น จึงพยายามเตรียมหนุ่มสาวให้เข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับความรัก และชีวิตครอบครัว และก็หวังว่าการเตรียมนี้จะเป็นทางหนึ่งที่ช่วยให้ครอบครัวใหม่เป็นครอบครัวที่เข้มแข็งและมีคุณภาพ
จากคุณพ่อเจ้าวัด
ความรอบคอบในการดำเนินชีวิต
พระศาสนจักรเริ่มต้นปีพิธีกรรมโดยให้เราไตร่ตรองถึงเรื่องความรอบคอบในการดำเนินชีวิต ในบรรยากาศการเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า เราพบคำหลายคำเตือนใจเราให้มีความรอบคอบในการดำเนินชีวิต “จงตื่นเถิด” “จงเตรียมพร้อมไว้” “จงเฝ้าระมัดระวัง” “เวลาที่มิได้คาดหมาย” วลีและคำเหล่านี้ล้วนแฝงไปด้วยความหมายในการเตรียมพร้อมทั้งสิ้น ในสมัยของโนอาห์ผู้คนชะล่าใจไม่เชื่อคำเตือนของท่าน กินดื่ม สนุกสนาน ทำบาปชั่วช้าลามก ในที่สุดถูกน้ำท่วมตายสิ้น “สมัยของโนอาห์เป็นเช่นไร เมื่อบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นเช่นนั้น”(มธ.24:37) คำเตือนของพระเยซูคริสตเจ้า และพระวาจาทุกคำในพระคัมภีร์ไม่เคยล้าสมัย ในอดีตมนุษย์เคยชะล่าใจปล่อยตัวอย่างไรในปัจจุบันก็คงเป็นอย่างนั้น เพียงแต่บริบททางสังคมบางอย่างอาจจะเปลี่ยนบ้างเท่านั้น ทั้งในอดีตและปัจจุบันความเสื่อมถอยทางศีลธรรมยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความความยุ่งเหยิงไร้ระเบียบในการดำเนินชีวิต มนุษย์ไม่เคารพกฎจริยธรรมของพระเจ้าไม่อยู่ในร่องในรอย และในที่สุดนำมาซึ่งความพินาศ มนุษยชาติทำลายตนเอง
เราเคยคิดบ้างไหมทำไมภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ดินถล่ม พายุ แผ่นดินไหน ฯลฯ จึงทวีความรุนแรงขึ้นทุกๆวันจนมนุษย์แทบจะหมดปัญญาต่อสู้ป้องกัน เบื้องหลังก็คือมนุษย์เป็นผู้ทำลายมนุษย์กันเอง สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องหมายแห่งกาลเวลาที่เตือนใจเราให้ “กลับใจเพราะวันเวลาของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว” มนุษย์ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหยุดทำลายล้างไม่เช่นนั้นความพินาศจะมาเยือนเร็วขึ้น ความจริงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆตัวเราและในสังคมของเรา อาทิ มีคนเกิดมีคนล้มหายตายจาก ความชราภาพ การเปลี่ยนแปลงเกิดที่ขึ้นทุกวัน พบศพเด็ก 2002 คนที่เกิดจากการทำแท้งฯลฯ เป็นเครื่องหมายแห่งกาลเวลาที่พระเป็นเจ้าประทานให้กับเรา เราต้องรู้จักสังเกตและอ่านด้วยสายตาแห่งความเชื่อเพื่อเราจะได้มีความรอบคอบในการดำเนินชีวิต
“ท่านทั้งหลายจงเตรียมพร้อมไว้ เพราะว่าบุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาในเวลาที่ท่านมิได้คาดหมาย”(มธ.24:44) การเสด็จมาของพระเยซูคริสตเจ้าอีกครั้งหนึ่งถูกตีความว่าเป็นวันสิ้นสุดของโลกและสรรพสิ่ง การตีความเช่นนี้ก็ไม่ผิดอะไรเพราะเป็นวันที่เราไม่รู้วันเวลาและต้องเตรียมพร้อมเช่นเดียวกัน แต่ก็เป็นเรื่องที่อันตรายมากๆ ถ้าใครมุ่งความสนใจไปที่วันนั้นจนลืมเรื่องใกล้ตัวที่สุดนั่นก็คือ “ความตาย” พระศาสนจักรสอนเราให้มีความรอบคอบในการดำเนินชีวิตคิดถึงความตายเสมอๆ เพราะเป็นวันที่พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จมาหาเราอย่างไม่คาดหมาย ทุกขณะจิตมนุษย์เดินหน้าเข้าหาความตายอย่างไม่รู้วันเวลา เพราะฉะนั้นเราจะต้องดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบมุ่งมั่นในการทำความดี ทุกขณะจิตของชีวิตจึงเป็นเวลาที่เราเตรียมเผชิญกับความตาย เพื่อเราจะได้พร้อมเสมอที่จะต้อนรับองค์พระเยซูคริสตเจ้าเมื่อพระองค์เสด็จมา และเราจะสามารถต้อนรับพระองค์ด้วยความชื่นชมยินดี
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- ขอความร่วมมือจากเด็กๆและเยาวชนช่วยแสดงละครศักดิ์สิทธิ์คืนวันคริสตมาส ลงชื่อได้ที่หน้าวัด
- ขอให้เด็กๆที่อายุไม่เกิน 18 ปี ลงชื่อที่หน้าวัด เพื่อรับบัตรสอยดาวซึ่งจะจัดขึ้นในคืนวันที่ 24 ธ.ค. 2010
- ขอเชิญทุกๆครอบครัวลงชื่อและรายละเอียดของครอบครัว เพื่อรับของขวัญในคืนวันคริสตมาส ทางวัดจะแจกของขวัญครอบครัวละหนึ่งชิ้น
- ในช่วงวันคริสตมาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด และผอ.สภาอภิบาล
- ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมารและนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้านลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
- วันอาทิตย์ที่ 5 ธ.ค. 2010 เป็นวันพ่อที่วัดของเราจะมีจัดพิธีวันพ่อในวัด และเนื่องจากเป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนหลังมิสซามีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ใดต้องการนำเด็กมารับศีลล้างบาปให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
- วันอังคารที่ 30 พ.ย. และวันพุธที่ 1 ธ.ค. 2010 เข้าเงียบพระสงฆ์ ของดมิสซาในวันดังกล่าว และในวันพุธที่ 1 ธ.ค. 2010 เป็นวันฉลองศาสนนามพระคุณเจ้า ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ที่ศาลาไมเกิ้ล บ้านผู้หว่าน ขอคำภาวนาสำหรับการเข้าเงียบและฉลองศาสนนามพระคุณเจ้าฯด้วย ทางวัดส่งตัวแทนไปร่วมงานฉลองศาสนนามพระคุณเจ้าฯด้วย 5 ท่าน
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต