บอกเล่าให้ฟัง
เทศกาลต่างๆในรอบปีพิธีกรรมของพระศาสนจักร เริ่มต้นด้วยเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า เทศกาลพระคริสตสมภพ เทศกาลธรรมดา เทศกาลมหาพรต เทศกาลปัสกา เทศกาลธรรมดา และก็จะเวียนมาถึงจุดเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง พระศาสนจักรจัดเทศกาลในรอบปีพิธีกรรมอย่างมีความหมาย เหมาะกับฤดูกาลและวันเวลาเพื่อให้พวกเรารู้จักจังหวะในการดำเนินชีวิต รำพึงภาวนาไตร่ตรองถึงชีวิตของตนเองไม่ดำเนินชีวิตไปวันๆหนึ่งอย่างไร้จุดหมาย เรามีเทศกาลที่เรารอคอยด้วยความหวัง เทศกาลที่เราฉลองสมโภชด้วยความชื่นชมยินดี และเทศกาลธรรมดาที่เรามีชีวิตอย่างปกติสุขเรียบง่าย เปรียบเหมือนกับชีวิตคนที่มีเวลาโศกเศร้าต้องรอคอยอย่างมีความหวัง มีเวลาที่เรามีความสุขฉลองรื่นเริง และมีเวลาที่เราสามารถมีชีวิตที่สงบเงียบเรียบง่ายไม่โลดโผน
ชีวิตก็เป็นเช่นนี้แหละบางครั้งก็มีความสุขจังเลย และก็มีบางครั้งที่จ๋อย แต่ถ้าเรารู้จักคอยสิ่งที่ทุกข์ก็เป็นเพียงความสุขที่มาช้าหน่อย ความสุขที่ยังเล็กอยู่ หรือความสุขที่ความทุกข์บังอยู่ คนที่ใช้ชีวิตเป็น รู้จักจังหวะการดำเนินชีวิตคนนั้นก็จะไม่ท้อถอยถอดใจง่ายๆเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆในการดำเนินชีวิต ความทุกข์ในชีวิตของคนมักจะเกิดจากความไม่เข้าใจความเป็นจริงของชีวิตปล่อยวางไม่ได้ ขอให้เทศกาลต่างๆที่พระศาสนจักรจัดไว้ในรอบปีพิธีกรรมเป็นบทเรียนที่มีคุณค่าสอนเราให้รู้จักจังหวะความเป็นไปในชีวิต ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และอ่านเครื่องหมายแห่งกาลเวลาให้ออก เพื่อเราจะได้สามารถดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบเป็นที่พอพระทัยของพระเป็นเจ้าอยู่เสมอ
จากคุณพ่อเจ้าวัด
เสียงเตือนจากถิ่นทุรกันดาร
“คนคนหนึ่งร้องตะโกนในถิ่นทุรกันดารว่า จงเตรียมมรรคาขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงทำทางเดินของพระองค์ให้ตรงเถิด” (ลก.3:4) นักบุญยอห์นบัปติสตาเป็นเสียงเตือนจากถิ่นทุรกันดารให้ประชาชนเตรียมจิตใจในการต้อนรับเสด็จพระคริสตเจ้า ท่านเป็นดั่งมโนธรรมของสังคมในสมัยของท่านว่า “ถึงเวลาแล้วต้องกลับใจใช้โทษบาป” เพราะวันเวลาของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว สังคมวันนี้เป็นสังคมที่ยิ่งกว่าสมัยที่ท่านยอห์บัปติสตาออกเทศน์สอน มนุษย์ถูกครอบงำด้วย วัตถุนิยม บริโภคนิยม สุขนิยม เรากำลังหลงใหลในความเจริญทางด้านวัตถุและเทคโนโลยีต่างๆพยายามหาความสะดวกสบายมากที่สุด เรากำลังหลงลืมพระเป็นเจ้าแล้ว เราพร้อมที่จะบูชาทุกสิ่งทุกอย่างเป็นพระเจ้าถ้าสิ่งนั้นสามารถตอบสนองความต้องการทางเนื้อหนังของเรา ดังนั้นนอกจากอะไรๆนิยมต่างๆที่กล่าวข้างต้นแล้ว ปัจจุบันยังมีอะไรๆก็ได้นิยมอีกด้วย นั่นก็คือจะคิดจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นขอให้ได้มาในสิ่งที่ฉันต้องการ คนแบบนี้คือคนที่มโนธรรมตายด้านไปแล้ว
เนื่องจากสภาพสังคมปัจจุบันเป็นอย่างนี้เราจึงต้องการคนอย่างท่านนักบุญยอห์นบัปติสตา ที่มีความกล้าหาญในการเป็นมโนธรรมของสังคม ท่านไม่ได้เป็นเพียงเสียงเตือนจากถิ่นทุรกันดาร แต่ชีวิตของท่านเป็นประจักษ์พยานอย่างชัดเจนในคำสอนของท่าน ท่านเตือนสอนให้คนกลับใจใช้โทษบาป การดำเนินชีวิตของท่านเองเรียบง่ายเป็นการใช้โทษบาปย่างชัดเจนที่สุด ท่านได้สอนประชาชนว่าในชีวิตของคนเรา มีหลายสิ่งหลายอย่างต้องเติมเต็มแก้ไขเป็นสัญลักษณ์ของทางที่ไม่ราบเรียบเป็นหลุมเป็นบ่อและไม่ตรง เราต้องปรับให้ตรงเป็นหนทางของพระเจ้าแล้วมนุษย์จะได้พบกับพระเจ้า “หุบเขาทุกแห่งจะถูกถมให้เต็ม ภูเขาและเนินทุกแห่งจะถูกปรับให้ต่ำลง ทางคดเคี้ยวจะกลายเป็นทางตรง ทางขรุขระจะถูกทำให้ราบเรียบแล้งมนุษย์ทุกคนจะเห็นความรอดพ้นจากพระเจ้า” (ลก.3:5-6)
สังคมวันนี้ต้องการมโนธรรมของสังคมที่มีความกล้าหาญและเป็นพยานด้วยการดำเนินชีวิต พ่อแม่ต้องกล้าที่จะตักเตือนเป็นมโนธรรมให้กับลูกๆ ครูอาจารย์ต้องเป็นมโนธรรมให้กับนักเรียนและนักศึกษา และเราแต่ละคนต้องกล้าเป็นมโนธรรมให้แก่กันและกัน เราต้องกล้าที่จะอยู่ฝ่ายความจริง เพราะคนใดที่อยู่ฝ่ายความจริงก็อยู่ฝ่ายพระเป็นเจ้า ถามว่าทำไมเราไม่กล้าเป็นมโนธรรมของสังคมไม่กล้าตักเตือนใคร คำตอบก็อยู่ที่ว่าชีวิตของเราเป็นพยานถึงคำพูดของเราหรือไม่ นี่คือสิ่งเตือนใจเราให้ย้อนกลับไปมองชีวิตของตนเอง ขอให้แบบอย่างของท่านยอห์นบัปติสตาช่วยเราให้กล้าหาญที่จะเป็นมโนธรรมของสังคม เพื่อเราจะสามารถเป็นเครื่องมือของพระเป็นเจ้าในการเตรียมมรรคาในการต้อนรับองค์พระคริสตเจ้าที่จะเสด็จมาอีกครั้งหนึ่งด้วยความชื่นชมยินดี
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- ตรีวารฉลองวัด เริ่มวันอาทิตย์ที่ 13 , 20 , 27 ธ.ค. 2009 วันอาทิตย์ที่ 27 ธ.ค. 2009 เป็นวันครอบครัวของวัด ขอเลื่อนมิสซาเป็นเวลา 9.30 น. หลังมิสซามีสังสรรค์และรับประทานอาหารร่วมกัน
- กิจกรรมคืนวันคริสตมาส 24 ธ.ค. 2009 เริ่มด้วยพิธีนพวาร เวลา 18.00 น. ต่อด้วยกิจกรรมต่างๆถึงเวลา 21.00 น. 21.30 น. ละครศักดิ์สิทธิ์ 22.00 น. เริ่มมิสซา วันที่ 25 ธ.ค. 2009 มิสซาเช้าเวลา 9.00 น. รายละเอียดติดตามได้ที่หน้าวัด
- ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า ทางวัดจะเชิญพระกุมารไปอวยพรตามบ้าน บ้านใดต้องการรับพระกุมารไปอวยพรที่บ้าน ลงชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อย่างชัดเจนได้ที่หน้าวัด
- ขอให้เด็กๆที่เรียนไม่เกินชั้น ม. 3 ลงชื่อเพื่อรับของขวัญคืนวันคริสตมาส 24 ธ.ค. 2009 ได้ที่หน้าวัด
- ประกาศแต่งงาน ระหว่าง นาย อันเดร วิษณุพร อรุณลักษณ์ บุตรของ นาย ประมินทร์ และนาง มารีอา ประภา อรุณลักษณ์ กับ นางสาว โชติกา เพิ่มทวีทรัพย์ บุตรของ นาย สมาน และ นาง หา เพิ่มทวีทรัพย์ ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆ ในการแต่งงานต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าวัดทราบ
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต