บอกเล่าให้ฟัง
ในวันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2010 พ่อได้รับเชิญให้ไปเทศน์ตรีวารที่วัดนักบุญยอแซฟ หนองรี พ่อได้ยินนักขับร้องร้องบทสร้อยที่พ่อไม่เคยได้ยินมาก่อน “สิ่วกับไม้ในมือ คืองานที่ท่านทำ งานใดทำประจำ ความยากอยู่ตรงนั้น ความดีทำซ้ำ…..ซ้ำ….คือคุณธรรม” พ่อรู้สึกประทับใจมากๆ ทำให้พ่อคิดถึงการงานที่พวกเราทำอยู่ทุกๆวัน อันที่จริงแล้วหลายๆอย่างเราทำจนเคยชินเป็นความชำนาญในชีวิต เราเคยคิดบ้างไหมว่าอะไรเป็นความท้าทายเป็นความยากของการงานนั้นๆ ในบทสร้อยนี้ผู้แต่งประพันธ์ไว้ว่า “งานใดทำประจำ ความยากอยู่ตรงนั้น” นั่นหมายความว่าความท้าทายความยากของการทำงานประจำอยู่ที่ความสม่ำเสมอ ความซื่อสัตย์ ความตั้งใจดี และอุดมการณ์ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน นอกจากเนื้อความตอนนี้แล้วยังมีอีกตอนหนึ่งที่น่าสนใจ “ความดีทำซ้ำ…ซ้ำ…คือคุณธรรม” คุณธรรมนะครับ ไม่ใช่คุณ-นะ-ทำซึ่งเป็นการปัดภาระให้คนอื่น
พี่น้องพ่อเขียนสารวัดมาเป็นสิบๆปี พ่อไม่ใช่นักเขียน ความยากลำบากและสิ่งท้าทายของพ่อไม่ใช่อยู่ที่จะเขียนอะไร เขียนอย่างไร แต่อยู่ที่ความสม่ำเสมอ และอุคมการณ์ที่ตั้งมั่นไม่เคยเปลี่ยน ครั้งแรกที่พ่อเริ่มเขียนสารวัดคุณพ่อเจ้าในสมัยนั้นท่านทักว่า “คุณพ่อเขียนสารวัดด้วยเหรอ ต้องเขียนทุกอาทิตย์เลยนะแล้วพ่อจะมีเวลาและเขียนไปได้นานสักเท่าไร” พ่อไม่มีคำตอบและคุณพ่อเจ้าก็ไม่ได้ห้ามเพียงแต่ติงๆไว้เฉย พ่อจำได้ว่าตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้พ่อขาดการเขียนสารวัดประมาณ 3 ครั้งเนื่องจากป่วยและต้องไปต่างประเทศจึงเขียนไม่ได้ พ่อไม่เคยสำรวจดูว่ามีใครอ่านสิ่งที่พ่อเขียนหรือเปล่า เพราะพ่อถือว่าพ่อได้ทำหน้าที่ของพ่อในการสื่อสารสิ่งที่เป็นประโยชน์ และสร้างความถูกต้องชอบธรรมให้กับชุมชนแห่งความเชื่อนี้ ให้ได้รับทราบโดยทั่วกันไปแล้ว
จากคุณพ่อเจ้าวัด
พระเมตตาของพระเป็นเจ้านั้นยิ่งใหญ่
พระเยซูคริสตเจ้าตรัสว่า “นางเอ๋ย…..เราก็ไม่ลงโทษท่านด้วย ไปเถิด และแต่นี้ไปอย่าทำบาปอีก” (ยน.8:10-11) ทุกๆครั้งที่เราเข้าไปคุกเข่าลงสารภาพบาปด้วยความสำนึกผิด เป็นทุกข์ถึงบาปกลับใจอย่างแท้จริงพระเยซูคริสตเจ้าทรงตรัสกับเราเสมอในความสำนึกผิดนั้นว่า “ลูกจงไปเป็นสุขเถิด กลับไปและอย่าทำบาปอีกนะลูก” เป็นพระวาจาที่ดังก้องอยู่ในความรู้สึกและความสำนึกในพระเมตตาของพระเป็นเจ้าของเรา พวกเราเคยสัมผัสได้บ้างไหมเวลาที่เราไปรับศีลอภัยบาป หรือเวลาที่เราเป็นทุกข์ถึงบาปอย่างสมบูรณ์ หญิงคนบาปคนนั้นตกอยู่ในความกลัวจนตัวสั่นเพราะความตายรอนางอยู่ตรงหน้า เมื่อได้ยินพระวาจาที่อ่อนโยนให้โอกาสเช่นนี้ “เราก็ไม่ลงโทษท่านด้วย ไปเถิด และแต่นี้ไปอย่าทำบาปอีก” เชื่อว่านางจะต้องกลับไปด้วยความดีใจเป็นอย่างยิ่ง เริ่มต้นชีวิตใหม่และพยายามที่จะไม่ทำบาปอีกแน่นอน ที่ต้องใช้คำว่าพยายามเพราะนางก็เป็นคนธรรมดาสามัญอย่างพวกเรา ความพยายามสุดความสามารถน่าเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เพียงพอแล้วว่านางกลับใจอย่างแท้จริง
ชีวิตคริสตชนจะก้าวหน้าและมีการกลับใจเปลี่ยนแปลงชีวิตในทางที่ดีขึ้นอยู่เสมอ ต่อเมื่อคนๆหนึ่งได้สัมผัสรับรู้ถึงความรักความเมตตาของพระเป็นเจ้าที่มีต่อเขา เพราะเขาจะมีความเคารพยำเกรงต่อพระองค์ ความเคารพยำเกรงเกิดจากความซาบซึ้งในความดี และความรักจนไม่อาจทำให้ผู้นั้นเสียใจและเสียหาย ไม่ใช่เกิดจากความกลัว ถ้าหญิงคนนั้นจะไม่ทำบาปอีกก็คงไม่ใช่เพราะกลัวถูกเอาหินทุ่มให้ตาย เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าในธรรมบัญญัติของโมเสสสั่งไว้เช่นนั้น และก่อนหน้านั้นเขาก็ยังกล้าทำ แต่ที่เขาจะไม่ทำบาปอีกเพราะเขาซาบซึ้งในพระเมตตาและโอกาสที่พระเยซูคริสตเจ้าประทานให้แก่เขา
โดยทางศีลล้างบาปและศีลอภัยบาปเราคริสตชนได้รับพระเมตตากี่ครั้งกี่หนมาแล้ว เราได้สัมผัสพระเมตตาของพระเป็นเจ้า และซาบซึ้งในพระเมตตาของพระองค์บ้างหรือไม่ ถ้าเราได้สัมผัสพระเมตตาของพระเป็นเจ้าเชื่อได้ว่า จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในชีวิตของเรา เราจะต้องพยายามทำความดีหลีกหนีโอกาสบาปและความชั่ว เพราะเราจะมีความเคารพยำเกรงพระเป็นเจ้า เราจะรักและให้อภัยผู้อื่นได้ง่ายขึ้น เพราะเราจะเข้าใจคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้าที่ว่า “พระเป็นเจ้าทรงรักและให้อภัยท่านทั้งหลายอย่างไร พวกท่านจะทำกับผู้อื่นอย่างนั้น” และจะรับรู้ความรู้สึกของคนที่พลาดผิด ที่กำลังรอคอยการให้อภัยและโอกาสจากคนอื่น พวกธรรมจารณ์ ฟาริสี และประชาชนพาหญิงคนบาปมาหาพระเยซูคริสตเจ้าด้วยความสะใจ อยากเห็นนางถูกเอาหินทุ่มตาย แต่พวกเขากลับไปด้วยความสำนึกผิด เพราะรู้ว่าพวกเขาเองก็เคยทำบาปทำผิดไว้มากมาย โดยพระวาจาที่ตรัสว่า “ท่านผู้ใดไม่มีบาป จงเอาหินทุ่มนางเป็นคนแรกเถิด” (ยน.8:7) ไม่มีใครกล้าทุ่มก็เพราะสำนึกได้ถึงธาตุแท้ของมนุษย์ว่า “มนุษย์ทุกคนเป็นคนอ่อนแอเป็นคนบาปล้วนเคยผิดพลาดมาแล้วทั้งสิ้น”
ขอพระวาจาของพระเจ้าช่วยให้เราไตร่ตรองถึงพระเมตตาของพระเป็นเจ้า เพื่อเราจะได้เข้าใจและสัมผัสพระเมตตาของพระองค์ โดยอาศัยพระเมตตาของพระองค์ที่เราได้สัมผัสแล้วนี้จะช่วยเราให้กลับใจ มีความเคารพยำเกรงพระเป็นเจ้า และรักผู้อื่นมากขึ้นเหมือนที่พระองค์ทรงรักเรามาก่อนแล้ว
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- วันจันทร์ที่ 22 มี.ค. 2010 ทางวัดจะเปิดสอนคำสอนเตรียมรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ
- ปลายเดือนมี.ค. – ต้นเดือนเม.ย. 2010 เป็นช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์และสมโภชปัสกา ทางวัดต้องเตรียมอุปกรณ์หลายอย่าง ขอเชิญผู้ที่มีเวลาว่างวันเสาร์และวันอาทิตย์ในระหว่างเดือนมี.ค.นี้ ช่วยเตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้ในวันต่างๆด้วย
- อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯจัดโครงการ “ศีลมหาสนิท ศูนย์กลางชีวิตครอบครัวและชีวิตพระสงฆ์” วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2010 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ ขอเชิญคู่สมรสที่ต้องการรื้อฟื้นการสมรส ครบ 50 ปี (1960) ครบ 40 ปี (1970) ครบ 25 ปี (1985) และ คู่ที่ประสงค์ที่จะสมรสกัน และสามารถขออนุญาตยกเว้นข้อขัดขวางได้ทันกำหนดเวลา แจ้งชื่อ เบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด รายละเอียดและเอกสารติดต่อสอบถามได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด
- วันอังคารที่ 30 มี.ค. 2010 มีวจนพิธีกรรมศีลอภัยบาป เวลา 19.00 น. ขอเชิญพี่น้องทุกท่านมารับศีลอภัยบาป และร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณในวันดังกล่าวด้วย
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต