สารวัด ฉบับที่ 839 วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553 อาทิตย์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

วันวาเลนไทน์วันแห่งความรัก เป็นอีกวันหนึ่งในรอบปีที่เริ่มมีคนสนใจ และให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นวันที่เราจะมอบความรักให้แก่กันและกัน ความรักมีหลายรูปแบบ เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่าเป็นวันของหนุ่มสาวมอบความรักให้แก่กันและกันเท่านั้น แต่เป็นวันสำหรับทุกคน ที่จะต้องมอบความรักให้แก่กันและกัน เพื่อนมอบให้เพื่อน พี่น้องมอบให้กับพี่น้อง พ่อแม่มอบให้กับลูกๆ ลูกๆมอบให้กับพ่อแม่ สรุปแล้วเราต้องรักกันและกัน วันแห่งความรักมีวันเดียวกันในรอบปี แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะรักกันเฉพาะวันนี้เท่านั้น แต่เราต้องรักกันทุกวันเสมอไป วันแห่งความรักฟังแล้วดูดีน่าส่งเสริม แต่ในปัจจุบันพฤติกรรมของวัยรุ่นหลายกลุ่มเห็นแล้วน่ากลัว จนมีคนตั้งชื่อวันนี้ใหม่ว่า “วันเสียสาวหรือวันเสียความบริสุทธิ์”

วันแห่งความรักเป็นวันดีแต่แต่พฤติกรรมของคนบางกลุ่มทำให้วันนี้เสียหาย ผู้ใหญ่หลายๆคนหาผลประโยชน์จากการไม่เท่าทันโลกของเด็กวัยรุ่น สร้างค่านิยมผิดๆ ให้กับพวกเขาทำให้พวกเขาเข้าใจว่าความรักแท้คือการมีเพศสัมพันธ์ เมื่อปัญหาทางสังคมเกิดรุนแรงขึ้นทุกวัน ก็แก้ปัญหาแบบง่ายๆที่ปลายเหตุโดยเอาถุงยางอนามัยยัดใส่มือเด็กๆ ทั้งๆที่เด็กบางคนก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรเพราะพวกเขายังเด็กเกินกว่าที่จะรู้ได้ การเอาถุงยางอนามัยยัดใส่มือเด็กๆและวัยรุ่นเท่ากับเป็นการอนุญาต บอกกับพวกเขาว่า “ถ้าทำอะไรแล้วไม่ตั้งครรภ์และไม่ติดโรคเอดส์สามารถทำได้ทั้งสิ้น” เมื่อเป็นเช่นนี้คุณธรรมความบริสุทธิ์ยังเป็นคุณธรรมอยู่หรือเปล่า พระบัญญัติประการที่ 6 และประการที่ 9 มีความหมายอะไร

นักบุญเปาโลอธิบายความหมายของความรักไว้อย่างชัดเจน “ความรักย่อมอดทน มีใจเอื้อเฟื้อ ไม่อิจฉา ไม่โอ้อวดตัว ไม่จองหอง ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตัว ความรักไม่ฉุนเฉียว ไม่จดจำความผิดที่ได้รับ ไม่ยินดีในความชั่ว แต่ร่วมยินดีในความถูกต้อง ความรักให้อภัยทุกอย่าง เชื่อทุกอย่าง หวังทุกอย่าง อดทนทุกอย่าง” (1 คร.13:4-7) เราจะสอนเรื่องเหล่านี้ให้กับลูกหลานของเราในวันแห่งความรักจะดีไหม และสอนเขาด้วยว่าใครก็ตามที่มาขอมีเพศสัมพันธ์ในวันเวลา และวัยที่ไม่สมควรเป็นคนเห็นแก่ตัวและขาดความรับผิดชอบ สอนพวกเขาให้ถือคุณธรรมความบริสุทธิ์ และเคารพในศักดิ์ศรีของเพศตรงข้าม พ่อเชื่อว่าการสอนเช่นนี้ดีว่าการสอนให้ใช้ถุงยางอนามัย หรือเอาถุงยางอนามัยใส่มือเด็กๆและวัยรุ่นแน่นอน

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ความสุขแท้

มนุษย์ทุกคนปรารถนาที่จะมีความสุขในชีวิตของตนมากที่สุด กิจการทุกอย่างที่มนุษย์ทำทั้งดี และไม่ดีก็ล้วนเป็นกิจการที่ต้องให้ได้มาซึ่งความสุขทั้งสิ้น บางคนดื่มสุราเพราะคิดว่าการดื่มสุราจะให้ความสุขแก่ตนเอง บางคนเล่นการพนันเพราะอยากมีเงินมีทองเยอะๆ จะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีมีความสุข คนดีๆพยายามสร้างบุญสร้างกุศลเพื่อความสุขในชีวิตฯลฯ ธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนปรารถนาความสุขแต่แตกต่างกันที่ความเข้าใจ และวิธีการแสวงหา พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนหนที่จะทำให้เรามีความสุขเที่ยงแท้ หนทางที่พระองค์สอนดูเหมือนเป็นหนทางที่สวนกระแสกับหนทางของโลก “คนยากจน…คนที่หิว…คนที่ร้องไห้….คนที่ถูกคนอื่นเกลียดชัง…ดูหมิ่นเพราะเป็นศิษย์ของพระองค์ก็เป็นสุข” (ลก. 6:20-22) ความสุขที่พระเยซูคริสตเจ้ากล่าวถึงเป็นความสุขแท้ เป็นความสุขของผู้ที่เดินในหนทางของพระเป็นเจ้า ถึงแม้ว่าจะมีความยากลำบากในหนทางสายนี้ แต่ท่ามกลางความยากลำบากเขาจะพบกับความสุขแน่นอน และเป็นความสุขที่โลกให้ไม่ได้

พระเยซูคริสตเจ้าสอนเช่นนี้ เพราะต้องการที่จะให้เราแต่ละคนเข้าใจถึงสัจธรรมความจริงของสรรพสิ่ง ทุกสิ่งในโลกล้วนอนิจจังให้ความสุขแท้แก่เราไม่ได้ เพราะฉะนั้นอย่าไปติดใจกับทรัพย์สมบัติของโลก และอย่ายึดเอาสิ่งเหล่านี้เป็นสรณะของชีวิตเด็ดขาด เพราะว่ามันเป็นสรณะที่พึ่งพิงแท้จริงของเราไม่ได้ ก็ไม่ใช่เพราะมนุษย์ติดใจฝักใฝ่กับทรัพย์สมบัติค วามสะดวกสบายทางโลกจนเลยเถิดหรอกหรือโลกจึงวุ่นวายถึงปานนี้ มนุษย์พยายามกอบโกยทุกอย่างเข้าหาตนเองไม่รู้จักอิ่มไม่รู้จักพอ จนเป็นสาเหตุของความเสียหายการทำลายสิ่งแวดล้อมและมนุษย์ด้วยกัน วันนี้ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เริ่มกบฏรุนแรงขึ้นทุกวันจนเป็นภัยธรรมชาติที่มนุษย์กำลังจะรับมือไม่ไหวอยู่แล้ว เราลองถามตนเองซิว่าคนที่กอบโกยได้ร้อยล้าน พันล้าน หมื่นล้าน เมื่อตายแล้วเอาอะไรติดตัวไปได้บ้าง คนที่ยอมเป็นคนจน….ยอมหิวในเวลานี้ คือคนที่รู้จักระงับความต้องการของตนและเป็นอยู่อย่างพอเพียง เพราะเขารู้ถึงสัจธรรมว่าความยากจนความหิวของเขา เกิดจากความต้องการที่ไม่รู้จักจบสิ้น กิเลสความต้องการแบบนี้จะเป็นมูลเหตุของการกอบโกยเอาเปรียบ เห็นแก่ตัว และการทำลายล้างทุกสิ่ง คนที่ยอมจน ยอมหิวเวลานี้ ก็เหมือนกับคนที่ประหยัดอดออม วันนี้เขายากจน เขาหิว เพราะความต้องการของเขายังไม่ได้รับการตอบสนอง เขาหว่านด้วยน้ำตาวันหนึ่งเขาจะเก็บเกี่ยวผลด้วยความยินดี ส่วนคนที่เอาสบายเข้าไว้อิ่มเข้าว่าในวันนี้ วันหนึ่งก็จะรู้ผลเอง เพราะสัจธรรมยอมเป็นสัจธรรมพระวาจาของพระเจ้าจะเป็นจริงทุกประการ ขอพระวาจาของพระเจ้าเตือนใจเรา ให้เราเดินในหนทางของพระเป็นเจ้าด้วยเพียรอดทน ยอมยากจน ยอมหิวต่อความต้องการอันไม่สิ้นสุด ยอมหว่านด้วยน้ำตา ยอมถูกเบียดเบียนต่อความยากลำบากที่เกิดขึ้น แล้วเราจะเป็นสุขได้รับชีวิตนิรันดร ตามพระสัญญาเพราะพระวาจาของพระเจ้าจะเป็นจริงแน่นอน

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันพุธที่ 17 ก.พ. 2010 เป็นวันพุธรับเถ้า เริ่มต้นเทศกาลมหาพรต ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาเสกและโปรยเถ้าเวลา 19.00 น. ด้วย และในวันนี้คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องอดเนื้อหรือทำพลีกรรมอื่นๆทดแทน คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องอดอาหาร การอดอาหารหมายถึง การรับทานอาหารอิ่มเพียงมื้อเดียว
  2. วันเสาร์และวันอาทิตย์ในเทศกาลมหาพรต มีเดินมรรคาศักดิ์สิทธิ์ก่อนเริ่มมิสซาบูชาขอบพระคุณ
  3. ขอให้พี่น้องนำเอากระบอกมหาพรตไปที่บ้าน เพื่อออมเงินสำหรับให้พระศาสนจักรนำเงินนี้ไปใช้ทำกิจเมตตาช่วยด้อยโอกาสต่อไป
  4. วันจันทร์ที่ 22 มี.ค. ถึงสิ้นเดือนเม.ย. 2010 ทางวัดจะเปิดสอนคำสอนเตรียมรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ผู้ที่ต้องการส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด
  5. ผู้ที่แจ้งชื่อและทะเบียนรถเพื่อทำสติกเกอร์ ช่วยตรวจสอบความถูกต้องที่หน้าวัดด้วย

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.