ฉบับที่ 13049 วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2013 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

บอกเล่าให้ฟัง

ปล่อยวาง เป็นคำกริยาสองคำที่นักธรรมในศาสนาหลายศาสนานำมาสอนบรรดาศาสนิกทั้งหลาย เพื่อช่วยให้จิตใจมีความสงบสุข ฟังดูแล้วเหมือนว่าเป็นสิ่งที่ทำง่ายๆ แต่ในความเป็นจริงของชีวิตเป็นสิ่งที่ทำยากเหลือเกิน เพราะตราบใดที่มนุษย์ยังคงยึดมั่นถือมั่นอยู่กับตัวตน ลาภ ยศ สรรเสริญ ความสำเร็จ พลาดไม่ได้ แพ้ไม่เป็น มนุษย์จะเกิดความกังวล ความกลัว และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้มนุษย์ไม่สามารถสงบใจลงได้ พระเยซูคริสตเจ้าจึงสอนว่า “ผู้มีใจยากจนก็เป็นสุข เพราะพระอาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา” คำสอนของพระองค์ดูเหมือนว่า เป็นคำสอนที่สวนทางกับคำสอนทางโลก แต่ก็เป็นคำสอนที่ปฏิบัติได้จริง เพราะถ้าคนๆหนึ่งสามารถละวางไม่ติดใจอยู่กับทรัพย์สมบัติฝ่ายโลก ซึ่งหมายถึงสิ่งที่ตนเองยึดมั่นถือมั่นอยู่ได้จริง คนๆนั้นก็สามารถสงบใจได้ในทุกสถานการณ์ และนี่ก็คือความสุข คือสวรรค์บนแผ่นดินนั่นเอง

การปล่อยวางได้หรือไม่ได้ยังเป็นบทพิสูจน์ความเชื่อในพระเป็นเจ้าของเรา เพราะความเชื่อหมายถึงความวางใจในพระเป็นเจ้า ในสิ่งที่มองไม่เห็น ยังมาไม่ถึง ยังไม่บรรลุผล ยังพิสูจน์ไม่ได้ แต่เราสามารถมอบทุกสิ่งไว้ในอ้อมพระหัตถ์ของพระองค์ ให้พระองค์จัดการดูแลด้วยใจสงบ และแน่ใจว่าทุกสิ่งจะบังเกิดผลดีตามพระประสงค์ของพระองค์ ด้วยเหตุนี้ การที่เราวิตกกังวลใจในหลายสิ่งหลายอย่างจนเกินไป จึงเป็นสิ่งที่แสดงว่าเราขาดความเชื่อในพระเป็นเจ้าด้วย ความเชื่อแท้จะทำให้เราได้รู้ ได้เห็น ได้เป็น ได้รับ…..ได้รู้ ความเชื่อจะทำให้เราได้รับรู้การประทับอยู่ของพระเป็นเจ้าท่ามกลางเรา ได้สัมผัสความรักความเมตตาของพระองค์ซึ่งมีต่อเรา ได้เห็น ด้วยสายตาแห่งความเชื่อเราจะเห็นอัศจรรย์เกิดขึ้นมากมายในชีวิตของเรา ซึ่งเป็นความช่วยเหลือเกื้อกูลของพระเป็นเจ้าต่อเราทุกๆวัน ได้เป็น เราเชื่ออย่างไรเราจะดำเนินชีวิตอย่างนั้น ด้วยเหตุนี้ถ้าเรามีความเชื่อในพระเป็นเจ้าจริง เราจะเป็นตามอย่างที่เราเชื่อนั้น ได้รับ พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนว่า สำหรับผู้ที่มีความเชื่อจะไม่มีวันผิดหวัง เพราะพระเป็นเจ้าผู้เป็นบิดาของเราทรงทราบความต้องการของเราอยู่ก่อนแล้วว่า อะไรดี อะไรเหมาะสมสำหรับเรา เมื่อไร อย่างไร ความเชื่อแท้เช่นนี้แหละจะทำให้เราสามารถสงบใจ วางทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในอ้อมพระหัตถ์ของพระเป็นเจ้าสิ่งที่เขียนเล่ามาทั้งหมดนี้ คือความเชื่ออันเป็นชีวิต ไม่ใช่เป็นเพียงข้อคำสอนหรือบทยืนยันความเชื่อที่เราประกาศยืนยันทุกวันอาทิตย์ ความเชื่ออันเป็นชีวิตเป็นความเชื่อที่ลึกซึ้ง เป็นประสบการณ์ที่คนๆหนึ่งต้องดำเนินชีวิตสนิทสัมพันธ์กับพระเป็นเจ้า จนกระทั่งเข้าไปสัมผัสลิ้มรสความดีงามของพระองค์ด้วยตนเอง เนื่องจากความเชื่อแท้ต้องได้รับการพิสูจน์ในยามที่ความยากลำบากมาเยือนชีวิต เหมือนทองคำแท้ต้องพิสูจน์ด้วยไฟ จึงเป็นการยากที่จะบอกว่าเรามีความเชื่อในพระเป็นเจ้า ในยามที่เราอับจนหนทาง ในยามเจ็บไข้ได้ป่วย ในยามที่เราไม่สมความปรารถนา ด้วยเหตุนี้เอง ในบทแสดงความเชื่อซึ่งพระศาสนจักรแต่งขึ้น จึงสอนเราว่าให้เราเชื่อทุกสิ่งที่พระเป็นเจ้าทรงเปิดเผยและที่พระศาสนจักรสั่งสอน อีกทั้งให้เราวอนขอพระเป็นเจ้าได้โปรดทรงเพิ่มพูนความเชื่อของเรา ที่พระศาสนจักรสอนให้เราสวดเช่นนี้เพราะ พระศาสนจักรทราบดีว่าพวกเราเป็นคนอ่อนแอ มีความเชื่อน้อย จึงต้องวอนขอพระเป็นเจ้าโปรดทวีความเชื่อของเราทุกวัน.

จากคุณพ่อเจ้าวัด

เสียงจากถิ่นทุรกันดาร

ท่ามกลางความทุกข์ระทมความมืดมนแห่งชีวิต หลังจากที่มนุษย์ตกในบาปมนุษย์ยังรอคอยด้วยความหวังว่า สักวันหนึ่งพระผู้ช่วยให้รอดพ้นจะเสด็จมา นำมนุษย์ทุกคนให้พ้นจากความทุกขเวทนานี้ ในช่วงเวลาแห่งการรอคอยดังกล่าว มีเสียงตะโกนก้องจากถิ่นทุรกันดารว่า “จงกลับใจเถิด อาณาจักรสวรรค์อยู่ใกล้แล้ว” ยอห์นผู้นี้คือผู้ที่ประกาศกอิสยาห์ได้กล่าวถึงว่า คนคนหนึ่งร้องตะโกนในถิ่นทุรกันดารว่า “จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงทำทางเดินของพระองค์ให้ตรงเถิด” (มธ.3:2-3) เสียงประกาศก้องของยอห์นบัปติสตา “จงกลับใจ” แสดงว่า วิถีชีวิตเดิมๆของมนุษย์ทั้งหลายที่เคยดำเนินชีวิตมา กับวิถีชีวิตใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เข้ากันไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ ในการเตรียมทางรับเสด็จพระผู้ไถ่ ท่านยอห์นบัปติสตา จึงเริ่มต้นด้วยการเชิญชวนให้กลับใจสำนึกผิดละทิ้งวิถีชีวิตแบบเดิมๆ เพื่อเราจะได้สามารถรับวิถีชีวิตใหม่ และมีที่ทางเตรียมรับเสด็จพระผู้ไถ่อย่างเหมาะสม ยอห์นบัปติสตาได้ให้เหตุผลของการกลับใจว่า “เพราะพระเจ้ากำลังเสด็จมา” การเสด็จมาของพระเจ้าจะนำความหวังและความชื่นชมยินดีสำหรับผู้ชอบธรรม แต่จะเป็นวันที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับคนอธรรมและผู้ที่ไม่พร้อมที่จะรับเสด็จพระองค์ “เขากำลังถือพลั่วอยู่แล้ว จะชำระลานนวดข้าวให้สะอาด จะรวบรวมข้าวใส่ยุ้ง ส่วนฟางนั้นจะเผาทิ้งในไฟที่ไม่รู้ดับ” (มธ.3:12) เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า จึงเป็นเทศกาลที่เรียกร้องการกลับใจ ซึ่งเป็นการกลับใจอย่างเร่งด่วน เพราะวันเวลาใกล้เข้ามาแล้ว “บัดนี้ ขวานกำลังจ่ออยู่ที่รากของต้นไม้แล้ว ต้นไม้ต้นใดที่ไม่เกิดผลดีจะถูกโค่นและโยนใส่ไฟ” (มธ.3: 10)

เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้ายังเป็นเทศกาลแห่งความหวัง เพราะยอห์นบัปติสตาประกาศว่า พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้แล้ว การมาถึงของพระอาณาจักรของพระเจ้าซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งความยุติธรรม สันติสุข และความชื่นชมยินดี เป็นพระสัญญาของพระเจ้าต่อประชากรของพระองค์ เป็นความหวัง ความชื่นชมยินดีที่ประชากรของพระองค์กำลังรอคอย การปรากฏตัวของยอห์นบัปติสตาด้วยเครื่องนุ่งห่มที่เรียบง่าย กินอยู่อย่างใช้โทษบาป และการเชิญชวนให้กลับใจโดยทำพิธีล้างในแม่น้ำจอร์แดนเป็นเครื่องหมาย เป็นการเริ่มต้นสร้างสังคมใหม่โดยการเปลี่ยนแปลงตนเอง เปลี่ยนวิถีชีวิตให้เข้ากับพระอาณาจักรของพระเจ้า การกระทำของท่านยอห์นบัปติสตาเช่นนี้ เหมือนเป็นการหยั่งดูความรู้สึกภายในของประชากรของพระเป็นเจ้าว่า ยังโหยหาถึงพระอาณาจักรของพระองค์หรือไม่ พระอาณาจักรของพระเจ้ายังคงเป็นความหวัง เป็นข่าวดีที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของประชากรของพระองค์อยู่หรือเปล่า สิ่งที่ยอห์นบัปติสตาได้กระทำเป็นการปลุกเร้าความกระตือรือร้นในจิตวิญญาณของมนุษย์ ให้แสวงหาคุณค่าของพระอาณาจักรของพระเจ้า ไม่ใช่เพียงแต่การรอคอยและความปรารถนาเท่านั้น แต่มนุษย์ยังต้องร่วมมือกับพระเจ้าในการสถาปนาพระอาณาจักรให้เป็นจริง โดยการดำเนินชีวิตตามคุณค่าของพระอาณาจักรนั้น ด้วยการเป็นผู้สร้างความยุติธรรม ความรัก สันติสุข และความชื่นชมยินดีให้เกิดขึ้นจริงในสังคม ขอให้เสียงตะโกนก้องในถิ่นทุรกันดาร เตือนใจเราให้กลับใจใช้โทษบาปและร่วมมือกับพระเจ้าด้วยความกระตือรือร้นในการสถาปนาพระอาณาจักรของพระองค์ให้เป็นจริงบนแผ่นดินนี้.

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด
  2. ในช่วงวันคริสตมาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภาภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานข้างๆตู้ขอมิสซา
  3. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ ที่สังเกตชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  4. วันอาทิตย์นี้ เป็นวันพระคัมภีร์ ขอเชิญพี่น้องร่วมบริจาคเพื่อการพิมพ์และเผยแผ่พระคัมภีร์
  5. วันอาทิตย์ที่นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ต้องการอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน และซ้อมช่วยมิสซา
  6. วันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค. 2013 ขอให้ผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ต้องการอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน และจัดตารางเวลา
  7. วันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค. 2013 เริ่มตรีวารครั้งที่ 1 โดยคุณพ่อ วิทยา เลิศทนงค์ศักดิ์
  8. ประกาศแต่งงานระหว่าง นาย เคนซึเกะ คูโบตะ บุตร นาย คิอิชิ และ นาง มากิโกะ คูโบตะ กับ มารีอา ศันสนีย พิมพาหุ บุตรี เปโตร โสภณ และ มารีอา สุทธินี พิมพาหุ ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางในการแต่งงาน ต้องแจ้งให้พ่อเจ้าวัดทราบ

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 8-12-2013

Tags: , , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.