สารวัด ฉบับที่ 845 วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2553 อาทิตย์มหาทรมาน (แห่ใบลาน)

บอกเล่าให้ฟัง

เด็กๆวัดของเราเริ่มเรียนคำสอนแล้ว วันที่ 22 มีนาคม 2010 วันแรกก็วุ่นวายน่าดูเป็นเรื่องธรรมดาสามัญของสรรพสิ่งที่เริ่มต้น ก้าวแรกเป็นก้าวที่มีความยากลำบากเสมอ แต่เราต้องก้าวไปไม่เช่นนั้นชีวิตของเรา จะไม่ก้าวหน้าไปไหนย่ำอยู่กับที่ พ่อเห็นเด็กๆแม้เด็กเล็กๆพี่น้องก็อุตส่าห์ส่งมาเรียนคำสอนหัดสวด เพื่อสร้างความเคยชินในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เยาวชนที่มีโอกาสมาดูแลน้องๆ ช่วยงานวัดเป็นเหมือนคลื่นลูกใหม่ที่จะมาทำแทนพ่อแม่ของตน นี่เป็นกำไรชีวิตที่เห็นได้ชัดเจนมากเลยนะครับ พ่อแม่ที่ดีต้องเอาใจใส่ลูกๆให้มีความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม ความรู้ทางโลกเราก็ส่งลูกๆไปโรงเรียน และเราพยายามหาโรงเรียนที่ดีที่สุดให้ลูกของเรา ที่ดีที่สุดของพ่อหมายถึงมีสภาพแวดล้อมที่ดี มีคุณครูดีที่เอาใจใส่ซึ่งอาจจะไม่ต้องเป็นโรงเรียนหรูๆก็ได้ ความรู้ทางโลกเราให้กับลูกๆ เพราะว่าเราต้องการให้ลูกของเราสามารถดำเนินชีวิตบนโลกใบนี้อย่างมีคุณภาพ เอาตัวรอดมีชีวิตที่ผาสุก มีอาชีพ และใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างเหมาะสม แต่น่าเสียดายความรู้เหล่านี้มันจะหมดประโยชน์ทันทีเมื่อเราตาย เราใช้ประโยชน์จากมันได้แค่ระยะเวลาสั้นๆบนโลกใบนี้เท่านั้น

ส่วนความรู้ทางธรรมเราพยายามสอนให้ลูกของเรารู้จักพระเป็นเจ้า หนทางของพระองค์ในการดำเนินชีวิต ซึ่งจะนำพามนุษย์ทุกคนให้สามารถกลับไปหาพระองค์ ซึ่งเป็นพระผู้สร้างพระบิดาของเรา ที่นั่นคือบ้านแท้ เป็นที่ซึ่งคนดีๆที่ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเป็นเจ้าอยู่เสมอ จะมีความสุขกับพระองค์ตลอดนิรันดร ความรู้ชนิดนี้ไม่สูญสิ้นประโยชน์เมื่อตาย แต่จะติดตัวเราไปจนถึงชีวิตนิรันดร และเราทุกคนต้องให้การต่อพระเป็นเจ้าว่าเรารู้จักพระองค์แค่ไหน เราได้เดินในหนทางของพระองค์หรือไม่ เราจะได้รับความรอดพ้นหรือไม่ก็อยู่ตรงนี้แหละ

พี่น้องในเมื่อเรื่องชั่วคราวบนโลกใบนี้เรายังพยายามสุดความสามรถที่จะให้ของที่ดีที่สุดสำหรับลูก แล้วเรื่องชีวิตนิรันดรเล่าเราจะต้องพยายามมากขึ้นอีกสักเพียงใด พ่อสวดภาวนาวิงวอนพระเป็นเจ้าโดยผ่านทางคำเสนอวิงวอนของพระชนนีของพระเป็นเจ้า ให้พี่น้องได้มีโอกาสหันมามองมุมเดียวกับพ่อบ้าง เพื่อเราจะได้ร่วมมือกันสั่งสอนเด็กๆลูกหลานของเราไปในทิศทางเดียวกัน คนที่รอบคอบในการดำเนินชีวิตจริงต้องเป็นคนที่มองหลายๆด้านหลายๆแง่ หลายๆมุม ไม่ใช่มองอยู่แง่เดียวมุมเดียวอยู่กับเรื่องเดิมๆจนวันตาย เพราะฉะนั้นคนที่ส่งลูกหลานมาเรียนคำสอนก็ได้ทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว เพราะเราพยายามให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกหลานของเราอย่างครบถ้วน

จากคุณพ่อเจ้าวัด

การเข้าร่วมส่วนในพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า

วันอาทิตย์แห่ใบลาน พระศาสนจักรสมโภชการเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่าของพระเยซูคริสตเจ้า พระองค์ทรงทราบดีว่าพระองค์เข้าไปที่นั่นเพื่ออะไร เพราะพระองค์ทรงทำนายไว้ล่วงหน้าหลายครั้งแล้วว่า พระองค์จะต้องตอบสนองพระประสงค์ของพระบิดาโดยยอมทนทรมาน สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่โทษมนุษยชาติ “บุตรแห่งมนุษย์จะต้องรับทรมานเป็นอันมาก จะถูกบรรดาผู้อาวุโส มหาสมณะ และธรรมจารย์ปฏิเสธไม่ยอมรับ และจะถูกประหารชีวิต แต่จะกลับคืนชีพในวันที่สาม” (ลก.9:22) คำทำนายล่างหน้าของพระองค์เกี่ยวกับพระมหาทรมานหลายครั้ง แสดงว่าพระองค์ทรงทราบอยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับพระองค์ แต่พระองค์ยินดีน้อมรับพระประสงค์ของพระบิดาเจ้าสวรรค์

เมื่อเราคิดถึงพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า เชิญชวนพวกเราให้รำพึงไตร่ตรองคิดถึงความยากลำบาก ความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา สิ่งต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มาจากไหน เป็นการลงโทษของพระเป็นเจ้าหรือเปล่า และคำถามที่สำคัญมากๆที่ท้าทายความเชื่อของเราก็คือ “ทำไมต้องเป็นฉันด้วย” ความยากลำบาก ความทุกข์ทรมานในชีวิตของคนเป็นผลของบาป เมื่อมนุษย์พวกแรกตกในบาปโดยใช้อิสรภาพที่พระเป็นเจ้าประทานให้ไม่ถูกต้อง พวกเขาเลือกอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับพระเป็นเจ้า องค์ความดีผู้ถึงเป็นบ่อเกิดของความดีทั้งปวง พวกเขาทำผิดพลาด และความผิดครั้งนี้หนักมากๆ จนทำให้มนุษย์ต้องตัดขาดจากพระเป็นเจ้า และความดีของพระองค์ไม่สามารถหลั่งไหลมาถึงมนุษย์ได้อีก ความดีที่เคยได้รับจากพระเป็นเจ้า ความดีที่เคยมีก็ค่อยๆเสื่อมถอยเสื่อมสภาพไป มนุษย์จึงต้องแก่ เจ็บป่วย ตาย และประสบความลำบากมากมายจากการเสื่อมสภาพของความดีนั้น แต่อย่างไรก็ตามพระเป็นเจ้าผู้ทรงเมตตา ยังทรงรักมนุษย์ไม่เคยเปลี่ยนแปลงจึงทรงดำริว่า ถ้าขืนปล่อยให้มนุษย์เป็นอย่างนี้ต่อไปมนุษย์จะต้องพินาศทุกคน พระองค์จึงส่งพระบุตรของพระองค์มาบังเกิดเป็นมนุษย์ ที่เหมาะสมแต่ผู้เดียวมายอมรับทรมานและตายบนไม้กางเขน เพื่อไถ่มนุษย์ให้พ้นบาปโทษทั้งมวล เพราะพระองค์เป็นผู้ที่ไม่รู้จักบาปเลย

เมื่อการไถ่โทษบาปของมวลมนุษย์สำเร็จตามพระประสงค์ของพระบิดาแล้ว พระองค์ก็ทรงเป็นเปลี่ยนความทุกข์ยากลำบากที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วในธรรมชาติของมนุษย์ ให้กลับกลายเป็นหนทางสร้างบุญกุศลใช้โทษบาปทำให้มนุษย์สามารถไปสวรรค์ “พระองค์ทรงใช้ความอ่อนแออันนำความพินาศ เป็นหนทางนำมนุษย์ไปสู่สวรรค์” ถ้ามนุษย์คนนั้นน้อมรับความทุกข์ยากลำบากด้วยความยินดี ร่วมส่วนในมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้าเพื่อชดเชยบาปของมนุษย์ทั้งมวลและของตนเอง นี่คือการร่วมส่วนในมหาทรมานของพระของพระเยซูคริสตเจ้า เมื่อใดที่ความทุกข์ยากลำบากและปัญหาต่างๆมาเยือนชีวิตของเรา ขอให้เราคิดง่ายๆว่าพระองค์ผู้ไม่เคยรู้จักบาปเลยยังต้องรับความทุกข์ยากลำบากแสนสาหัสที่ไม่สมควรจะได้รับ แล้วเราเป็นใครกันเล่าจึงไม่ยอมรับไม่ยอมทน ความคิดเช่นนี้จะทำให้เราร่วมส่วนในมหาทรมานกับพระเยซูคริสตเจ้าได้งายขึ้น เพราะถ้าคิดอย่างถ่องแท้แล้วเราก็เป็นคนหนึ่งที่มีความผิดพลาดมากมายสมควรต้องชดเชยใช้โทษความผิดอยู่แล้ว

ประกาศ

  1. อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯจัดโครงการ “ศีลมหาสนิท ศูนย์กลางชีวิตครอบครัวและชีวิตพระสงฆ์” วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2010 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ ขอเชิญคู่สมรสที่ต้องการรื้อฟื้นการสมรส ครบ 50 ปี (1960) ครบ 40 ปี (1970) ครบ 25 ปี (1985) และ คู่ที่ประสงค์ที่จะสมรสกันและสามารถขออนุญาตยกเว้นข้อขัดขวางได้ทันกำหนดเวลา แจ้งชื่อ เบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด รายละเอียดและเอกสารติดต่อสอบถามได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด
  2. วันอังคารที่ 30 มี.ค. 2010 มีวจนพิธีกรรมศีลอภัยบาป เวลา 19.00 น. ขอเชิญพี่น้องทุกท่านมารับศีลอภัยบาปและร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณในวันดังกล่าวด้วย
  3. วันพฤหัสฯศักดิ์สิทธิ์ วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ พิธีกรรมต่างๆเริ่ม 19.00 น. วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์มีเดินมรรคาศักดิ์สิทธิ์รอบวัดเวลา 15.00 น.
  4. การสอนคำสอนภาคฤดูร้อนที่ทางวัดจัดขึ้น มีค่าใช้จ่ายมากพอสมควร อาทิ ค่าอาหาร เครื่องดื่ม และอุปกรณ์ต่างๆ ถ้าผู้ปกครองและพี่น้องท่านใดต้องการสมทบทุนช่วยเหลือกิจการนี้ เชิญสมทบทุนได้ที่กล่องกลางวัดหรือมอบให้พ่อโดยตรงก็ได้ครับ

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.