ฉบับที่ 14034 วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2014

บอกเล่าให้ฟัง

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเผลอเดี๋ยวเดียวพ่อมาอยู่ที่นี่ครบห้าปีแล้ว ขอบคุณพี่น้องทุกๆท่านที่ให้ความร่วมมือในการพัฒนาชุมชนแห่งความเชื่อของเรา และแน่นอนที่สุดพ่อต้องขออภัยพี่น้องในหลายสิ่งหลายอย่าง ที่พ่ออาจจะพลาดพลั้งไปบ้างเพราะพ่อเป็นมนุษย์ธรรมดาสามัญคนหนึ่ง และยิ่งเป็นคนๆหนึ่งที่ต้องทำหน้าที่ประกาศก คือ เทศน์สอน และตักเตือนประชากรของพระเจ้า บางครั้งอาจจะโดนหรือกระทบใครบ้างก็เป็นได้ พ่อคิดว่าตั้งแต่พ่อมาอยู่ที่นี่พ่อได้พยายามอธิบายเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติของพี่น้องหลายเรื่องมาแล้ว อาทิ เรื่องการแต่งงาน การรับศีลมหาสนิท คำสอนของพระศาสนจักร ฯลฯ พ่อขอยืนยันกับพี่น้องอีกครั้งว่า สิ่งที่พ่อประกาศหรืออธิบายไปนั้นไม่ใช่สิ่งที่พ่อคิดตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมาเอง แต่เป็นกฎเกณฑ์ของพระศาสนจักรทั้งสิ้น

เนื่องจากหลายๆคนปฏิบัติเรื่องต่างๆจนเคยชิน อีกหลายคนก็ปฏิบัติโดยไม่รู้และเข้าใจผิด แต่ยังไม่มีใครเคยอธิบายหรือเคยบอกให้ฟังว่าสิ่งที่ถูกมันคืออะไร จึงเข้าใจไปว่าพ่อชอบมาเปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่อยู่เรื่อย มีบางคนถามว่าพ่อเป็นพระสงฆ์คณะอะไรจึงคิดไม่เหมือนชาวบ้านเขา พ่อขอตอบว่า “พ่อเป็นพระสงฆ์ของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ” และสิ่งที่บอกกล่าวไปก็เป็นกฎเกณฑ์ของพระศาสนจักรครับ ไม่ได้พูดเองคิดเองเออเอง เมื่อคิดถึงกฎเกณฑ์ของพระศาสนจักร พ่ออยากให้พี่น้องคิดง่ายๆว่า กฎเกณฑ์ของพระศาสนจักรมักมีพื้นฐานอยู่บนกฎของพระเจ้า และกฎของพระเจ้าก็มักจะสอดคล้องกับกฎธรรมชาติ เพราะฉะนั้นอะไรที่มันผิดธรรมชาติ พระศาสนจักรก็จะไม่ยอมรับ พื้นฐานอีกประการหนึ่งก็คือการดลใจของพระเจ้าทางพระคัมภีร์ ดังนั้นถ้าเรามีข้อสงสัยอะไรสามารถตรวจสอบจากพื้นฐานเหล่านี้ และถ้าไม่เข้าใจก็ต้องพยายามเสาะหาความรู้หรือไปถามผู้รู้ครับ ยังมีอีกหลายคนคิดว่าเมื่อพ่อไม่ยอมให้ทำก็ไปทำกับคนอื่นได้ พ่อขอบอกว่าถ้าคุณพ่อคนนั้นรู้ก็ทำไม่ได้เหมือนกัน อาทิ การแต่งงานไม่เรียบร้อย พระศาสนจักรแนะนำว่าอย่าไปรับศีลอภัยบาป และรับศีลมหาสนิทเพราะจะเป็นการทุราจารศีลศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองประการ เป็นการเพิ่มพูนความผิดมากขึ้น แต่เพื่อรักษาสภาพจิตวิญญาณไว้ พระศาสนจักรแนะนำให้มาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณ และให้เป็นทุกข์ถึงบาปอย่างสมบูรณ์ แล้วอธิษฐานภาวนาวอนขอพระเยซูคริสตเจ้ามาประทับอยู่กับผู้ที่ปรารถนาจะรับศีลมหาสนิท แต่ไม่ต้องออกไปรับศีลมหาสนิท ที่เราเรียกว่า “รับศีลมหาสนิทด้วยความปรารถนา” บางคนไม่ปฏิบัติตามที่พระศาสนจักรแนะนำ คิดว่านี่เป็นเพราะคุณพ่อสมชายไม่ยอมให้รับจึงไปรับศีลมหาสนิทกับคุณพ่อท่านอื่น ถามว่าไปรับได้ไหม ถ้าคุณพ่อท่านนั้นไม่ทราบเขาก็ส่งให้ครับแต่คนนั้นก็ทุราจารศีลมหาสนิทอยู่ดี เพราะคุณพ่อเขาไม่ทราบแต่คนนั้นเขาทราบดี เพียงแต่เข้าใจผิดคิดว่า “รับกับคุณพ่อองค์นี้ไม่ได้ก็ไปรับกับคุณพ่อองค์อื่น” พี่น้องพ่อคิดว่าเราน่าจะนำเอาหลักพื้นฐานของการทำงานมาใช้นะครับ “ให้ทำในสิ่งที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น” ขอให้เราเข้าใจเจตนารมณ์ของพระศาสนจักรให้ดีๆนะครับ ทุกอย่างที่พระศาสนจักรกำหนดก็เพื่อประโยชน์ด้านฝ่ายจิตวิญญาณของเรา.จาก พ่อคนเดิม

พระเยซูคริสตเจ้าเป็นใคร

พระเยซูคริสตเจ้าทรงถามบรรดาศิษย์ว่า “คนทั้งหลายกล่าวว่าบุตรแห่งมนุษย์เป็นใคร” (มธ.16:13) “ท่านล่ะคิดว่าเราเป็นใคร” (มธ.16:15) คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่สำคัญ ที่น่าจะเกิดขึ้นหลังจากที่พระเยซูคริสตเจ้าเห็นปฏิกิริยาท่าทีที่ประชาชนและบรรดาศิษย์แสดงต่อพระองค์ เมื่อพวกเขาได้ฟังคำสอนและเห็นการอัศจรรย์ที่พระองค์ทรงกระทำ เพราะลึกๆภายในจิตใจของชาวอิสราเอลทุกคนต่างรอคอยพระแมสซียาห์ ผู้ที่จะมากอบกู้พวกเขาให้เป็นอิสระด้วยกันทั้งสิ้น พระองค์จึงต้องถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของบุคคลเหล่านั้นเกี่ยวกับตัวพระองค์เอง ประชาชนมีความคิดเห็นและความคาดหวังในพระองค์แตกต่างกันไป “บ้างกล่าวว่าเป็นยอห์นผู้ทำพิธีล้าง บ้างกล่าวว่าเป็นประกาศกเอลียาห์ บ้างกล่าวว่าเป็นประกาศกเยเรมีย์ หรือประกาศกองค์ใดองค์หนึ่ง” (มธ.16:14) ความคิดเห็นนั้นแตกต่างกันแต่สิ่งที่พวกเขาคิดตรงกันก็คือ “พระเยซูคริสตเจ้าต้องไม่ใช่คนธรรมดา” เพราะบุคคลที่พวกเขากล่าวถึงนั้นล้วนเป็นบุคคลสำคัญของพวกเขาทั้งสิ้น

คำตอบของศิษย์ที่ชื่อซีโมนเปโตรถือว่าเป็นคำตอบที่ลึกซึ้งและสำคัญกว่าคำตอบอื่น จนกระทั่งพระเยซูคริสตเจ้าแต่งตั้งศิษย์ผู้นี้เป็นผู้นำพระศาสนจักรคนแรก “พระองค์คือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” (มธ.16:16) และพระเยซูคริสตเจ้ายังบอกด้วยว่า “มิใช่มนุษย์ที่เปิดเผย…แต่พระบิดาเจ้า…….ทรงเปิดเผย” (มธ.16:17) คำตอบของนักบุญเปโตรและคำพูดของพระเยซูคริสตเจ้าแสดงให้เห็นนัยสำคัญเกี่ยวกับชีวิตคริสตชนหลายประการ “มิใช่มนุษย์” ธรรมชาติของมนุษย์ คือความอ่อนแอ ความมีขอบเขตจำกัด มีเบื้องหลัง และผลประโยชน์ต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นเรื่องเกี่ยวกับพระเป็นเจ้า ความเชื่อ การนับถือศาสนา เราจะใช้เหตุผลธรรมดา หรือพินิจพิจารณาตามวิสัยของมนุษย์อย่างเดียวไม่ได้ เพราะการเข้าถึงความจริงเกี่ยวกับพระเป็นเจ้าและความเชื่อมาจากการเผยแสดงด้วย เราคริสตชนจึงต้องระมัดระวังอย่ายอมให้วิสัยมนุษย์ที่อ่อนแอครอบงำจนทำให้เราคาดหวังในองค์พระเยซูคริสเจ้าผิดเพี้ยนไปจากสิ่งที่พระองค์เป็น เพราะถ้าความคาดหวังผิดเพี้ยน การดำเนินชีวิต การนับถือศาสนาก็จะผิดเพี้ยนไปด้วย และจะมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง อยากให้พระองค์เป็นอย่างโน้นอย่างนี้เพื่อเราตลอดเวลา

“ท่านคือศิลา และบนศิลานี้ เราจะตั้งพระศาสนาจักรของเรา” (มธ.16:18) คำตรัสของพระเยซูคริสตเจ้าเป็นการมอบอำนาจให้กระทำในนามของพระองค์ ในการสอนความจริงด้านข้อความเชื่อ ศีลธรรม และจริยธรรม พร้อมกับการมอบอำนาจให้ พระองค์ยังทรงตรัสไว้ด้วยว่าจะทรงปกป้องพระศาสนจักร “ประตูนรกจะไม่มีวันชนะ” (มธ.16:18) อำนาจนี้สืบทอดมาทางอัครสาวก และผู้สืบตำแหน่งจากพวกท่าน คือพระสังฆราช และเป็นต้นผู้สืบตำแหน่งจากนักบุญเปโตรคือพระสันตะปาปา จากศิลาที่แข็งแกร่ง จากผู้ถือกุญแจเปิดและปิดได้ ทำให้เราต้องตระหนักว่าพระเป็นเจ้าสามารถเผยแสดงความจริงโดยผ่านทางพระศาสนจักรผู้แทนของพระองค์ และเราต้องนบนอบเชื่อฟังร่วมมือกับพระศาสนจักรผู้แทนของพระองค์ ดังที่พระเยซูคริสตเจ้าตรัสว่า “ผู้ใดฟังท่าน ผู้นั้นฟังเรา ผู้ใดประมาทท่าน ผู้นั้นประมาทเรา” (ลก.10:16).

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญเยาวชนและผู้ที่สนใจจะร่วมกลุ่มเยาวชน ประชุมกันที่ห้องประชุมบ้านพักพระสงฆ์
  2. วันเสาร์ที่ 6 ก.ย. 2014 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาร่วมสวดภาวนา และมิสซาบูชาขอบพระคุณ เวลา 10.30 น. ก่อนมิสซามีสวดภาวนาร่วมกันและพระสงฆ์ฟังแก้บาป
  3. วันอาทิตย์ที่ 7 ก.ย. 2014 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนหลังมิสซามีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ใดปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาปให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลล่วงหน้ารับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 24-08-2014

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.